วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อไทยติดอันดับต้น ๆ ของ One Belt, One Road

ทางการจีนสำรวจว่าประเทศไทย “ให้ความร่วมมือดีเด่น” กับเขา

ในโครงการ One Belt, One Road หรือ “เส้นทางสายไหมยุคใหม่” ทั้งหมด 64 ประเทศ ผลออกมาบอกว่าประเทศไทยมาอันดับ 3 ทีเดียว

ผมสนใจข้อมูลประเด็นนี้ เพราะหากรัฐบาลจีนเชื่อตามการสำรวจครั้งนี้ ก็จะทำให้ปักกิ่งให้ความสำคัญ ต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในอนาคตในทุก ๆ ด้านมากขึ้น

ผมสงสัยว่าเขาใช้วิธีการสำรวจอย่างไร จึงสอบถามไปที่ China Daily ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่ตีพิมพ์เรื่องนี้เมื่อเร็ว ๆ นี้

ได้ความว่าการวิเคราะห์ชุดนี้ทำโดยศูนย์ข้อมูลว่าด้วย Belt & Road Initiative ที่อยู่ภายใต้ศูนย์ข่าวสารแห่งรัฐ หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Belt and Road Initiative Big Data Center at the State Information Center ซึ่งต้องถือว่าเป็นหน่วยงานที่รัฐบาลให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ

วิธีประเมินของเขายึดเอา 5 หลักการและให้คะแนนตามลำดับคือ

Policy communication การสื่อสารในระดับนโยบาย

Connectivity ระดับของการเชื่อมโยงกับนโยบายนี้

Trade การค้า

Finance การเงิน

Public support หมายถึงการสนับสนุนจากประชาชน

เขาบอกว่าภายใต้ห้าหัวข้อนี้ เขาเก็บข้อมูลอย่างละเอียด ทั้งผ่านองค์กรที่เกี่ยวกับสถิติ และช่องทางอินเตอร์เน็ทของทั้ง 64 ประเทศ

เขาพบว่าประเทศที่ให้ความร่วมมือกับจีน ในเรื่องนี้สูงสุดคือรัสเซียซึ่งได้ 85% ตามมาด้วยคาซักสถาน 81%

อันดับสามคือประเทศไทยซึ่งเขาบอกว่าได้คะแนน 74%

ตามมาด้วยปากีสถาน 72% และอินโดนีเซีย 71%

รายงานนี้สรุปด้วยว่าทั้งหมด 64 ประเทศที่อยู่ในข่ายการสำรวจครั้งนี้ ครึ่งหนึ่งคือ 32 ประเทศยังจำเป็นต้องมีการกระตุ้นให้มีความร่วมมือมากขึ้น

สำหรับในประเทศนั้น รายงานนี้บอกว่ามณฑลที่ให้ความร่วมมือกับโครงการนี้อย่างสูงสุดห้าแห่งคือกวางตุ้ง เจ้อเจียง เซี่ยงไฮ้ เทียนจินและฝูเจี้ยน

ในภาพรวมแล้ว รายงานนี้บอกว่ามณฑลที่อยู่ติดชายฝั่งทะเลตะวันออกให้ความร่วมมือในระดับที่สูงกว่าเขตทางใต้และตะวันตกเฉียงเหนือ

รายงานชิ้นนี้น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับประเทศไทย เพราะเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญ ที่จีนให้กับประเทศที่ร่วมกันสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นทางรถไฟ ท่าเรือ ทางหลวงและเส้นทางการบินซึ่งก็คือทางบก ทะเลและอากาศเพื่อให้แนวคิด One Belt, One Road เกิดประโยชน์สูงสุดให้กับทุกประเทศที่เข้าร่วมโครงการ

หากจีนเห็นว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ในอันดับต้น ๆ ก็น่าจะเป็นแรงกระตุ้นให้ไทยกับจีนต้องเจรจาหาทางร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด และให้เป็นข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ อย่างที่ทางการจีนยืนยันว่าเป็น win-win โดยที่ไม่ถูกมองว่าประเทศใหญ่กว่าจะได้เปรียบมากกว่าประเทศเล็ก

การพูดจาเรื่องสร้างทางรถไฟในประเทศไทย โดยจีนสนับสนุนอาจจะเผชิญกับอุปสรรคบ้างในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ควรจะเป็นปัญหาถึงขั้นที่จะทำให้ภาพรวมเดินหน้าต่อไปไม่ได้

ความจริง การสร้างทางรถไฟเพื่อเชื่อมต่อจีนกับเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อต่อไปยังส่วนอื่น ๆ ของโลกนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความริเริ่มของจีนในเรื่องนี้เท่านั้น

เป้าหมายหลักของ One Belt, One Road คือการร่วมกันสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก เพื่อให้ทุกประเทศที่เข้าร่วมโครงการได้ประโยชน์อย่างเท่าเทียม ไม่มีใครเอารัดเอาเปรียบใคร

และให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่าทั่วถึง รัฐบาลโปร่งใส ตอบคำถามของทุกภาคส่วนของประชาชนได้อย่างเปิดเผย

หากทำได้เช่นนั้น การที่ไทยติดอันดับต้นๆ ของประเทศที่ให้ความร่วมมืออย่างดีเยี่ยม ก็น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับประเทศไทยไม่น้อยทีเดียว