วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Brace for SEPTEMBER Impact !

กันยายนเป็นอีกเวลาชี้ชะตาตลาดการเงินโลก มีประชุมธนาคารกลางสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น การโต้วาทีครั้งแรกในศึกชิงประธานาธิบดี


สหรัฐฯ รวมถึงประชุมกลุ่มโอเปกเพื่อพิจารณามาตรการพยุงราคาน้ำมัน ทุกเหตุการณ์อาจจะทำให้ราคาสินทรัพย์ขึ้นลงอย่างมีนัยสำคัญ
ไฮไลท์อยู่ที่การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) วันที่ 20-21 นี้ ซึ่งมีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก นางเจเนท เยลเลน ประธาน FED ได้แสดงความเห็นที่ Jackson Hole Symposium เมื่อปลายสิงหาคมว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวได้ดี อัตราการว่างงานและเงินเฟ้อเริ่มเข้าใกล้เป้าหมาย ทำให้มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้ ผลจากการประชุมที่จะถึงนี้จะแสดงว่า FED ยังคงนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ (Dovish) ต่อไป หรือเลือกขึ้นดอกเบี้ย (Hawkish)เพื่อลดภาวะเก็งกำไรที่เกิดขึ้นทั้งในตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น ถ้า FED ยัง Dovish น่าจะทำให้ตลาดหุ้นปรับขึ้นต่อ แต่ถ้า FED เลือกขึ้นดอกเบี้ย ราคาหุ้นโดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่น่าจะได้รับผลกระทบจากกระแสเงินทุนไหลกลับไปสหรัฐฯ เพื่อผลตอบแทนที่ดีขึ้น
การประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และญี่ปุ่น (BOJ) ก็สำคัญไม่แพ้กัน ครั้งก่อนหน้า ธนาคารกลางทั้งสองไม่มีมาตรการใหม่ๆ จนนักลงทุนแคลงใจว่า ECB และ BOJ หมดกระสุนจะกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วหรือไม่ แต่ประธานธนาคารกลางทั้งสองยืนยันว่ากระตุ้นเพิ่มได้หากจำเป็น รายงานเศรษฐกิจล่าสุดของทั้งยุโรปและญี่ปุ่นยังไม่น่าพอใจ ดังนั้น ครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่าสิ่งที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้จะเป็นจริงหรือไม่
ข้ามฟากมาที่การเมืองสหรัฐฯ หลังจากสองพรรคการเมืองใหญ่ได้ตัวแทนลงชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ บรรยากาศการเลือกตั้งเข้มข้นขึ้น เพราะจะมีการโต้วาทีกันระหว่างนางฮิลลารี คลินตัน และนายโดนัลด์ ทรัมพ์ ซึ่งผลโพลหลังจบการโต้วาที น่าจะทำให้นักลงทุนเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าใครมีโอกาสชนะ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า ถ้านางฮิลลารีชนะจะดีต่อการลงทุน แต่กลุ่มบริษัทยาน่าจะได้รับผลกระทบจากนโยบายควบคุมราคาที่นางฮิลลารีใช้หาเสียง แต่ถ้านายทรัมพ์ชนะ ตลาดหุ้นอาจจะได้รับผลกระทบเชิงลบจากนโยบายสุดโต่ง
โอเปกจัดประชุมนัดพิเศษเพื่อทบทวนโควตาการผลิตของสมาชิก แม้การประชุมหลายครั้งที่ผ่านมาไม่มีข้อสรุป แต่นี่เป็นครั้งแรกที่อิหร่านมีท่าทีเห็นด้วยที่จะทบทวนโควตา ซึ่งก่อนหน้านี้อิหร่านไม่ต้องการเข้าร่วมเพราะเพิ่งได้รับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและกลับมาส่งออกน้ำมันได้อีกครั้ง ปัจจุบันอิหร่านเพิ่มกำลังการผลิตจนเข้าใกล้ช่วงก่อนมาตรการคว่ำบาตร จึงเริ่มสนใจเข้าร่วมลดกำลังการผลิตเพื่อพยุงราคาน้ำมัน ราคาน้ำมันปรับขึ้นตอบรับข่าวนี้ไปพอสมควร ถ้าไม่มีมาตรการใดๆ จากที่ประชุม อาจฉุดให้ราคาน้ำมันและหุ้นในกลุ่มพลังงานดิ่งลง
จากความไม่แน่นอนสูงในเดือนกันยายน การคาดการณ์ถึงผลลัพธ์ของเหตุการณ์ต่างๆ นอกจากจะทำได้ยากแล้ว การประเมินถึงผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์ยิ่งยากมากขึ้นไปอีก ขึ้นอยู่กับมุมมองและการตีความของตลาดเป็นสำคัญ นักลงทุนจึงควรเตรียมพร้อมรับแรงกระแทกและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น วิธีที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น การกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ทั้งพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ หุ้น และทองคำ โดยอาจเลือกลงทุนหุ้นในสัดส่วนที่มาก หากคาดว่าผลของการประชุมต่างๆ จะเป็นข่าวดีต่อตลาดหุ้น ถ้าเชื่อในทางตรงข้ามก็ควรลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลในสัดส่วนที่มากกว่า เพราะจะช่วยลดทอนผลขาดทุนได้ดี การลงทุนแบบผสมผสานจึงเป็นเกราะคุ้มครองมูลค่าเงินลงทุนในบางสถานการณ์ที่ “ไม่คาดคิด”ได้