จากนี้ไปคงจะต้องมีบทวิเคราะห์ ในรูปแบบต่าง ๆ ที่พยายามจะตอบคำถามเดียว
ที่ทุกคนทั้งโลกพยายามหาคำตอบ
คำถามนั้นคือ โดนัล ทรัมป์ชนะฮิลลารี คลินตันเพราะอะไร?
เป็นคำถามที่ผมเองก็พยายามจะแสวงหาคำตอบ เพราะเกาะติดตั้งแต่ทั้งสองคนประกาศ ลงสนามแข่งวันแรกจนถึงเช้าวันเลือกตั้ง ดำเนินรายการผลการนับคะแนนสด ๆ รัฐต่อรัฐ จน “ฟันธง” ว่าทรัมป์ชนะก่อนเที่ยง 15 นาที (เวลาบ้านเรา) ก่อนที่ทีวีช่องหลักอย่าง CNN หรือ Fox News ยังบอกว่าหลายรัฐที่เป็น battleground states ยังสูสีเกินกว่าจะกล้าฟันธงได้ (“Too close to call”)
ผมเชื่อว่าแม้แต่ฮิลลารีและทรัมป์เอง ก็คงพยายามจะหาคำตอบที่อธิบายปรากฏการณ์ “ช็อกโลก” ครั้งนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนเหมือนกัน เพราะปัจจัยที่ทำให้เกิดผลการเลือกตั้งอย่างนี้มีมากมายหลายด้าน มิอาจจะสรุปได้ง่าย ๆ
ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ ผมพอจะรวบรวมทฤษฎีของผู้คนจากแวดวงต่าง ๆ เพื่อตอบคำถามว่า “ทรัมป์ชนะเพราะอะไร?” ได้อย่างนี้
- เพราะทรัมป์จับอารมณ์ของ “ชนชั้นกลางผิวขาว” ได้ขณะที่ฮิลลารีมองข้ามคนกลุ่มนี้ ไปเน้นที่ผู้หญิง, คนผิวดำและลาติโน
- เพราะ Facebook ที่ไม่ยอมและไม่พร้อมจะจัดการกับข่าวลวง ข่าวปล่อยและข่าวโกหกที่นำเสนอประหนึ่งเป็นเรื่องจริง
- เพราะความเป็น “ดาราทีวี” ของทรัมป์โดดเด่นกว่าความเป็น “นักการเมืองเก๋า” ของฮิลลารี
- เพราะกลุ่มผู้หญิงผิวขาวที่ฮิลลารีคิดว่าเป็นฐานเสียงตัวเอง แต่ผลจริง ๆ ออกมาว่า 53% ของกลุ่มนี้หย่อนบัตรให้ทรัมป์
- เพราะกลุ่มผู้ชายผิวขาวที่เทคะแนนให้ทรัมป์อย่างถล่มทลาย ด้วยความไม่พอใจ 8 ปีของโอบามาที่ไม่ได้ “change” จริงตามที่หาเสียงเอาไว้
- เพราะชนชั้นทำงานอเมริกาเบื่อหน่ายนักการเมืองและผู้มีอำนาจเดิมไม่ว่าจะเป็นตระกูล Bush หรือ Clinton
- เพราะรัสเซียช่วยทางอ้อม รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศรัสเซีย Sergei Ryabkov ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าระหว่างหาเสียง ทีมงานบางคนของทรัมป์มีการติดต่อกับตัวแทนของรัฐบาลรัสเซียเป็นระยะ ๆ (ทรัมป์เคยปฏิเสธเรื่องนี้...แต่คนของปูตินยืนยันอย่างนี้)
- เพราะกลุ่ม “ซ้าย” และปัญญาชนที่เชียร์ฮิลลารีพูดจาดูถูกเหยียดหยาม ผู้สนับสนุนทรัมป์ว่าไม่มีการศึกษาและไม่ฉลาดเพียงพอ ประโยคที่อาจจะกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ต่อต้านอย่างรุนแรง อาจจะคือที่ฮิลลารีบอกว่า “ผู้สนับสนุนทรัมป์เป็นคนน่าสมเพช”!
- ฮิลลารีมองข้าม “เสียงจากชนบท” ขณะที่ทรัมป์จับอารมณ์ “ขบถ” ของคนนอกเมืองที่ตกงานและรู้สึกถูกผู้นำในวอชิงตันมองข้ามและทอดทิ้ง
- เพราะแกนนำพรรคเดโมแครตไม่ผลักดันเบอร์นี แซนเดอร์ส คู่แข่งฮิลลารีให้เป็นตัวแทนพรรคอย่างหนักแน่นเพียงพอ หลายคนเชื่อว่าถ้าแซนเดอร์สแข่งกับทรัมป์อาจจะชนะได้ เพราะเขาสามารถสร้างกระแส “ปฏิวัติ” ด้วยเสียงหนุ่มสาวมะกันได้ดีกว่า
- เพราะชนชั้นมีการศึกษาที่เป็นฐานเสียงฮิลลารีปิดหูปิดตาตัวเอง โดดเดี่ยวตัวเองออกจากความเป็นไปของชนชั้นกลางและชนชั้นล่าง ไม่อาจจะเข้าใจถึงความเป็นไปอันแท้จริงที่อยู่ใต้ผิวน้ำ
- ขณะที่ฮิลลารีหาเสียงด้วยดาราและนักร้อง ทรัมป์ตอกย้ำถึง “ชนชั้นทำงานที่ถูกลืม” ที่มองว่าทรัมป์เข้าใจพวกเขามากกว่า
สิบสองข้อนี้เป็นเพียงบางส่วน ของแนวทางการวิเคราะห์เบื้องลึก ของชัยชนะของทรัมป์ ที่พลิกโฉมการเมืองสหรัฐฯ และอาจเป็นส่วนสำคัญของกระแสการเมืองโลกใหม่
กระแสใหม่ที่ว่านี้คือการถอยกลับที่ตั้ง ต่อต้าน “โลกาภิวัตน์” และมุ่งสู่แนวทาง “สุดขั้ว” ไม่ว่าจะเป็นซ้ายหรือขวาก็ตาม
เป็นหัวข้อที่มีความสำคัญต่อทิศทางการเมืองโลก ที่คนไทยมองข้ามไม่ได้เป็นอันขาด









