จากกรณีราคาข้าวตกต่ำ และเกษตรกรกำลังได้รับผลกระทบ
เนื่องจากรายได้ลดลง ซึ่งหากประเมินจากราคาตลาดในขณะนี้ ถือว่าเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนับล้านครัวเรือน กำลังเผชิญกับภาวะขาดทุน ซึ่งแน่นอนว่าจะเกิดผลกระทบหลายด้านตามมา ทั้งเรื่องปัญหาหนี้สินและปัญหาความเดือดร้อนอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน และถึงที่สุดแล้วจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เนื่องจากกำลังซื้อในภาคเกษตรถือว่ามีขนาดใหญ่ และส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ตามมาอีกมาก
จากสถานการณ์ดังกล่าวปรากฏว่ามีเกษตรกรจำนวนไม่น้อย ออกมาขายข้าวเองตามช่องทางต่างๆ เนื่องจากได้ราคาดีกว่าขายผ่านโรงสี อีกทั้งมีหน่วยงานของรัฐหลายแห่ง ทั้งส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจต่างร่วมมือกัน แก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร ทั้งการหาพื้นที่จำหน่ายข้าวและการซื้อข้าวไปบริโภค ซึ่งด้านหนึ่งแสดงให้เห็นว่าคนไทยพร้อมจะให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แต่ประเด็นสำคัญคือขนาดของปัญหาในเรื่องราคาสินค้าเกษตรค่อนข้างใหญ่ และความช่วยเหลือกันเองอาจไม่เพียงพอ
แน่นอนว่าการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง เพราะก่อนหน้านี้หลายคนแทบหมดหวังกับคนไทย จนบางคนมองว่าคนไทยเป็นคนเห็นแก่ตัว ไม่ช่วยเหลือหรือมีน้ำใจต่อกัน แต่ในช่วงที่ผ่านมา เราพบว่ามีการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามวิกฤติเสมอ ดังนั้นเราเชื่อว่าหากมีการจัดการที่เป็นระบบและการบริหารจัดการที่ดี เราก็เชื่อว่าทุกคนจะให้ความร่วมมือร่วมแรงกัน หากเห็นว่าเป็นแนวทางที่แก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้งข้อสังเกตไว้อย่างน่าสนใจว่า ปัญหาราคาข้าวตกต่ำและรัฐบาลต้องให้ความช่วยเหลือเกษตรกรมาโดยตลอดนั้นเป็นเรื่องของปลายเหตุ แต่ต้นเหตุมาจากภาคการผลิตของไทยเอง แต่การปฏิรูปภาคเกษตรของรัฐบาลที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนั้น ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องง่ายนักจะแก้ได้โดยเร็ว รวมทั้งเรื่องการปรับเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูก การรวมเป็นแปลงใหญ่เพื่อลดต้นทุน หรือ การมุ่งผลิตข้าวคุณภาพเพื่อเจาะตลาดเฉพาะ
กรณีของมาตรการช่วยเหลือราคาข้าวหอมมะลิและข้าวเปลือกเจ้า สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเผชิญปัญหาเดิมๆ อีกครั้ง ทั้งๆที่พยายามผลักดันนโยบายต่างๆ เพื่อปฏิรูปภาคเกษตรครั้งใหญ่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาคเกษตรของไทยมีความสลับซับซ้อน และความยุ่งยากในการแก้ปัญหาอย่างมาก ไม่ว่าจะมีนโยบายดีสักเพียงแต่ แต่เมื่อปฏิบัติจริงกลับเผชิญกับปัญหามากกว่าที่คาดคิดไว้มาก ซึ่งไม่เพียงแต่รัฐบาลนี้เท่านั้น แต่รัฐบาลก่อนหน้านั้นก็เผชิญกับปัญหาเดียวกัน
เราเห็นด้วยกับนโยบายการปฏิรูปภาคเกษตรที่รัฐบาลพยายามผลักดันในขณะนี้ แต่ก็เห็นว่าด้วยปัญหาค่อนข้างใหญ่ และเกี่ยวข้องกับเกษตรกรทั่วประเทศหลายล้านคน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายในการขับเคลื่อนเท่าใดนัก ดังนั้นหากรัฐบาลต้องการจะปฏิรูปให้สำเร็จโดยเร็ว เราเห็นว่าอาจจะต้องออกแรงครั้งใหญ่ เหมือนกับที่พยายามทำในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานหรือการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ ซึ่งสามารถเห็นเป็นรูปเป็นเรื่องได้ค่อนข้างเร็ว
เพราะการแก้ปัญหาภาคเกษตรมักจะเป็นเรื่องใหญ่เสมอสำหรับสังคมไทย ที่มีคนจำนวนมากอยู่ในภาคเกษตร หากรัฐบาลต้องการจะแก้ปัญหาที่ต้นตอจึงไม่อาจทำได้เพียงแค่ระดับนโยบาย ซึ่งรัฐบาลอาจจำเป็นต้องโหมนโยบายให้เกิดความชัดเจน ว่าทำไมภาคเกษตรเราต้องปรับตัวและเหตุใดรัฐบาลต้องการปฏิรูป เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันทั้งหน่วยงานรัฐและเกษตรกรทั่วประเทศ เราเห็นว่ามีแต่กำหนดให้เป็นเรื่องระดับชาติเท่านั้นจึงจะสำเร็จได้ หาไม่แล้วปัญหาเดิมๆ ก็จะกลับเหมือนที่เคยเป็น









