จากการสำรวจพฤติกรรมการอ่านหนังสือของคนไทยในเชิงสถิติล่าสุดของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลตั้งแต่เดือน พฤษภาคม-มิถุนายน 2558
จากจำนวนครัวเรือน ตัวอย่าง 55,920 ครัวเรือน พบว่า ประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลอ่านหนังสือสูงกว่านอกเขตเทศบาล (ร้อยละ 82.9 และ 73.4) แยกการอ่านตามวัย วัยเด็กและเยาวชน มีอัตราการอ่าน ร้อยละ 90.7 และ 89.6 กลุ่มวัยทำงาน ร้อยละ 79.1 กลุ่มวัยสูงอายุ ร้อยละ 52.8 หนังสือพิมพ์เป็นประเภทหนังสือที่มีผู้อ่านสูงสุด ร้อยละ 66.9 ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ / SMS / E-mail ร้อยละ 51.1 ตำรา / หนังสือ / เอกสาร / บทความที่ให้ความรู้ ร้อยละ 49.7 วารสาร / เอกสาร ประเภทที่ออกประจำ / บทความเกี่ยวกับคำสอนทางศาสนา ร้อยละ 41.1
ผู้อ่านที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปี ขึ้นไป กลุ่มเยาวชนใช้เวลาอ่านมากที่สุด เฉลี่ย 94 นาทีต่อวัน กลุ่มวัยทำงานใช้เวลาอ่านเฉลี่ย 60 นาทีต่อวัน ส่วนวัยสูงอายุใช้เวลาอ่านน้อยที่สุดเฉลี่ย 44 นาทีต่อวัน เมื่อคิดเฉลี่ยจากประชาชนทุกกลุ่มอ่านหนังสือเฉลี่ย 66 นาทีต่อวัน เมื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจปี 2556 ที่อ่านหนังสือเฉลี่ย 37 นาทีต่อวัน พบว่า ทุกวัยใช้เวลาอ่านเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าตัว! เนื่องจากได้เพิ่มการอ่านข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ / SMS / E-mail ด้วย โดยกลุ่มเยาวชนใช้เวลาอ่านเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 44 นาทีต่อวัน
การเข้ามาแทนที่หนังสือของสื่อในรูปแบบดิจิทัลเป็นเรื่องที่มีการพูดถึงกันมาก แต่ E-Book ในประเทศไทยก็โตแค่ 2% จากผลการสำรวจปรากฏว่า ความนิยมในการอ่านกระดาษยังสูงมากถึง 96% ดิจิทัลเน้นในเรื่องของข่าวสารและระยะเวลาที่รวดเร็วเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่ได้ในส่วนของหนังสือ เพราะพฤติกรรมของคนอ่านคุ้นชินอยู่กับหยิบจับหนังสือเล่มมากกว่า นัยของข้อมูลที่ได้จากาการสำรวจดังกล่าว ที่ใช้ข้อมูลจากครัวเรือนถึงกว่า 55,000 ครัวเรือน เป็นข้อมูลที่น่าเชื่อได้ว่า คนไทยอ่านหนังสือมากขึ้น เนื่องจากได้รับความร่วมมือของภาคี ส่งเสริมการอ่านที่จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
ผมเชื่อว่าร้านหนังสือยังมีอนาคต แต่จะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ธุรกิจร้านหนังสือเป็นธุรกิจที่มาร์จิ้นต่ำ ปัจจุบันต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องค่าเช่าพื้นที่ ค่าจ้างแรงงาน ที่เพิ่มสูงขึ้น และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เสพติดเทคโนโลยีสมัยใหม่ คนทำร้านหนังสือนอกจากจะประคองความฝันแล้วยังจะต้องประคองธุรกิจให้อยู่รอดด้วย ต้องสร้างร้านหนังสือให้เป็นชุมชนคนรักหนังสือ มีมุมของที่ระลึก เครื่องเขียน จำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการอ่าน สินค้าเพื่อสุขภาพ ของเล่นที่พัฒนาทักษะ จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน จัดกิจกรรมให้เด็กในช่วงปิดเทอม สร้างเด็กรุ่นใหม่ให้เป็นนักเขียน
ภายในร้านอาจมี ร้านกาแฟ เพื่อเพิ่มรายได้ สร้างเอกลักษณ์ ให้แตกต่าง เปลี่ยนรูปแบบจากแผงหนังสือ เป็นร้านหนังสือตกแต่งร้านให้คนอยากเข้ามาในร้าน เลือกทำเลที่เหมาะสมยิ่งในยุคที่สื่อสังคมออนไลน์กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำอย่างไรจะทำให้โลกออนไลน์เป็นทางรอดไม่ใช่ภัยคุกคาม ด้วยการใช้ออนไลน์ เป็นช่องทางในการขายหนังสือเพื่อเพิ่มยอดขาย
บีทูเอส (B2S) ร้านขายหนังสือ สื่อบันเทิง และเครื่องเขียนของกลุ่มเซ็นทรัล ได้พลิกโฉมเป็น Think Space B2S สร้างคอนเซ็ปต์เป็น "พื้นที่ความคิดที่สร้างแรงบันดาลใจ” เป็นพื้นที่พิเศษสำหรับคนที่ไม่หยุดค้นหาตัวเอง เป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของคนรุ่นใหม่ บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร ของศูนย์การค้า เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ เป็นร้านหนังสือผสานธรรมชาติ ที่เน้นพื้นที่เปิดโล่งที่ทุกคนใช้เวลาได้ทั้งวัน มี Book Terraces ที่มีหนังสือไทยและต่างประเทศ มากกว่า 100,000 เล่ม ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย และ Asia Pacific
สำหรับท่านผู้ประกอบการ SME นอกจากจะพัฒนาตัวเองด้วยการเข้าฝึกอบรมในหลักสูตรต่างๆ การอ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มพูนความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของท่าน เพราะหนังสือคือเพื่อนแท้ที่มีคุณค่าที่สุด
Walt Disney บอกว่า มันมีสิ่งมีค่ามากมายในหนังสือมากกว่าของมีค่าจากเกาะมหาสมบัติเสียอีก






