วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรากฏการณ์ชัยชนะของทรัมป์ ที่น่าสนใจ

หลายคนตื่นเต้นกับปรากฏการณ์ชัยชนะของโดนัลด์ ทรัมป์ (The Trump’s Triumph)

และแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายว่า ทรัมป์ชนะได้อย่างไร

ส่วนตัวคิดว่าปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่พลิกโฉมการเมืองอเมริกามากนัก เพราะชัยชนะที่ฉิวเฉียดเฉพาะเสียงจากคณะเลือกตั้ง (Electoral Votes) แต่แพ้เสียงประชาชน (Popular Votes) เป็นประวัติการณ์นับล้านเสียง แสดงว่าชัยชนะของทรัมป์เป็นเรื่องบังเอิญ มากกว่าเป็นเรื่องการสร้างบรรทัดฐานใหม่

ทรัมป์เองเมื่อเริ่มต้นก็ไม่ได้เป็นรีพับลิกัน เขาเริ่มต้นจากการเป็นเดโมแครตมาตลอด สิ่งที่ทำให้เขาเปลี่ยน มาจากที่เขามองเห็นช่องว่างจากการที่ประเทศไม่ให้ความสนใจคนในประเทศที่ไม่ค่อยออกมาเรียกร้องเรื่องปากท้องเพียงพอ รัฐบาลสหรัฐในระยะยี่สิบปีทั้งจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันให้ความสำคัญกับการเป็นมหาอำนาจโลกทั้งด้านเศรษฐกิจและการทหาร มองข้ามชาวบ้านร้านถิ่นที่อยู่กับพื้นที่ ทรัมป์ มองออกว่าตรงนี้เป็นช่องว่างที่นับวันยิ่งขยายมากขึ้น เขาสอดแทรกเข้ามาอย่างถูกจังหวะ และแน่นอนที่สุด เขาต้องเป็นรีพับลิกัน เพราะชาวบ้านเหล่านี้พื้นฐานเป็นรีพับลิกันอยู่แล้ว

ดูเผินๆ สหรัฐอาจถูกมองเป็นดั่งสองนคราประชาธิปไตย ในแง่คนเมืองมีการศึกษาสูงกับคนชนบทมีการศึกษาต่ำ ที่ทำให้เกิดความแตกต่างกันอย่างมากก็ได้ แต่ถ้ามองดีๆจะพบว่ามันตรงกันข้ามกับที่คิด ระดับการศึกษาทั้งประเทศอยู่ในมาตรฐานไม่ต่างกันมากนัก คนจนในเมืองอาจมากกว่าคนจนนอกเมืองด้วยซ้ำ คนที่เลือกทรัมป์ไม่ใช่คนมีการศึกษาต่ำเสมอไป สิ่งที่ต่างกันคือแนวคิดเสรีนิยมกับอนุรักษ์นิยมที่ยังคงติดยึดกับคนสองกลุ่มและก้ำกึ่งกัน ชัยชนะของ ทรัมป์มาจากชัยชนะที่เฉียดฉิวในหลายๆ รัฐที่เป็น swing states ไม่ใช่ชัยชนะที่ได้มาอย่างขาดลอย แต่ด้วยระบบที่ผู้ชนะกินรวบ (The Winner-take-all) ทำให้เขาได้รับคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้งแต่เพียงผู้เดียว ทั้งๆที่คะแนนเสียงจากประชาชน เขาแพ้คู่แข่งมากเป็นประวัติการณ์ในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเลยทีเดียว

ทรัมป์จะเปลี่ยนสหรัฐให้เป็นประชานิยมหรือไม่ คงไม่ใช่ประเด็น ไม่ว่ารีพับลิกันหรือเดโมแครตก็คงไม่ต่างกันมากนัก สิ่งที่ต่างกันคือเดโมแครตสนใจเรื่องนอกบ้านมากกว่าเรื่องในบ้าน แต่ ทรัมป์สนใจเรื่องในบ้านมากกว่าเรื่องนอกบ้าน เขาได้ใจจากประชาชนตรงนี้มากสุด แต่ก็ไม่มีหลักประกันว่าเขาจะไม่เปลี่ยนไปสนใจเรื่องนอกบ้าน ถ้าวันหนึ่งเจอเหตุการณ์แบบ 911 หรืออะไรที่มีผลกระทบกับสหรัฐอย่างมาก เขาคงไม่เล่นบทตั้งรับ (defensive) ตลอด ประธานาธิบดีบุช ผู้ลูก ก็เป็นรีพับลิกัน แต่โดนเหตุการณ์แบบนี้ ก็ต้องเล่นบทรุก (offensive) ไม่เช่นนั้นความเชื่อมั่นรัฐบาลก็จะถดถอยอย่างมาก

