คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมาย
ประกอบรัฐธรรมนูญหลายฉบับ ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญต่อการเมืองการปกครองของประเทศ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองโดยตรง และกรรมาธิการก็หวังว่า กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่จะประกาศใช้จะนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองใหม่ เพื่อไม่ให้ภาคการเมืองเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศ และหวังว่าการเมืองใหม่จะนำไปสู่การพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่ดีขึ้น
ขณะที่ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอยู่ระหว่างการยกร่าง ได้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในหลายประเด็น โดยเฉพาะที่มาจากฝ่ายการเมืองเอง ซึ่งดูเหมือนว่าเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงและอาจได้รับผลกระทบมากที่สุด และหากจะกล่าวถึงประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์แล้วก็แทบไม่มีกฎหมายใดเลยที่ว่างเว้นจากการวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปข้องเกี่ยวกับการใช้อำนาจทางการเมือง โดยประเด็นการวิจารณ์มีตั้งแต่เรื่องความไม่พอใจผู้ยกร่างไปจนถึงเนื้อหาสาระของร่างกฎหมาย
หากจะเข้าใจเนื้อหาสาระของร่างกฎหมายที่ออกมา สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเจตนารมณ์ตั้งแต่ต้นของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายหลังการยึดอำนาจจากรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.กล่าวย้ำหลายครั้งว่าต้องการเห็นการเมืองใหม่ และต้องการปฏิรูประบบการเมืองไม่ให้กลับเข้าสู่วัฏจักรเดิมๆ เพราะหาไม่แล้วภาคการเมืองเองจะกลายเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ไม่ใช่เป็นภาคส่วนที่ใช้แก้ปัญหา
อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปการเมืองได้ตามเป้าหมายหรือไม่นั้นยังเป็นสถานการณ์ที่น่าติดตาม แต่อย่าลืมว่าการปฏิรูปการเมืองไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ที่พูดถึงกันในสังคมไทย เพราะก่อนหน้าเราก็พูดถึงปัญหามาโดยตลอด และมีแผนต่างๆ มากมายออกมา แต่ปัญหาก็ยังคงอยู่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการปฏิรูปนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองหรือเรื่องอื่นใด เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือเมื่อมีปัญหาก็จำเป็นต้องหาทางออก ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายและสามารถทำสำเร็จเพียงเพราะนโยบายการปฏิรูปที่ผลักดันออกมา
อันที่จริง การกล่าวถึงสาเหตุของความสำเร็จและล้มเหลวของการปฏิรูปมีค่อนข้างหลากหลาย และเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันไม่จบ บางคนโยงไปถึงการพัฒนาประวัติศาสตร์ของการเมืองไทย บางคนโยงไปเป็นเรื่องการพัฒนาคนของสังคมไทยเอง ในขณะที่อีกหลายคนก็มองในเรื่องของเศรษฐกิจ ในขณะที่การปฏิรูปการเมืองส่วนมากมักจะมุ่งไปที่เรื่องกฎระเบียบการใช้อำนาจของฝ่ายการเมือง รวมถึงกระบวนการตรวจสอบต่างๆ ดังนั้นเมื่อพูดถึงเรื่องการปฏิรูปจะเห็นได้ว่ามีมติที่หลากหลายอย่างมาก ทำให้เป็นเรื่องในภาคปฏิบัติจริง
ดังนั้น ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่กำลังยกร่างกันอยู่ขณะนี้ เป็นเรื่องการกำหนดกฎระเบียบและกติกาทางการเมือง ถือว่าเป็นการปฏิรูปในส่วนของตัวบทกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรอำนาจและการใช้อำนาจของฝ่ายการเมือง ซึ่งประเด็นเรื่องความเป็นประชาธิปไตยหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันได้อีกมากในหลายแง่มุม แต่ประเด็นสำคัญที่ควรสนใจในสาระร่างกฎหมายคือจะทำให้การเมืองไทยดีขึ้นจากเดิมหรือไม่ เพราะหากเป็นร่างกฎหมายปฏิรูปเพื่อกีดกันหรือจำกัดการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนมากกว่าเดิม ก็ไม่อาจเรียกว่าเป็นการปฏิรูปได้
เราหวังว่าการปฏิรูปการเมืองในครั้งนี้ ซึ่งดำเนินการอย่างเด็ดขาดรัดกุม ดังจะเห็นจากความเคลื่อนไหวทางการเมืองมีน้อยกว่าครั้งก่อนๆ มาก จะเป็นการปฏิรูปการเมืองที่ทำให้ระบอบประชาธิปไตยมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับฝ่ายการเมืองและคนไทยด้วยกันเองว่าต้องการการเมืองแบบใด ซึ่งคงไม่มีใครอยากเห็นความขัดแย้งในรูปแบบเดิมอีกต่อไป แต่ประเด็นสำคัญของการปฏิรูปที่พุ่งเป้าไปที่ฝ่ายการเมืองคือการบังคับใช้กฎระเบียบใหม่ว่าจะมีประสิทธิภาพแค่ไหน หากไม่สามารถทำได้ การเมืองไทยก็วนเวียนในประเด็นเดิมต่อไป






