วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลูกชาวนากับปริศนาคาใจ

ขอเรียนว่าบทความนี้มีข้อมูลสนับสนุนเพียงจำกัด เนื้อหาส่วนใหญ่มาจากความประทับใจ

ของผู้ที่ทำนามาก่อนในช่วงเวลากว่า 50 ปีจากวันที่ผมทำนากับพ่อแม่ถึงวันนี้ ชีวิตและการคิดของชาวนาเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ผมมองว่าการเปลี่ยนนั้นมาจากปัจจัยหลายอย่างซึ่งรวมกันเป็นตัวสร้างปัญหาและปริศนาคาใจให้แก่ผม เทคโนโลยีและนโยบายน่าจะเป็นปัจจัยหลัก

ในสมัยผมอยู่ในทุ่งนา เราไม่มีไฟฟ้า ไม่มีปุ๋ยเคมี ไม่มีถนน ไม่มีเครื่องจักรกลในนา ควายเป็นสัตว์คู่ยากที่ลากไถ การทำนามีค่าใช้จ่ายไม่มาก ควายใช้ทุนก้อนใหญ่เพราะราคามักกว่าราคาข้าวหนึ่งเกวียน นอกจากให้แรงงานแล้ว ควายให้ปุ๋ยและทำหน้าที่ควบคุมหญ้าที่มารบกวนข้าวในการทำนา เครื่องมือทั้งหลายพ่อผมทำได้เองยกเว้นส่วนที่เป็นเหล็กจำพวกจอบ เสียม ผาน เคียวและขอฉาย วัสดุที่ใช้ทำเครื่องมือมักได้มาจากนาและป่าไม้ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก เราเก็บพันธุ์ข้าวและข้าวเปลือกไว้และสีซ้อมเองด้วยสีที่พ่อผมต่อเอง ป่าให้อาหารบางอย่าง ปลา กบและปูมีอยู่ในนา ช่วงหน้าแล้ง เราจับปลาในหนองน้ำกลางทุ่งรกร้างกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยปรือ เราซื้อเป็นบางอย่างอาหารสำเร็จรูปแทบไม่เคยซื้อ ฟืนและถ่านเราได้จากการรานกิ่งไม้ที่อยู่ในนา หน้าแล้ง เราดูแลควายและทำเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ แสงสว่างในตอนกลางคืนเราได้จากตะเกียงน้ำมันก๊าด เราไปไหนมาไหนด้วยการเดิน

การทำนากับควายและสมาชิกในครอบครัวทำนาได้ไม่มากนัก เมื่อมีงานมาก หรืองานหนัก ชาวนามักเปลี่ยนกันทำงานแบบ “ลงแขก”ชาวนาอยู่ได้เพราะรายจ่ายไม่สูง บ่อยครั้ง ราคาข้าวในดูเก็บเกี่ยวตกต่ำแบบน่าใจหาย แต่ชาวนาส่วนใหญ่มียุ้งเก็บข้าวไว้จึงไม่ต้องขายทันทีชาวนาไม่พากันร้องโวยวายให้รัฐบาลช่วย

เมื่อรัฐบาลสร้างถนนดินผ่านหมู่บ้าน ชาวนาเริ่มซื้อจักรยานซึ่งใช้ขี่ไปไหนมาไหนได้เร็วกว่าการเดิน การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มากับรถไถนาและไฟฟ้าเข้าหมู่บ้าน รถไถนาเปลี่ยนป่าปรือให้เป็นนาของเศรษฐีบางคนส่งผลให้ชาวนาขาดวัสดุสำหรับใช้ทำฝาบ้าน ร้ายยิ่งกว่านั้นหนองน้ำที่เต็มไปด้วยปลากลางป่าปรือหายไปด้วย ชาวนาหมดแหล่งจับปลาตอนหน้าแล้ง

เมื่อไฟฟ้ามาถึง สิ่งแรกๆ ที่ชาวนาพากันซื้อคือโทรทัศน์และพัดลม ชาวนาที่เคยนอนแต่หัวค่ำเพื่อเอาแรงไว้ทำงานในวันรุ่งขึ้นเริ่มนอนดึก วันไหนโทรทัศน์ถ่ายทอดมวย วันนั้นชาวนาชายมักหายไปจากท้องทุ่ง การดูมวยมักไม่ดูเปล่า พวกเขาซื้อเหล้ามาย้อมใจและติดปลายนวมกันเพื่อให้การดูมวยออกรสยิ่งขึ้น ค่าใช้จ่ายเพิ่มในขณะที่ผลิตภาพลด

วิวัฒนาการของเทคโนโลยีซึ่งมักมีคำสาปแฝงมาด้วยนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ณ วันนี้ ไม่มีชาวนาที่เอาหลังขึ้นฟ้าเอาหน้าลงดินให้เห็นเช่นเมื่อก่อน ชาวนาดูจะใช้เวลาเพียงปีละไม่กี่วันอยู่ในทุ่งนา เกือบทุกอย่างต้องจ้าง หรือซื้อต้องมีโทรศัพท์มือถือและส่งลูกไปเรียนหนังสือพร้อมซื้อมอเตอร์ไซค์ให้ด้วยแต่รายได้จากการทำนามักเพิ่มขึ้นไม่มากหลังจากหักค่าเงินเฟ้อออกรัฐบาลดำเนินนโยบายจำพวกให้ชาวนากู้เงินได้จากหลายแหล่ง แต่ชาวนามักกู้ได้ไม่พอจำเป็นต้องก่อหนี้นอกระบบซึ่งพอกพูนขึ้นจนในหลายๆ กรณีทำให้สูญที่นา

รัฐบาลปรับเปลี่ยนนโยบายพร้อมกันไปกับความเปลี่ยนแปลง ความผิดพลาดร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อนำนโยบายประชานิยมแบบเลวร้ายมาใช้ส่งผลให้ชาวนากลายเป็นทารก เมื่อต้องการอะไรก็โวยวายเช่นเดียวกับกลุ่มคนในหลายอาชีพ

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและการเพิ่มพลังอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ชาวโลกจะต้องมีจรรยาบรรณแข็งแกร่งขึ้น มิฉะนั้น พลังดังกล่าวจะสร้างความเสียร้ายแรงจนสังคมล่มจมได้แต่โดยทั่วไป ทั้งชาวนาและรัฐบาลไทยกลับแก้ปัญหาด้วยความมักง่ายซ้ำร้ายนักการเมืองและข้าราชการยังฉ้อฉลส่งผลให้ปัญหายิ่งสาหัส

เรื่องที่เล่ามานี้ทำให้ผมมีปริศนาคาใจหลายอย่าง ผมไม่แน่ใจเต็มร้อยว่าภาพที่ผมเห็นเป็นสภาพโดยทั่วไปในเมืองไทยหรือไม่ หากเป็นสภาพทั่วไป จะเริ่มแก้ปัญหากันเมื่อไร โดยใครและตรงไหนเมืองไทยจึงจะไม่ล่มจม ?