มีอะไรบ้างที่ต้องคำนึงถึงในการลงทุนทำธุรกิจในยุคนี้ พอสรุปคร่าวๆแบบเร็วๆได้ 5 ข้อ
ในยุคที่เศรษฐกิจทั่วโลกดูจะซบเซาเหงาหงอย หลายธุรกิจอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ปรับโครงสร้างระบบงานภายในให้สอดรับกับความทันสมัยในปัจจุบัน การวางแผนกำลังคนเริ่มถูกใช้งานอย่างเข้มข้นจริงจัง ไม่เพียงแต่ความพยายามในการหมุนเวียนสับเปลี่ยนตำแหน่งของพนักงานเก่าที่มีศักยภาพให้ไปทำงานใหม่ที่มีคุณค่ามากขึ้น และการยกระดับความรู้ความสามารถของกลุ่มที่มีทักษะเก่าให้มีความรู้สอดรับกับระบบงานใหม่ โดยจำกัดการรับคนเท่าที่จำเป็น ทั้งนี้เพื่อสร้างสมดุลระหว่างจำนวนคนกับตำแหน่งงานที่เหลือ บัณฑิตจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ดูเหมือนจะโดนหางเลขกับสภาวะที่เกิดขึ้นนี้อย่างเต็มๆ
นั่นเพราะทั้งธุรกิจบริการและธุรกิจอุตสาหกรรม กำลังยกระดับปรับเปลี่ยนตัวเอง หันมาลงทุนในเทคโนโลยีสมัยใหม่และระบบอัตโนมัติมากขึ้น ดังนั้นงานประเภททำได้โดยไม่ต้องคิดหรือคำนวณอะไร ทำได้โดยไม่ต้องวิเคราะห์ตัดสินใจมากนัก ก็มักจะถูกแทนที่ด้วยคอมพิวเตอร์ซึ่งประมวลผลได้รวดเร็วและแม่นยำมากกว่า ในขณะที่งานประเภททำซ้ำทำจนชิน ก็จะถูกทดแทนด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติและหุ่นยนต์ที่มีความแม่นยำ
โครงการสร้างผู้ประกอบการใหม่ที่รัฐบาลให้การสนับสนุนมานานนับทศวรรษ มีมากมายหลายกลุ่ม อาทิ (1) กลุ่มทายาทผู้ประกอบการ ซึ่งต้องมารับช่วงธุรกิจต่อจากพ่อแม่ นำหลักการบริหารสมัยใหม่มาต่อยอดให้กับธุรกิจครอบครัวแบบเดิม (2) กลุ่มดารานักแสดงและนักร้อง โดยเฉพาะรุ่นใหม่ที่ภาษาดีมีการศึกษาสูง เริ่มเห็นว่าอาชีพนักแสดงอาจจะไม่ยั่งยืนมากนัก อีกทั้งในขณะที่ยังดังและมีชื่อเสียง สามารถใช้ความชื่นชอบของประชาชนช่วยเสริมธุรกิจได้ง่ายขึ้น (3) กลุ่มแม่บ้านและเกษตรกรชุมชน ซึ่งเมื่อก่อนอาจจะแปรรูปผลผลิต งานฝีมือ และค้าขายในชุมชนเล็กๆ เริ่มจัดตั้งเป็นกลุ่มธุรกิจ ร่วมคิด ร่วมผลิต และร่วมกันทำแบบมีระบบมากขึ้น (4) กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งจบการศึกษา โดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษา และไม่อยากทำงานเป็นลูกจ้างรับเงินเดือน กลุ่มนี้อาศัยว่ามีไอเดียดีมีความคิดสร้างสรรค์ (5) กลุ่มคนทำงานใกล้วัยเกษียณหรือกำลังจะเกษียณ มีเงินทุนที่พร้อมจากการเก็บออมมาตลอด 20-30 ปี นอกจากการลงทุนในหุ้น กองทุน และอื่นๆ ก็มีความคิดอยากจะทำธุรกิจของตนเอง
ไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเสวนากับเพื่อนๆ Gen X ซึ่งอายุเริ่มมาก มีเงินทุนสะสมพอสมควร และคิดว่าอยากจะหาธุรกิจบางอย่างทำในวัยใกล้เกษียณ เริ่มเห็นว่าธุรกิจสร้างสรรค์จากไอเดียแปลกใหม่ และธุรกิจนวัตกรรมจากผลงานวิจัยและพัฒนา มีโอกาสความเป็นไปได้สูง ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันที่ตอบรับกับสินค้าที่มีคุณค่ามากขึ้น มีกำลังซื้อสูงขึ้น คำถามคือ มีอะไรบ้างที่ต้องคำนึงถึงในการลงทุนทำธุรกิจในยุคนี้ เท่าที่คุยกันพอสรุปคร่าวๆแบบเร็วๆได้ ดังนี้