ส่วนเรื่องของสื่อเลือกข้าง อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว เขาประกาศด้วยซ้ำไม่ว่านิวยอร์คไทม์ วอชิงตันโพสท์ สื่อทีวี เขาเลือกข้างตั้งแต่ต้นแล้ว และก็แน่นอนว่าเขาก็ต้องสนับสนุนข้างที่เขาเลือก แต่อย่าลืมว่าสื่อมีมากกว่าทีวี และหนังสือพิมพ์ระดับประเทศ แต่ยังมีสื่อท้องถิ่น วิทยุท้องถิ่น สื่อจากนิว มีเดีย รวมถึงการสื่อสารโดยตรงระหว่างผู้สมัครประธานาธิบดีกับประชาชน สื่อเหล่านี้เป็นช่องว่างของสื่อกระแสหลักที่เข้าไม่ถึง เป็นสื่อที่เข้าถึงประชาชนในท้องถิ่นนอกเมือง ถือเป็นจุดอ่อนของเดโมแครตที่ไม่ปิดจุดนี้ ทำให้ทรัมป์แทรกได้ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ตอนกลางของประเทศ ที่ประชาชนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรกระจัดกระจายเป็นวงกว้าง

แต่นี่อาจเป็นกลยุทธ์ของเดโมแครตก็ได้ที่เน้นเมืองใหญ่ ยิงข่าวออกสื่อทีเดียวเข้าถึงเป้าหมายได้เยอะ แต่ของ ทรัมป์ เป็นนโยบายป่าล้อมเมือง เก็บไปเรื่อยๆ ช้าแต่แน่นอน จริงจังเลือกแล้วเลือกเลย ไม่เปลี่ยนใจ ผิดกับคนในเมืองที่ไม่มุ่งมั่นและมีทางเลือกเยอะ เริ่มต้นเป็นเดโมแครตแต่พอเอาเข้าจริงๆ กลับไปเลือกพรรคทางเลือกเช่น Libertarian หรือ Green ที่มีนโยบายใหญ่คล้ายเดโมแครต แต่อาจมีจุดปลีกย่อยที่ถูกใจมากกว่า พรรคเล็กพรรคน้อยเหล่านี้ทำให้ความก้ำกึ่งระหว่างเดโมแครตและรีพับลิกันห่างออกมาอีก โดยเฉพาะเดโมแครต..

คงยังตอบไม่ได้ว่าชัยชนะของ ทรัมป์จะทำให้เกิดบรรทัดฐานการเมืองใหม่ เพราะไม่ใช่ชัยชนะที่ถล่มทลายที่ทำให้เห็นแนวโน้มโฉมหน้าการเมืองใหม่ เดโมแครตทำได้ดี แต่ยังไม่ดีพอที่ไม่สามารถสกัดพรรคเล็กพรรคน้อยที่มาตอดคะแนนจนเสียศูนย์ ในขณะที่รีพับลิกันเกือบจะไม่มีใครมาตอดคะแนน นอกจากสองสามรัฐเช่นยูท่าห์ที่มีพวกเมอร์มอนเข้ามาเป็นตัวแทรก

คงต้องรอดูอีกสักหน่อยว่าแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นจริงและถาวรหรือไม่เพียงไร อีกสองปีจะมีการเลือกตั้งกลางเทอม( midterm election) จะเริ่มมีการสรรหาผู้ท้าชิงประธานาธิบดีคนใหม่จากเดโมแครต ไม่นานเกินรอก็คงจะเห็นผู้ท้าชิง ทรัมป์ต้องรีบทำงานให้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ทรัมป์จะต้องต่อสู้กับรีพับลิกันด้วยกันที่มีแนวคิดแบบดั้งเดิมและไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ทรัมป์จะต้องแสดงให้โลกเห็นว่าสหรัฐยังคงเป็นมหาอำนาจโลก ทรัมป์จะต้องสร้างการยอมรับจากสังคมโลก และไม่ใช่เฉพาะทรัมป์ แต่รวมถึงสมาชิกในครอบครัวทรัมป์ที่จะถูกตามกัดตามจิกขุดคุ้ยประวัติเก่าๆที่ขาวบ้าง ดำบ้าง เทาบ้าง ในฐานะ The First Celeb Family ของสหรัฐ ต้องเอาใจช่วยทรัมป์มากๆเพราะเขาจะต้องเจอทั้งศึกนอกศึกใน ที่ประธานาธิบดีคนที่ผ่านๆมาไม่เคยเจอ