วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลยุทธ์ธุรกิจเดิม เติมด้วยไอเดียใหม่

หากออกแบบธุรกิจของเราใหม่ให้ดี มีความกระชับรัดกุม การอยู่รอด เติบโต และยั่งยืน ย่อมเกิดขึ้นได้

ธุรกิจตัวกลางที่เชื่อมกลุ่มคนสองฝั่งเข้าด้วยกัน นอกจากจะช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ยังช่วยคัดสรรสิ่งต่างๆ จากซีกโลกหนึ่งมายังอีกซีกโลกหนึ่ง ถือว่าคนที่ทำธุรกิจลักษณะนี้มีคุณูปการกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก เพราะมีกระบวนการทางธุรกิจมากมายหลายขั้นตอนที่อยู่ตรงกลาง ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการคัดสรร พิธีการนำเข้าและส่งออก กระบวนการขนส่ง คลังสินค้า ศูนย์การกระจายสินค้า ช่องทางการจัดจำหน่าย ร้านค้าที่ขยายสาขาไปในพื้นที่ต่างๆ ตลอดจนการตลาดและการบริการหลังการขาย ทำให้ราคาของสินค้าขยับปรับตัวขึ้นไป มากกว่าต้นทุนของสินค้าจริงหลายเท่าตัว นอกเหนือจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บอยู่แล้วในฝั่งผู้บริโภค ก็ยังมีภาษีที่รัฐจัดเก็บจากสินค้าและบริการบางประเภทเป็นพิเศษ

 

ช่องทางการค้าดูผิวเผินอาจจรู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ผู้ผลิตสินค้าและผู้บริโภคสามารถเจอกันได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลาง และทำให้ราคาสินค้าและบริการลดลง การเข้าถึงของผู้บริโภคเป็นไปอย่างง่ายดายมากขึ้น นั่นอาจจะถูกต้องแค่บางส่วน แต่ความเป็นจริงเทคนิควิธีการหลายอย่างยังคงอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแปลงร่างให้มีความทันสมัยมากขึ้น ตัวกลางทางธุรกิจแบบเดิม ก็ผันไปสู่โมเดลธุรกิจใหม่ที่ใช้ช่องทางออนไลน์ เข้ามาทำหน้าที่แทน ถ้าหุ่นยนต์จะเข้ามาทดแทนคนงานในโรงงาน โครงข่ายอินเทอร์เน็ตก็เข้ามาทดแทนธุรกิจตัวกลางบางประเภทเช่นกัน

 

การทำธุรกิจยุคใหม่ ยังสามารถใช้กลยุทธ์เดิม แต่เพิ่มเติมด้วยไอเดียแปลกใหม่ ไม่ว่าจะธุรกิจใหญ่หรือธุรกิจเล็ก ธุรกิจนวัตกรรม หรือธุรกิจเกิดใหม่ไฮเทคที่เรียกกันว่า Tech Startup ถ้าจะให้อยู่รอด เติบโต แตกต่าง และยั่งยืน ยังสามารถนำแนวคิดเดิมมาใช้ แต่ทำใหม่ในรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้นได้ อาทิ

 

    1.กุมหัวใจ ไม่ให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้ของคู่แข่ง จะเห็นว่าการเปลี่ยนค่าย ย้ายแบรนด์ เป็นเรื่องที่ง่ายมาก มีความพยายามที่จะเพิ่มต้นทุนการเปลี่ยนแปลงให้สูง อาทิ การใช้สัญญาผูกมัดของผู้ให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์ไร้สาย การสร้างความคุ้นชินกับระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์ การซื้อง่ายขายต่อได้ราคาและเข้าศูนย์บริการได้สะดวกในราคาที่ไม่แพงของค่ายรถยนต์ การหาอุปกรณ์เชื่อมต่อ อุปกรณ์ตกแต่ง และแอพเพิ่มเติมเสริมลูกเล่นได้หลากหลายจากพันธมิตรจำนวนมากของโทรศัพท์แต่ละระบบ  ระบบสมาชิกสะสมคะแนน ไอเดียอะไรก็ตามที่คิดแล้วทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจไปใช้ของคู่แข่งได้ยาก และยินดีจะใช้ต่ออย่างเต็มใจนั่นคือดีที่สุด

 

    2.ครั้งเดียวไม่พอ ต้องต่อเนื่องและมากขึ้น เพราะการขายไม่ได้จบแค่ครั้งแรกและครั้งเดียว เพราะนั่นอาจเป็นแค่การทดลองของลูกค้า คุณภาพที่ดี มีความแตกต่าง หลากหลาย และคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายต่างหาก ที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ ซื้อในปริมาณที่มากขึ้น และพร้อมที่จะซื้อสินค้าและบริการอื่นๆ ด้วยความเชื่อมั่นและผูกพัน จนไม่อยากจะแบ่งใจไปให้กับแบรนด์อื่น แต่กระนั้นในบางประเภทสินค้าและบริการอาจทำไม่ได้ เราจึงเห็นคนถือบัตรเครดิตหลายใบ ใช้โทรศัพท์มากกว่าหนึ่งเครื่อง (ต่างเครือข่าย) มีบัญชีหลายธนาคาร เข้าสถานีบริการน้ำมันไหนก็ได้ ถ้าห้ามไม่ได้ ลองคิดไอดียใหม่ให้ใช้ของเรามากที่สุดเป็นพอ