1.ตัวผู้ลงทุนควรมีความรู้ ประสบการณ์ ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมนั้นๆ ถ้าเคยทำงานอยู่ในวงการนั้นมาก่อน ก็จะดี เพราะจะมีความเข้าใจ ด้านการผลิต ด้านการขายและการตลาด เรื่องใดเรื่องหนึ่งของธุรกิจนั้น หรือถ้ารู้ทั้งสองอย่างก็ยิ่งดี บางคนเคยทำงานในโรงงานผลิตเสื้อผ้า ชุดชั้นในสตรี แบรนด์ดังที่เป็นผู้นำตลาด ปัจจุบันออกมาผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้า และชุดชั้นในสตรีของตัวเอง จับตลาดกลาง-ล่าง และประเทศเพื่อนบ้าน โดยออกแบบเองและไปจ้างโรงงานการ์เมนท์เย็บให้ตามสั่ง
2.เห็นโอกาส หรือช่องทางใหม่ๆ ที่ยังไม่มีใครทำ หรือเริ่มมีคนทำบ้างแล้ว แต่ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่มากได้ โดยเฉพาะการนำไอทีเข้ามาลัดขั้นตอน หรือลดภาระของธุรกิจเดิมทั่วไป ประเภททำเองนอกจากแพงแล้ว ยังต้องยุ่งวุ่นวายกับการควบคุมคุณภาพ สู้ใช้มืออาชีพเฉพาะทางทำไม่ได้ นอกจากถูกกว่าแล้วยังเลือกคุณภาพได้ด้วย จึงเกิดการจ้างภายนอก (Outsource)
3.อยู่ในทิศทาง หรือแนวโน้มที่มีการเติบโตสูง เช่น เกี่ยวกับพลังงานทางเลือก เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับสุขภาพ เกี่ยวกับผู้สูงวัย เป็นต้น วิธีที่เร็วก็คือ นำเข้าสินค้าต่างประเทศเข้ามาขายหรือทำตลาดเลย โดยเลือกสินค้าต่างประเทศที่เริ่มเป็นที่นิยมของคนไทยแล้ว แต่ยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายในประเทศ ที่สำคัญมีฐานลูกค้าเดิมแล้ว จึงไม่แปลกถ้าจะเห็นหลายแบรนด์สินค้าดัง เริ่มมาเปิดร้านแบบ Stand-alone หรือ Outlet ของตัวเองมากขึ้น
4.ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม จากงานวิจัยและพัฒนาได้ก็เป็นสิ่งดี แต่ต้องแน่ใจว่ารับความเสี่ยงที่สูงได้ เพราะต้องต่อสู้กับพฤติกรรมของผู้บริโภคว่าจะใช้สินค้าเดิม แบบจ่ายน้อยสบายกระเป๋า แต่ได้ผลระยะสั้น มีคุณค่าจำกัด และต้องใช้กลยุทธ์การตลาดจูงใจให้หันมาใช้นวัตกรรมใหม่ที่มีราคาสูง แต่ได้ผลระยะยาว มีคุณค่ามากขึ้น
5.อีกวิธีนึง ถ้ามีเงิน แต่ไม่มีความถนัดที่จะทำเอง ก็ทำตัวเป็นนายทุน ถ้าไม่อยากซื้อหุ้นในตลาด รอกำไรจากราคาซื้อขายหรือปันผล แต่อยากเข้าไปลงทุนในธุรกิจแบบเข้าไปถือหุ้นในระดับที่เป็นกรรมการได้ ก็ลองหาความรู้เกี่ยวกับ Startup ซึ่งตอนนี้ มีการ pitch งานเพื่อระดมทุนอยู่เรื่อยๆ ปัจจุบันจะมีผู้ลงทุน 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ นักลงทุนสถาบัน Venture Capital(VC) และนักลงทุนอิสระ (Angel Investor)
จะเห็นว่าเรามีคนสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ไม่มีประสบการณ์การทำงานมากนักหรือไม่มีเลย แต่มีไอเดียแปลกใหม่และเข้าใจในเทคโนโลยี แต่ไม่มีเงินทุน พยายามจะระดมทุนจากแหล่งต่างๆที่เปิดกว้างมากขึ้น ในขณะที่คนทำงานใกล้วัยเกษียณที่มีประสบการณ์มาก และมีเงินออมในระดับหนึ่ง แต่ขาดแนวคิดใหม่ๆ อาจเป็นเพราะทำงานในระบบที่เคร่งครัดมานาน ทำอย่างไรที่จะให้คนสองกลุ่มนี้มาเจอกัน
ถ้าพูดแบบภาษาวัยรุ่นก็ต้องเรียกว่ามา featuring กัน ฝ่ายหนึ่งมีทุน ประสบการณ์ และความรอบคอบ อีกฝ่ายหนึ่งมีไอเดีย และความสามารถด้านเทคโนโลยี เชื่อว่าต่อไปจะมีเวทีที่ให้สองฝั่งมาเจอกันมากขึ้น ธุรกิจใหม่จะเกิดขึ้นได้ง่าย และเป็นจริงได้เร็วขึ้น









