วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา

ในระหว่างที่เขียนบทความนี้ ผลการนับคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกายังไม่

แล้วเสร็จ ผลคะแนนที่ออกมาค่อนข้างใกล้เคียงกันที่ต้องรอนับจนเกือบครบหมดทุกรัฐ ซึ่งผล ณ ปัจจุบันปรากฏว่านายโดนัล ทรัมป์ มีคะแนนเลือกตั้ง 244 ของคณะผู้เลือกตั้งนำหน้านางฮิลลารี คลินตันที่ได้คะแนน 215 (ผู้ชนะจะต้องได้รับคะแนน 270) ซึ่งการที่นายโดนัล ทรัมป์ มีคะแนนนำนั้นเป็นปรากฏการณ์หักปากกาผลโพลล์ ที่ผลสำรวจล่าสุดหนึ่งวันก่อนการเลือกตั้ง(7 พ.ย.2559) ที่โพลล์ต่างชี้ว่าคะแนนนิยมของนางฮิลลารี คลินตันนำอยู่ ภายหลังที่ในวันอาทิตย์ที่ 6 ที่ผ่านมา เอฟบีไอ ออกมาแถลงข่าวผลการตรวจสอบกรณีใช้อีเมล์ส่วนตัว ในช่วงที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่า ไม่มีความผิดทางอาญา

ผลโพลล์ที่พลิกล็อคดังเช่นเมื่อการทำสำรวจเมื่อชาวอังกฤษทำประชามติในการตัดสินใจว่าจะออกจากสหภาพยุโรหรือไม่ (Brexit) ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สะท้อนถึงความคลาดเคลื่อนของการสำรวจความคิดเห็นกับผลที่ออกมาจริงของประดานักทำโพลล์ทั้งหลายว่า ความผิดพลาดเกิดขึ้นที่จุดใด อาจจะเกิดได้จากผู้ตอบแบบสำรวจไม่ตอบคำถามตรงกับที่ตนตัดสินใจ เพราะไม่ต้องการให้ผู้อื่นทราบว่าตนตัดสินใจเลือกอย่างไร การที่เลือกจำนวนและตัวอย่างที่ทำการสำรวจผิดพลาด หรือการที่มีกลุ่มผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจหรือตอบแบบสอบถามมีสัดส่วนจำนวนมากจนทำให้เปลี่ยนแปลงผลการสำรวจได้ ซึ่งคิดว่าหลังจากนี้ผู้ทำสำรวจทั้งหลายน่าจะได้ประเมิน/ทบทวนการทำโพลล์

การเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกาทุกครั้ง จะได้รับความสนใจและติดตามจากทั่วโลก เพราะสหรัฐอเมริกาเป็นมหาอำนาจที่มีอิทธิทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองของโลก โดยเฉพาะระหว่างคู่แข่งขัน 2 คน ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันค่อนข้างชัดเจนในนโยบายหลายๆ ดังปรากฏในการอภิปรายโต้แย้งที่ผ่านมา ซึ่งผลการอภิปรายโต้แย้ง 3 ครั้งที่มีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศที่ผ่านมาพบว่านางคลินตันทำคะแนนนิยมได้ดีกว่า มีความน่าเชื่อมากมากกว่าและมีประสบการณ์ทางการณ์ทางการเมืองมายาวนาน ในขณะนายทรัมป์ มีบุคคลิดที่โผงผางและมีนโยบายที่สุดโต่ง ในหลายๆ เรื่อง

นายโดนัล ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา มีอายุ 70 ปี (เกิดเมื่อ วันที่ 14 มิถุนายน 2489) ที่เมืองควีนส์ ซึ่งเป็นปริมณฑลของนครนิวยอร์ค เป็นชาวอเมริกันที่มีเชื้อสายเยอรมันนี จบการศึกษาปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์จาก วาร์ตันสกูล มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย เขาสร้างฐานะขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และต่อมาได้ขยายไปสู่อสังหาริมทรัพย์/คาสิโน และต่อมาในระยะหลังได้เข้าไปดำเนินธุรกิจด้านการประกวดนางงามที่รู้จักกันในชื่อของนางงามจักรวาล และมีข่าวคราวกับนางงาม เขาแต่งงาน 3 ครั้ง ที่มีภรรยาเป็นนางแบบ