 

    3.ใช้ก่อน ผ่อนจ่ายทีหลัง การขาดกำลังซื้อกำลังทรัพย์ในปัจจุบัน ทำให้การซื้อสินค้าเงินผ่อนแบบปลอดดอกเบี้ย กระตุ้นการตัดสินใจซื้อสินค้าได้ทันที แม้แต่คนที่มีเงินสดในมือจำนวนไม่น้อยก็ยังผ่อน (ถ้าไม่มีเงื่อนไข ประเภทจ่ายสด ลดให้พิเศษ) ไอเดียใหม่ที่นิยมมากคือ ใช้ก่อน ใช้ฟรี ในระดับหนึ่ง ถ้าถูกใจอยากใช้แบบเต็มที่ไม่มีอั้น ก็สามารถยกระดับการจ่ายเพื่อให้ได้ในสิ่งที่มากกว่า เลือกใช้ได้ในแบบที่ต้องการ

 

    4.ซื้อสิทธิการใช้ โดยจ่ายล่วงหน้า pre-sale หรือ pre-order สินค้าบางประเภท เช่น สินค้านวัตกรรม และสินค้าสร้างสรรค์ ที่ใหม่มาก จำกัดจำนวน หรือที่ผลิตหรือให้บริการตามความต้องการเฉพาะของลูกค้าเท่านั้น (on demand) การจองเพื่อให้ได้สิทธิในการใช้ก็ทำให้สิ่งนั้นมีคุณค่าและสร้างราคาได้สอดรับกับคุณสมบัติพิเศษที่ล้ำหน้ากว่าใคร

 

    5.ตอบสนองอย่างรวดเร็ว แค่ลดขั้นตอน ลดความยุ่งยาก จากธุรกิจให้บริการแบบเดิม ด้วยไอเดียธุรกิจใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย ทำให้เร็วกว่า ยุ่งยากน้อยกว่า และตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ในทันที App ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ คือตัวอย่างที่ช่วยลดขั้นตอนต่างๆให้จบได้ภายในคลิกเดียว

 

    6.พร้อมรองรับลูกค้าได้ไม่จำกัด ธุรกิจที่มุ่งเพิ่มอัตราขยายตัวของลูกค้าอย่างมากในระยะเวลาสั้น หรือโตเป็นร้อยเท่าพันเท่าในเวลาข้ามคืน จำเป็นต้องเตรียมการสร้างระบบที่ดี อย่าให้ล่ม อย่าให้ล้ม หรือเกิดข้อผิดพลาด เพราะอาจจะไม่สามารถแก้ตัวได้ในครั้งถัดไป

 

    7.อวตารตัวเอง สามารถโคลนนิ่งธุรกิจของตัวเอง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเราได้ง่าย ผ่านเทคโนโลยีและคู่ค้าที่ช่วยกระจายสินค้าและบริการในมาตรฐานที่กำหนด นอกจากลดภาระของตัวเราเองแล้ว ยังมีเวลาไปทำเรื่องที่สำคัญกว่า คือการคิดค้นและพัฒนาสิ่งใหม่ๆ

 

    8.ป้องกันตัวเองจากการลอกเลียนแบบ ต้องมีแนวทางป้องกันตัวเอง สำหรับงานสร้างสรรค์ ออกแบบ และที่เกี่ยวกับแฟชั่น พลวัตรและการเคลื่อนตัว ต้องแรง ต้องเร็ว ทำก่อน รุกก่อน และนำเสนอสิ่งใหม่อยู่เสมอ ในขณะที่สินค้านวัตกรรมที่อาศัยการวิจัยและพัฒนา นอกจากสิทธิบัตรแล้ว ความซับซ้อนที่ลอกเลียนได้ยาก ช่วยปกป้องตัวเองได้ในระยะเวลาหนึ่ง

 

หากคุณกำลังออกแบบหรือปรับปรุงธุรกิจอยู่ ลองสำรวจตรวจสอบว่าเราได้ใช้กลยุทธ์หรือวิธีการเหล่านี้บ้างหรือไม่ ถ้าใช้แล้วให้ลองคิดเดียใหม่เพิ่มเติม เสริมลูกเล่นที่หลากหลาย ฝากไว้เป็นข้อคิดเพื่อมุ่งสู่ธุรกิจที่เป็นเลิศ

หากเราออกแบบธุรกิจของเราใหม่ให้ดี มีความกระชับรัดกุม การอยู่รอด เติบโต และยั่งยืน ย่อมเกิดขึ้นได้