วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“กันไว้ดีกว่าแก้” มาตรการต้านสินบนเพื่อธุรกิจยั่งยืน

เมื่อปีที่ผ่านมา ธนาคารไอซีบีซีแสตนดาร์ดของสหราชอาณาจักรต้องชดใช้เงินมูลค่าเกือบ

พันล้านบาท ในฐานที่ไม่สามารถป้องกันการให้สินบนจากการกระทำของธนาคารที่ประกอบธุรกิจร่วมกัน เนื่องจากธนาคารไม่มีมาตรการเพื่อป้องกันการกระทำความผิดดังกล่าวที่เหมาะสมและเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการไม่ตรวจสอบการดำเนินกิจการของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับตนและการไม่ฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับแนวทางการต่อต้านการให้สินบนขององค์กร กรณีตัวอย่างนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่แสดงทิศทางของการขจัดปัญหาการให้สินบน ด้วยการสนับสนุนให้นิติบุคคลมีมาตรการควบคุมภายในองค์กร

ทำไมนานาประเทศต้องส่งเสริมให้นิติบุคคลมีมาตรการป้องกันการให้สินบน

ในปัจจุบัน หลายประเทศหันมาสนับสนุนวิธีการที่เรียกว่า “Carrot-and-Stick” คำว่า “Stick” เปรียบได้กับความรับผิดของนิติบุคคลหากมีบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องนิติบุคคลนั้นไปให้สินบน ส่วน “Carrot” คือประโยชน์ที่นิติบุคคลจะได้รับหากนิติบุคคลมีมาตรการป้องกันการให้สินบนที่เหมาะสม อย่างเช่นกรณีตัวอย่างกฎหมายต่อต้านการให้สินบนของสหราชอาณาจักร (UK Bribery Act) ที่นิติบุคคลสามารถอ้างการมีมาตรการป้องกันการให้สินบนที่เหมาะสมเป็นข้อต่อสู้เพื่อให้พ้นจากความรับผิด นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายต่อต้านการทุจริตในต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (US Foreign Corrupt Practices Act: FCPA) ที่ถือว่าการมีมาตรการเช่นว่านี้จะนำมาเป็นปัจจัยพิจารณาลดโทษให้กับนิติบุคคล

สาเหตุที่ควรให้นิติบุคคลสามารถใช้ข้อต่อสู้เกี่ยวกับการมีมาตรการป้องกันการให้สินบนเพื่อให้หลุดพ้นจากความรับผิดได้นั้น เนื่องจากในบางกรณี การให้สินบนอาจเป็นการกระทำเฉพาะตัวของบุคคลผู้ให้นั้นเอง ไม่ได้เกิดจากการสั่งการของผู้บริหาร หรือไม่ได้เกิดจากวัฒนธรรมขององค์กรที่สนับสนุนให้กระทำความผิด นิติบุคคลจึงไม่ควรได้รับการลงโทษในกรณีเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม นิติบุคคลต้องมีมาตรการที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพเพียงพออย่างแท้จริง จึงจะสามารถได้รับประโยชน์จากข้อต่อสู้นี้ได้

กฎหมายใหม่ ป.ป.ช. กับแนวทางการส่งเสริมนิติบุคคลป้องกันการให้สินบน

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ นอกจากกำหนดความรับผิดสำหรับนิติบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้สินบน กรณีบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องไปให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ของนิติบุคคลนั้น ในทางกลับกัน ป.ป.ช. ก็เห็นมิติของการสร้างกลไกป้องปรามที่จะมาช่วยสร้างความโปร่งใสให้แก่ภาคธุรกิจ บทบัญญัตินี้จึงเปิดโอกาสให้นิติบุคคลที่มี “มาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมเพื่อป้องกันมิให้มีการให้สินบน” อาจพ้นจากความรับผิดได้

นิติบุคคลจะจัดทำมาตรการควบคุมภายในเพื่อป้องกันการให้สินบนที่เหมาะสมได้อย่างไร

จากบทบัญญัติของกฎหมายที่กล่าวถึง “มาตรการควบคุมภายในเพื่อป้องกันมิให้มีการให้สินบน” มาตรการดังกล่าวเป็นวิธีการหรือแนวปฏิบัติที่องค์กรจัดทำขึ้นเพื่อใช้กำกับดูแลองค์กรของตนเอง เพื่อป้องกันและตรวจสอบการให้สินบน รวมทั้งเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องของมาตรการที่อาจนำไปสู่การกระทำความผิดดังกล่าว ทั้งนี้ มาตรการอาจครอบคลุมถึงหลักการสำคัญ เช่น เจตนารมณ์ของผู้บริหารระดับสูงขององค์กรในการต่อต้านการให้สินบน การประเมินความเสี่ยง การมีระบบบัญชีที่ดี ตลอดจนการมีมาตรการที่ชัดเจนเกี่ยวกับกรณีค่าอำนวยความสะดวก การให้ของขวัญ และการรับรอง เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าเมื่อนิติบุคคลที่มีมาตรการควบคุมภายในแล้วจะสามารถหลุดพ้นจากความรับผิดโดยอัตโนมัติ แต่ประเด็นสำคัญคือมาตรการต้อง “เหมาะสม” ซึ่งความเหมาะสมนั้นเกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน โดยนิติบุคคลจะต้องประเมินความเสี่ยงในการดำเนินกิจการของตนเองที่อาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งพิจารณาลักษณะการดำเนินธุรกิจ และขนาดของธุรกิจประกอบด้วยเพื่อให้มาตรการมีความเหมาะสม สามารถปรับใช้ได้จริงทั้งองค์กรอย่างมีประสิทธิผล

เพื่อส่งเสริมให้นิติบุคคลจัดทำมาตรการควบคุมภายในเพื่อป้องกันการให้สินบนของนิติบุคคล สำนักงาน ป.ป.ช. ได้จัดทำคู่มือเพื่อเป็นแนวทางสำหรับนิติบุคคลในการกำหนดมาตรการดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะเผยแพร่อย่างเป็นทางการช่วงต้นปี ๒๕๖๐ โดยคู่มือนี้อ้างอิงจากแนวปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เช่น คู่มือของหน่วยงาน UNODC และ Transparency International ตลอดจนมาตรฐาน ISO 37001 รวมทั้งมีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คู่มือของ ป.ป.ช. นำไปสู่การปรับใช้และเป็นประโยชน์แก่นิติบุคคลอย่างแท้จริง

ป.ป.ช. สนับสนุนแนวทางให้นิติบุคคล “กันไว้ดีกว่าแก้” โดยการมีมาตรการป้องกันการให้สินบนที่มีประสิทธิภาพไว้เป็นเกราะคุ้มกันความรับผิด เพราะหากไม่มีมาตรการที่ดีแล้ว เมื่อมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น นิติบุคคลอาจได้รับโทษปรับตามกฎหมายมูลค่ามหาศาล

-------------------

 ศูนย์ให้คำปรึกษาสำหรับนิติบุคคลเพื่อป้องกันการให้สินบน (ABAS)สำนักงาน ป.ป.ช.