วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ร่างพรบ."3ยาก" ฉบับ กกต.

ร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง

 ฉบับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ชูคอนเซปต์ “ตั้งยาก อยู่ยาก ยุบยาก” ถูกส่งถึงมือคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)เป็นที่เรียบร้อย

แม้จะไม่ถูก“ถล่ม”เหมือนกับร่างฉบับสภาปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่ถูกมองว่า“สุดโต่ง” แต่ก็อดไม่ได้ที่จะถูกตั้งคำถามว่า... จะ“ยาก”อย่างที่บอกจริงหรือไม่ และในบางประเด็นจำเป็นจะต้องยากจริงหรือเปล่า

ไล่เรียงมาตั้งแต่“ตั้งยาก”ที่กำหนดขั้นตอนการตั้งพรรคการเมืองไว้ 2 ขยัก เริ่มจากต้องมีคณะผู้ริเริ่ม15 คน ยื่นขอจัดตั้งพรรคการเมืองก่อน จากนั้นจึงไปหาสมาชิกจากภาคต่างๆ ให้ครบ 5 พันคน รวมทั้งตั้งสาขาพรรคอย่างน้อยภาคละ 1 สาขา

ก่อนจะจัดประชุมคัดเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค แล้วจึงจดทะเบียนเป็นพรรคเมืองและส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งได้

ต่างไปจากเนื้อหาในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญปี2550 แค่เพียงประเด็นให้หาสมาชิกพรรค 5 พันคน และตั้งสาขาพรรคครบทุกภาค หลังจากตั้งพรรคในระยะเวลา 1 ปี

ซึ่งไม่น่าจะมีอะไรที่เป็นเรื่องยาก หรือแตกต่างมากนักสำหรับการจัดการของพรรคการเมือง... รวมทั้ง “อายุ” ของผู้ก่อตั้ง 15 คน ที่ขยับจาก 18 ปี มาเป็น 20 ปี ก็ไม่น่ามีนัยสำคัญ

ส่วนที่ว่าด้วยการ“อยู่ยาก” เชื่อมโยงกับหมวดที่ว่าด้วย “การดำเนินกิจการพรรคการเมือง” อย่างเช่นการเสนอนโยบายหาเสียงของพรรค ที่ต้องแนบข้อมูลการวิเคราะห์นโยบาย เพื่อยืนยันความเป็นไปได้... เป็นเรื่องดีในหลักการ แต่จะสามารถติดตามไปจนถึงขั้นตอนปฏิบัติของพรรคการเมืองเหล่านั้น เมื่อมีโอกาสเข้าไปบริหารบ้านเมืองด้วยหรือไม่

 รวมทั้งกรณีให้สาขาพรรคหรือสมาชิกพรรคตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป มีส่วนร่วมในการเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือการกำหนดโทษยุบพรรค หากไม่ส่งผู้สมัครลงแข่งขัน จากเดิมที่ให้โอกาสถึง 2 สมัย ก็ล้วนเป็นเงื่อนไขที่สามารถหลบเลี่ยง หรือดำเนินการเพียงเพื่อให้เข้ากติกาได้ไม่ยาก

จนสุดท้ายข้อกำหนดในส่วนนี้อาจจะกลายเป็นกฎหมายที่ไม่เกิดประโยชน์ เพราะไม่สามารถใช้ได้จริง

ส่วนที่พอจะเข้าท่าเข้าทางก็คือเรื่องที่ว่าด้วย“ยุบยาก”จากที่เคยยุบพรรคกันเป็นว่าเล่นจากความผิดของกรรมการบริหารพรรค ที่แม้ว่าจะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าดำเนินการในนามพรรค หรือเป็นมติพรรคก็ตาม

เพราะหากปล่อยให้คงกติกาข้อนี้สุดท้ายก็จะกลายเป็นเงื่อนไข“จัดการ”ทางการเมือง และสร้างความไม่พอใจ แตกแยกไม่จบสิ้น

อย่างไรก็ดีสุดท้ายปลายทางก็จะอยู่ที่การตัดสินใจของ กรธ. ที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ บอกว่ายังไม่ได้คิดอ่านเรื่อง ยากๆ เรื่องใดทั้งสิ้น !!!