ความสำเร็จของนายโดนัล ทรัมป์ ในการได้รับชัยชนะการเงือกตั้ง น่าจะมาจากนโยบายเลือกตั้งของเขาที่เน้น นโยบายชาตินิยม แบบสุดโต่ง นับตั้งแต่ การประกาศในช่วงหาเสียงว่าเขาจะสร้างกำแพงกั้นพรมแดนระหว่างสหรัฐอเมริกากับ เม็กซิโก เพื่อกันไม่ให้ชาวเม็กซิกันอพยพเข้ามาแย่งงานชาวอเมริกันทำ และเมื่อเกิดเหตุวางระเบิดในกลางกรุงปารีสในปลายปี 2558 เขาก็ประกาศว่าจะห้ามไม่ให้มุสลิมเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา และล่าสุดในการหาเสียงครั้งสุดท้ายก่อนวันวันเลือกตั้งเขาประกาศว่า จะทำให้สหรัฐอเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และชาวอเมริกันจะไว้ใจให้พรรคเดรโมแครตบริหารประเทศต่อไปอีก 4 ปีหรือ ? 

ปฏิกริยาของตลาดหลังจากที่นายโดนัล ทรัมป์ มีคะแนนเสียงนำที่มีโอกาศจะได้รับชัยชนะ นั้น ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริการาคาตกต่ำลง เช่นเดียวกันกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ในวันที่ 9 พ.ย.ต่างติดลบลงทั่วหน้า ในขณะที่ราคาทองคำปรับสูงขึ้นแตะระดับ (ราคาทองปรับพรุ่งขึ้นเพราะนักลงทุนจะหนีจากสินทรัพย์เสี่ยงประเภทหุ้นไปสู่ทองคำที่มีความเสี่ยงต่ำ) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลง

ทั้งนี้ เป็นเพราะตลาดขาดความมั่นใจต่อนโยบายทางเศรษฐกิจของนายทรัมป์ จากหลายๆ นโยบาย ประการแรกคือนโยบายทางการค้าที่เขาจะพิจารณานโยบายการค้าต่างๆ เสียใหม่ เช่นจะมีการเจรจาต่อรองทางการค้ากับประเทศจีนเสียใหม่ที่เขาเห็นว่าจีนใช้นโยบายค่าเงินอ่อนเกินความเป็นจริงในการได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐอเมริกา เขาต่อต้านข้อตกลงทางการค้าเสรี ทั้งเขตการค้าเสรีทวีปอเมริกาเหนือ และ เขตความร่วมมือของทรานแปซิฟิก ที่สหรัฐอเมริกาเป็นตัวตั้งตัวตี ซึ่งความผันผวนนี้จะมีอยู่ระยะหนึ่งจนกว่าจะมีความชัดเจนของการบริหารงานที่กว่าประธานาธิบดีใหม่จะเข้าพิธีสาบานตนในต้นปีหน้า

นอกจากนี้ นายทรัมป์ ยังมีนโยบายที่จะปรับลดอัตราภาษีส่วนบุคคลลง รวมถึงการจะปฏิรูปนโยบายรักษาพยาบาล ซึ่งนโยบายเหล่านี้ จะเป็นที่ถูกใจชาวอเมริกันโดยรวม แต่จะมีผลต่อฐานะการคลังของสหรัฐอเมริกาที่ย่ำแย่อยู่แล้วให้ทรุดตัวลงไปได้อีก คงจำได้ในสมัยประธานาธิบดีโอบามามี วิกฤตหน้าผาการคลัง “fiscal Cliff” ที่จนต้องประธานาธิบดีต้องไปขอร้องต่อรัฐสภาในการขยายเพดาลก่อหนี้สาธารณะเพิ่ม เพิ่อให้รัฐบาลมีเงินสำหรับใช้จ่าย

ผลการเลือกตั้งที่ออกมานี้จึงเป็นปัจจัยท้าทายต่อตัวนายทรัมป์เอง และท้ายทายต่อต่อสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจการเมืองของสหรัฐอเมริกาเองว่า ในที่สุดท้ายแล้วจะสามารถปรับเปลี่ยนได้มากน้อยเพียงไร สามารถทำให้นโยบายที่ประกาศเอาไว้ในช่วงหาเสียงเกิดขึ้นได้หรือไม่ และช้าเร็วอย่างไร และประการสุดท้ายคือ ในวันนี้ประชาชนชาวอเมริกันได้เลือกผู้นำของเขาเอง