2016 เป็นปีที่ต้องจดจำ เกิดเรื่องราวเหตุการณ์มากมายที่ทุกคนคาดไม่ถึง โดยเฉพาะเศรษฐกิจ
การเมืองโลก มันยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าโลกดีขึ้นหรือแย่ลง แต่ที่แน่ ๆ คือ ความไม่แน่นอนและความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมาก คนที่ไม่ยืดหยุ่นปรับตัวหรือปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง อาจไม่ใช่แค่เพลี่ยงพล้ำลำบาก โอกาสล่มสลายพ่ายแพ้นั้นอยู่ไม่ไกลเลย
สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเหนือความคาดหมายของคนส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่กับนักโหราศาสตร์ ในงานสัมมนา “นักเศรษฐศาสตร์ปะทะโหราจารย์” เมื่อต้นปี หัวข้อที่อภิปรายกันคือ Perfect Storm 2016 ปรากฏการณ์ดวงดาวชี้ชัดเจนอยู่แล้วว่า ทิศทางสถานการณ์โลกจะเป็นอย่างไร
รัฐประหารที่ล้มเหลวในตรุกีเมื่อ 15 กรกฎาคมคือตัวอย่างสำคัญ ทหารเป็นฝ่ายก่อการแต่กลับพ่ายแพ้รัฐบาลเชื่อว่าอเมริกาอยู่เบื้องหลัง ความสัมพันธ์ 2 ประเทศตกต่ำ ตรุกีแปรพักตร์ไปหารัสเซีย ตรุกีคือจุดยุทธศาสตร์สำคัญของนาโต้ อเมริกายุโรปจึงตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ มันคือจุดเปลี่ยนของสถานการณ์และดุลอำนาจในตะวันออกกลาง
ยุโรปไม่เพียงสูญเสียฐานที่มั่นสำคัญ แต่ยังเกิดปัญหาภายในอีกด้วย ผลประชามติ Brexit เมื่อ 23 มิถุนายนที่ให้สหราชอาณาจักรแยกตัวจากสหภาพยุโรป คือเหตุการณ์ที่สร้างผลกระทบรุนแรงยิ่งกว่า โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลไปทั่วโลกในระยะยาว ทั้งยังทำให้สหภาพยุโรปอ่อนแอลงมากและพร้อมแตกสลายได้ในอนาคต
แต่เหตุการณ์ที่ช็อคโลกจริงๆ คือผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อ 8 พฤศจิกายน โดนัลด์ ทรัมป์พลิกล็อคชนะตัวเต็งอย่างฮิลลารี คลินตัน ทรัมป์เป็น “คนนอก” ของวงการเมืองสหรัฐ ทั้งนโยบายของเขาก็ยังมุ่งเน้นที่การฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยลดบทบาทและอิทธิพลในระดับโลก ซึ่งแตกต่างจากแนวนโยบายที่ผ่านมา จึงก่อให้เกิดคลื่นความไม่แน่นอนแผ่ขยายไปทั่วโลก
ชัยชนะของทรัมป์และ Brexit เกิดขึ้นจากพลังทางการเมืองของคนชั้นกลางและล่าง ที่ด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจ และตกเป็นฝ่ายสูญเสียจากอิทธิพลโลกาภิวัตน์“...การรวมตัวเป็นประชาคมยุโรปในปี 1993 คือส่วนหนึ่งของกระบวนการ “โลกาภิวัตน์” ที่มาแรงมากหลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินปี 1989 โลกาภิวัตน์ขายฝันว่า ทุกคนจะได้รับประโยชน์และมั่งคั่งยิ่งขึ้น แต่ในความเป็นจริง มีคนกลุ่มเดียวเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ คนกลุ่มนี้อยู่บนยอดปิระมิดของทุนนิยม ขณะที่คนตรงกลางและล่างถูกขูดรีดเอาเปรียบหนักขึ้นข้อเท็จจริงสำคัญคือ นับแต่เริ่มโลกาภิวัตน์ ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนห่างกันมากขึ้นและเร็วขึ้น...” จากบทความ “พายุก่อตัว” (http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/638178)
เพราะโลกาภิวัตน์ทำให้คนกลางล่างแย่ลง มันจึงเกิดกระแสต่อต้าน (Anti-globalization) ไปทั่ว ขณะที่กระแสชาตินิยมก็เติบโตอย่างรวดเร็ว Brexit เปรียบเสมือนคำประกาศชัยชนะของชาตินิยมใหม่ในยุโรป ทรัมป์คือชัยชนะของชาตินิยมใหม่ในอเมริกา
ในมุมโหราศาสตร์ กระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงเกิดจาก 2 ปัจจัยสำคัญ คือ (1) มฤตยูที่พ้นช่วงกึ่งกลางขาขึ้น (Waxing-square Phase) ของวัฏจักรมฤตยูพลูโต และกำลังยกเข้าราศีเมษ (2) T-square ของเสาร์ราหูเนปจูน
