วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่ามองข้ามความผันผวน

ความผันผวนของค่าเงินมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

 โดยเฉพาะหลังจากประธานธนาคารกลางสหรัฐ คาดหมายเศรษฐกิจสหรัฐแง่ดี และส่งสัญญาณว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ แม้ไม่ได้ระบุว่าจะเป็นเมื่อไรก็ตาม ประกอบกับรองประธานเฟด สำทับในเวลาต่อมาว่ามีความเป็นไปได้ ที่อาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน และอาจมีการปรับอีกครั้งก่อนสิ้นปีนี้ แต่ก็ต้องรอดูตัวเลขเศรษฐกิจที่จะรายงานออกมา สัญญาณจากผู้กำหนดนโยบายทำให้มีการมองกันว่า โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ มีเพิ่มขึ้นเป็น 33% และมีโอกาส 59% ที่จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม

ความเป็นไปได้ของการที่สหรัฐจะขึ้นดอกเบี้่ย ทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน และเงินเอเชีย ซึ่งความผันผวนของค่าเงินนั้นทำให้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย มองว่าจะเห็นความผันผวนค่าเงินบาทต่อไป เพราะหลายปัจจัยที่เกิดขึ้น มาจากด้านต่างประเทศค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลัก แม้กระทั่งการฟื้นตัวของประเทศอุตสาหกรรมหลักที่มีผลทำให้ค่าเงินของประเทศนั้น โดยสถานการณ์บางช่วงที่รู้สึกว่าค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นนั้น เพราะดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินทุกสกุล ฉะนั้น ค่าเงินบาทที่แข็งค่าก็ถือว่าแข็งค่าสอดคล้องกับค่าเงินทุกสกุล แต่สิ่งที่สำคัญมาก คือ นักธุรกิจจะต้องระมัดระวังและบริหารความเสี่ยงที่มาจากความผันผวนของค่าเงิน

ความผันผวนของค่าเงินไม่เพียงเป็นประเด็นที่ไทยจับตา แต่หลายประเทศ รวมถึงเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของโลก อย่างญี่ปุ่น ก็จับตาความเคลื่อนไหวของค่าเงินเป็นพิเศษ เพราะเงินเยนถูกมองว่าเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย อันทำให้นักลงทุนเข้าถือครองหรือขายเงินเยนยามสถานการณ์เปลี่ยนแปลงแทบทุกครั้ง รวมถึงท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐล่าสุด อันทำให้ดอลลาร์แข็งค่าและเงินเยนอ่อนค่า นอกจากนั้น การอ่อนค่าของเงินเยนยังเป็นผลจากที่ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น ยืนยันว่ายังมีช่องว่างอีกมากในการดำเนินมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ปลายเดือนกันยายนนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีกำหนดประชุมเพื่อทบทวนนโยบาย ท่ามกลางกระแสกดดันให้ออกมาตรการใหม่ๆ เพื่อรับมือความตกต่ำทางเศรษฐกิจ หลังจากดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินมานานกว่า 3 ปี แต่มีผลกระทบเพียงเล็กน้อย จนล่าสุดภาครัฐต้องเคลื่อนไหวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการประกาศมาตรการชุดใหม่ทางการคลังมูลค่า 13.5 ล้านล้านเยน ประกอบด้วยวงเงิน 7.5 ล้านล้านเยนสำหรับรัฐบาลกลางและท้องถิ่นนำไปใช้จ่าย และวงเงิน 6 ล้านล้านเยนจากโครงการปล่อยกู้และการลงทุน

ในช่วงที่นักลงทุนรอดูตัวเลขทางเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการรายงานออกมาเป็นระยะนี้ จะทำให้ค่าเงินผันผวนตามไปด้วย โดยหนึ่งในตัวเลขที่ถูกจับตาคือการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะมีการรายงานปลายสัปดาห์นี้ และถูกมองกันว่าอาจเป็นเหมือนเครื่องตัดสิน หรือวางแนวทางได้เป็นอย่างดี สำหรับการคาดหมายเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยสหรัฐในระยะสั้น ดังนั้นการรับมือความผันผวนของค่าเงินจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะหากมีความผันผวนมากเกินไปจะก่อให้เกิดผลกระทบ ดังที่เกาหลีใต้ระบุว่าการเคลื่อนไหว หรือความผันผวนที่มากเกินไปของอัตราแลกเปลี่ยน กำลังถ่วงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ ทำให้รัฐบาลต้องเพิ่มการสื่อสารกับตลาดเพื่อบรรเทาความไม่แน่นอน