รัฐบาลประกาศนโยบายปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่
โดยตั้งเป้าหมายผลักดันประเทศ ก้าวสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในทุกด้าน หรือที่เรียกกันติดปากว่า“ประเทศไทย4.0” ด้วยการประกาศนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายหลายอุตสาหกรรม เพื่อหวังยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมประเทศและยกระดับรายได้ของประเทศพ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ซึ่งเป็นนโยบายที่เริ่มผลักดันมาตั้งแต่ต้น แต่ดูเหมือนว่าการพัฒนาไปสู่เป้าหมายยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก กล่าวคือยังไม่เห็นกระแสการลงทุนที่ชัดเจนนัก
หากรัฐบาลสามารถผลักดันได้ตามแผนที่วางไว้เพื่อก้าวสู่ยุคใหม่ ก็จะถือว่าภาคอุตสาหกรรมของไทยจะเปลี่ยนโฉมไปค่อนข้างมาก แต่เป้าหมายของการพัฒนาอุตสาหกรรมสู่ยุค 4.0 ถือว่าเป็นงานที่ไม่ง่ายนัก เพราะมีประเด็นอื่นๆอีกมากนอกจากนโยบายการสนับสนุนนักลงทุนด้านภาษี โดยเฉพาะในสถานการณ์โลกปัจจุบันที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง อาทิ นโยบายด้านเศรษฐกิจต่างประเทศของสหรัฐภายใต้ประธานาธิบดีใหม่ ซึ่งทำให้การตัดสินใจการลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศมีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าแรงจูงใจทางภาษี
นอกจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจ ไทยยังเผชิญกับการแข่งขันจากประเทศที่มีระดับการพัฒนาเดียวกัน โดยเฉพาะประเทศในอาเซียนด้วยกัน ซึ่งแต่ละประเทศต่างก็ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีไม่ต่างจากไทยเท่าใดนัก อีกทั้งเงื่อนไขเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็ไม่ใช่เป็นจุดขายอีกต่อไป แม้เราจะภาคภูมิใจในเรื่องสถานที่ตั้งใจกลางของอาเซียน แต่นั่นไม่ใช่เงื่อนไขที่เป็นปัจจัยชี้ขาดการลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งเท่ากับว่าเงื่อนไขทางด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของการลงทุนไม่ใช่เรื่องที่ไทยได้เปรียบมากนัก
แต่คำถามคือไทยมีอะไรในการดึงดูดการลงทุน นอกจากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการจูงใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ประเทศอื่นก็สามารถเร่งพัฒนาได้ไม่ต่างกันมากนัก และเมื่อนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญต่างชาติมองถึงศักยภาพของประเทศไทย สิ่งหนึ่งที่ชี้ให้เห็นมาโดยตลอดคือการพัฒนาบุคลากรภายในประเทศ หรือ เรียกกว้างๆว่าทรัพยากรมนุษย์ และเมื่อมีการกล่าวถึงประเทศไทย ประเด็นเรื่องความพร้อมของบุคลากรมักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเสมอ แต่คำถามคือทำไมเรื่องนี้ยังไม่มีความคืบหน้ามากนักและเป็นประเด็นมาโดยตลอด
หากติดตามการทำงานของทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ถือว่ามีความขยันขันแข็งอย่างมาก ในการผลักดันประเทศในครั้งนี้ ดังจะเห็นว่าในระดับนโยบายถือว่าได้มีการผลักดันอย่างครบถ้วน ทั้งเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ มาตรการระดับนโยบายและการออกกฎหมายและแก้ระเบียบต่างๆเพื่อรองรับ แต่นโยบายที่ผลักดันออกมาล้วนแต่เป็นเรื่องของการสนับสนุน ในเรื่องโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ จึงมีคำถามว่านโยบายปฏิรูปประเทศที่ขาดทรัพยากรมนุษย์จะไปรอดหรือไม่
แน่นอนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อรองรับประเทศก้าวสู่ยุคใหม่ แต่หากพิจารณาในเนื้อหาสาระแล้วจะเห็นว่ามีความคืบหน้าหรือก้าวหน้าในเรื่องเหล่านี้น้อยมาก ในขณะที่มีการพูดถึงในระดับนโยบายมาโดยตลอด เราเห็นว่าการโรดโชว์ต่างประเทศเพื่อชักจูงนักลงทุน หรือ การจัดงานต่างๆสามารถสร้างความคึกคักได้ในระดับหนึ่ง แต่การลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาลและต้องมีการวางแผนกันอย่างรอบคอบของนักลงทุนต่างชาติ อาจจำเป็นต้องมีแนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์รองรับเช่นเดียวกัน เราเชื่อว่าทรัพยากรมนุษย์ที่สามารถรองรับทิศทางใหม่ของประเทศ จะเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จนโยบาย"ไทยแลนด์ 4.0 คำถามก็คือรัฐบาลได้ทำไปมากน้อยแค่ไหน