มฤตยูคือการต่อต้านของเดิมที่ล้าหลังพลูโตคือการเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคนวัฏจักรนี้บอกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของยุคสมัย ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่การกุมกัน (Conjunction) รอบใหม่ของทั้งคู่ช่วงปี 1965-1966 ที่ 23 องศาราศีสิงห์
วัฏจักรมฤตยูพลูโตกินเวลา (เฉลี่ย) 127 ปี มันมาถึงช่วงกึ่งกลางขาขึ้นในปี 2012-2015 ที่ทำมุม 90 กันรวม 7 ครั้ง ตั้งแต่ 12-22 องศาราศีมีน-ธนู โดยครั้งสุดท้ายเกิด 17 มีนาคม 2015ที่ 21:14 องศา ทำมุม 90 และ 180 กับอาทิตย์เดิมในดวงเมืองอเมริกาสนิท อาทิตย์คือเกียรติภูมิของประเทศ ประธานาธิบดี ฯลฯ อเมริกาเริ่มเพลี่ยงพล้ำและสูญเสียสถานะมหาอำนาจเดี่ยวในเวทีโลกคะแนนนิยมโอบาม่าตกต่ำ เกิดกระแสชาตินิยมใหม่และความต้องการผู้นำที่เด็ดขาดและกล้าเปลี่ยนแปลง
เพราะเป็นดาวเคลื่อนที่ช้า กว่าที่จะพ้นระยะเอื้อม (Orb) ของมุม 90 จริงๆ ก็เป็นจังหวะที่มฤตยูยกเข้าเมษพอดี อันเป็นการเริ่มต้นวงรอบ Sidereal ใหม่ในจักรราศีมฤตยูเข้าเมษ 27 มิถุนายน Brexit เกิดขึ้นตรงนั้น มฤตยูถอยกลับเข้ามีน31 สิงหาคม ในวันเลือกตั้งประธานาธิบดี มฤตยูเล็งเสาร์เดิมและพลูโตเล็งอาทิตย์เดิม เสาร์คือระบบโครงสร้าง การเมือง การปกครอง ฯลฯ ทรัมป์ชนะ การเมืองแบบเดิมๆ ถูกเปลี่ยน มฤตยูเข้าเมษจริง 8 เมษายน 2017 ทั้งเข้ามุม 120 กับลัคนาทรัมป์ การเปลี่ยนใหญ่ของยุคสมัยจะเริ่มต้นที่อเมริกาโดยประธานาธิบดีทรัมป์
เสาร์ยกเข้าพิจิก 2 พฤศจิกายน 2014 พิจิกคือภพ 8 ของโลก หมายถึงความสูญเสีย ภัยพิบัติ ฯลฯ เสาร์พิจิกเล็งพฤษภ-ภพ 2 ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจ การเงิน ฯลฯ เสาร์พิจิกทำให้เศรษฐกิจโลกฝืดเคืองและความเป็นอยู่ของประชาชนลำบากยากแค้น เสาร์เป็นเกณฑ์ราศีกับเนปจูนกุมภ์ ผู้คนเบื่อหน่ายต่อประชาธิปไตยและทุนนิยมแบบเดิม ๆ เมื่อราหูยกเข้าสิงห์ 9 มกราคม 2016 เกิดเป็น T-square ความอดทนก็ถึงจุดสิ้นสุด
เสาร์ทำมุม 90 กับเนปจูนสนิท 18 มิถุนายน เสาร์คือความจริง เนปจูนคือความฝัน เสาร์คือการควบคุม เนปจูนคืออิสรภาพ ประชาชนต้องเลือกระหว่างความฝันกับความจริง แม้ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่พวกเขารู้ว่าไม่อาจยอมรับความจริงปัจจุบันได้อีกต่อไป Brexit จึงเป็นคำตอบที่พวกเขาเลือก
T-square ตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ เสาร์ทำมุม 90 กับเนปจูนอีกครั้ง 10 กันยายน เสาร์ยังทำมุม90 กับราหูเมื่อ 8 ตุลาคม ทั้งคู่ทำมุม 90 และ 180 กับมฤตยูเดิมในดวงเมืองอเมริกาสนิท ชี้ชัดถึงการเปลี่ยนแปลง ราหูเข้าเล็งเนปจูนสนิท 5 พฤศจิกายน ที่ 15:12 องศาสิงห์-กุมภ์ ทับจุดสุริยคราส 1 กันยายนพอดี
เนปจูนคือมายา ราหูคือความลุ่มหลง กุมภ์คือโลกอุดมคติ สิงห์คืออัตตา มันกระตุ้นความลุ่มหลงในมายาคติของความยิ่งใหญ่ในอดีต คำขวัญ Make America Great Again จี้ใจดำคนอเมริกันในจังหวะพอดีที่สุด ทรัมป์จึงเป็นผู้ชนะตามความหมายของดวงดาว แต่พลิกความคาดหมายของทุกคน (สโลแกน America First ก็สะท้อนตัวตนชาวสิงห์ของทรัมป์เช่นกัน)
กระแสโลกเปลี่ยนไปแล้ว มันจะเปลี่ยนแรงและเร็วขึ้นเมื่อมฤตยูเข้าเมษในครึ่งหลังของวัฏจักรขาขึ้น
เปลี่ยนตัวเองตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตของคุณ






