เห็นรายชื่อ ครม.ประยุทธ์ 4 แล้ว ต้องบอกว่าน่าผิดหวัง...
ไม่ได้หมายความว่ารายชื่อเหล่านั้นเป็นคนไม่ดี หรือขาดคุณสมบัติ แต่รายชื่อเกือบทั้งหมดเป็น “คนหน้าเก่า” เพียงแค่ย้ายสลับตำแหน่งกันเท่านั้น มันจึงไม่มีอะไรใหม่ และสร้างความหวังใหม่ๆ อะไรไม่ได้
จะว่าไปสิ่งที่สังคมต้องการในห้วงเวลานี้ คือ การเปลี่ยนแปลงอย่าง “ขนานใหญ่” เพื่อให้เกิดผลทางจิตวิทยา สร้างแรงสนับสนุนจากประชาชนเพื่อให้รัฐบาลอยู่ต่อไปให้จบโรดแมพ
เพราะมาถึงขณะนี้ คนไทยคงยอมรับได้แล้วว่ารัฐบาลชุดนี้เข้ามาเพื่อภารกิจพิเศษช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่ปัญหาคือผลงานที่ผ่านมากลับ “ไม่ค่อยพิเศษ” คือทำแบบราชการ เรื่อยๆ มาเรียงๆ
หลายเรื่องเอาตัวรอดมาได้เพราะมี “เครื่องมือพิเศษ” นั่นคือ “มาตรา 44” ทำให้ดูเหมือนรัฐบาลชุดนี้มีผลงาน แต่รัฐบาลเลือกตั้งบอกว่าถ้าให้อำนาจแบบนี้กับพวกเขาบ้าง เขาก็ทำได้เหมือนกัน
ฝีมือการบริหารไม่ได้วัดกันที่ “อำนาจพิเศษ” แต่วัดกันที่กระบวนการจัดการปัญหา ภายใต้เครื่องมือและข้อจำกัดเดียวกันต่างหาก
ซ้ำราย “อำนาจพิเศษ” ที่ใช้ไปหลายครั้งก็แก้ปัญหาได้ไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด แถมยังก่อปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก เช่น สั่งปลดข้าราชการเพื่อสอบทุจริตจนเกษียณคาคำสั่งก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเขาโกงตรงไหน
หรือการใช้ “ม.44” เข้ายึดอำนาจสถาบันอุดมศึกษาที่ไร้ธรรมาภิบาล แต่ครูอาจารย์ที่ถูกปลด ต้องไปขายหมูทอดริมถนน ก็ยังไม่เห็นได้รับความช่วยเหลืออะไร
สรุปก็คือ 2 ปีที่ผ่านมายังไม่มีผลงานอะไรเด่นชัด แม้แต่เรื่อง “ปราบทุจริต” ที่เป็นจุดขาย มิพักต้องพูดถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้โชติช่วงชัชวาล เพราะยิ่งเป็นไปไม่ได้เอาเลย
บอกตรงๆ ถึงวันนี้ชาวบ้านเขาต้องการ 2 อย่าง คือ 1.ปราบโกงให้ดูหน่อย (อย่าดีแต่โม้) กับ 2.ฟื้นเศรษฐกิจให้ได้
แต่ก็อย่างที่บอก ข้อ 2 ไม่มีวันทำได้ (ด้วยข้อจำกัดรัฐบาลรัฐประหารด้วยส่วนหนึ่ง) จึงเหลือเพียงข้อ 1 แต่ผ่านมา 2 ปีครึ่งแล้วก็ยังได้แต่เงื้อง่าราคาแพง กับปกป้องพวกตัวเอง
จับสัญญาณข่าว “บิ๊ก ป.” ไขก๊อก แม้จะแค่ลือ แต่คนเฮกันทั้งประเทศ เทียบกับโฉมหน้าครม.ใหม่ที่แถลงออกมา คนส่ายหน้า กระแสตอบรับเงียบเป็นเป่าสาก
คงพอเห็นแล้วว่าหากจะเรียกศรัทธาประชาชน ท่านนายกฯต้องทำอย่างไร เพียงแต่จะกล้าหรือไม่เท่านั้นเอง!









