ระยะนี้เห็นพรรคการเมืองออกมาเรียกร้อง กดดันที่จะให้ผู้มีอำนาจ
โดยเฉพาะจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดพื้นที่ขอทำกิจกรรมทางการเมืองกันยกใหญ่ ดาหน้าออกกันมาเป็นระยะๆ เดี๋ยวคนนั้นเรียกร้องที คนนี้เรียกร้องที
ในความเป็นจริงวันนี้แต่ละพรรคการเมือง มีการประชุมหารือกันอยู่แล้ว เกาะความเคลื่อนไหวพูดคุยกันทุกเรื่องอยู่แล้ว เพียงแต่สิ่งที่ประชุมหารือกันมัน“เป็นมติไม่ได้”เพราะมีกฎหมายห้ามอยู่นั่นเอง
ยังไม่ถึงเวลาที่จะออกมาจาก“กรงขัง” ทำได้แค่ยื่นแขน ยื่นขา ออกมาเท่านั้น หากจะออกเต็มตัวบอกเลยยังไม่ถึงเวลา ถ้าเป็นนักการเมืองมืออาชีพจริงๆ ความพร้อมมันต้องมี ไม่ว่ากฎหมายการเลือกตั้งใหม่จะออกมา กฎเกณฑ์จะเป็นอย่างไร ถ้าการเมืองคืออาชีพจริง มันต้องทำได้ และถ้าพรรคการเมืองไม่แบ่งขั้วแบ่งมุ้ง การจัดการภายในพรรคที่อยู่กันมายาวนานไม่น่าจะเป็นประเด็น ยกเว้นความไม่ลงรอยของพรรคการเมืองนั้นๆมากกว่า
ส่วนกฎหมายลูกที่จะเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งพรรคการเมือง หรือการหาจำนวนสมาชิกทั้งพรรคใหม่พรรคเก่า ตรงนี้เชื่อว่าทุกพรรคก็รู้ดีอยู่แล้ว ว่ากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)เขากำหนดอย่างไร และเชื่อว่าถ้าเป็นนักการเมืองมืออาชีพเขาติดตามเรื่องอย่างนี้อยู่แล้ว
อันที่จริงนักการเมืองควรไปเตรียมความพร้อม เพื่อรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเสียดีกว่า “ร้องแรกแหกกระเชอ” ขอเปิดพื้นที่ทำกิจกรรมทางการเมืองมากกว่า ถ้าพรรคการเมืองไหนมีความพร้อมจริงไม่เห็นต้องมีอาการอย่างนี้เลย บางพรรคออกมาเรียกร้องดูเหมือนไม่รู้“กาลเทศะ” เชื่อเถอะเปิดพื้นที่เมื่อไหร่ก็ทะเลาะกันเมื่อนั้น
ว่าแต่ว่าตอนนี้แต่ละพรรคควรสุมหัวคุยกันให้ตกผลึก วางใครเป็นหัวหน้าพรรค ใครเป็นกรรมการบริหารพรรค ใครควรทำหน้าที่อะไร มันเป็นกิจกรรมภายในน่าจะทำได้เพียงแต่มันเป็น“มติไม่ได้”แค่นั้นเอง
สมควรแล้วที่รองนายกฯประวิตร วงษ์สุวรรณ บอกชัดเจน“ยังไม่อนุญาต” เอาไว้ก่อน เมื่อถึงเวลาจะอนุญาตเอง วันนี้ก็เปิดพื้นที่มากอยู่แล้ว อีกตั้งปีกว่าจึงจะมีการเลือกตั้ง ถ้าไม่ทันก็ไม่ต้องเข้ามา ในเมื่อร่างรัฐธรรมนูญออกมาแบบนี้จะให้ทำอย่างไร









