วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มองผ่านการเลือกตั้งในอเมริกา (7)

วันลงคะแนนยิ่งใกล้เข้ามา การหาเสียงยิ่งเข้มข้น สองค่ายใหญ่ต่างสาดโคลนใส่กันแบบไม่ลดละ ทางด้านนโยบาย

นายโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าจะเปลี่ยนจุดยืนหนึ่งด้าน นั่นคือ จะไม่ส่งต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาตอยู่ในอเมริกากลับประเทศทันทีดังที่เคยประกาศไว้ ถ้าเกิดขึ้นจริง การเปลี่ยนคงมาจากความเข้าใจสภาพความเป็นจริงที่ว่าหลายอย่างในอเมริกาจะหยุดชะงักหากขาดต่างชาติการเปลี่ยนจุดยืนของนายทรัมป์อาจมองได้ว่าเป็นสัญญาณทางด้านดี เพราะเขาลดทิฐิลง อย่างไรก็ดี การเลือกตั้งครั้งนี้ยังจะสะท้อนสภาพการเมืองในอเมริกาซึ่งผู้สมัครมักถูกมองว่ามีปัญหาด้านคุณธรรม ประชาชนจึงจำเป็นต้องยึดหลัก “เลือกคนที่เลวน้อยกว่า” ระหว่างผู้สมัครของสองพรรคใหญ่ ส่วนใครจะเลวน้อยกว่าใครคงเถียงกันไม่มีวันจบ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมอ้างถึงมุมมองของ ดร.โจเซฟ สติกลิตซ์ซึ่งสรุปว่าอเมริกาตกอยู่ในสภาพ “ขาดดุลทางศีลธรรมจรรยา” และมุมมองของผมเรื่องต้นตอของวิกฤติปี 2540 ได้แก่ความเสื่อมทรามทางศีลธรรมจรรยา ขอพูดถึงประเด็นนี้เพิ่ม การขาดดุลทางศีลธรรมจรรยาอาจตีความหมายได้ว่าสภาพความแข็งแกร่งทางศีลธรรมจรรยาอาจไม่ลดลง หรืออาจเพิ่มขึ้นก็ได้ แต่การเพิ่มขึ้นนั้นน้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของอานุภาพทางเทคโนโลยีที่เอื้อให้มนุษย์ทำอะไรได้มากขึ้นแบบก้าวกระโดด ช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างสภาพความแข็งแกร่งจริงกับความแข็งแกร่งที่จำเป็น เพื่อป้องมิให้เกิดการใช้เทคโนโลยีใหม่ไปในทางสร้างความเสียหายมหาศาล คือการขาดดุลทางศีลธรรมจรรยา

ส่วนมุมมองของผมเกิดจากการวิเคราะห์นโยบายเปิดเสรีทางการเงินเป็นหลัก นโยบายนั้นเอื้อให้เงินตราต่างประเทศไหลเข้าไทยได้สะดวกมากส่งผลให้คนไทยกู้เงินตรามาใช้เก็งกำไรในสิ่งต่างๆ รวมทั้งที่ดินและหุ้น ฝรั่งที่เคยทำงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในสมัย ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นผู้ว่าการปรารภว่า ธปท.คงเปลี่ยนไปมากเพราะหาก ดร.ป๋วย ยังอยู่ เขาแน่ใจว่าการเก็งกำไรจะไม่ถูกปล่อยให้เกิดขึ้นอย่างขว้างขวางแน่นอน มาตรฐานการบริหารของ ธปท. จะลดลงดังมุมมองของฝรั่งหรือไม่คงฟันธงได้ยาก

สิ่งที่ทำให้ผมแน่ใจว่าสภาพความแข็งแกร่งทางศีลธรรมจรรยาของสังคมไทยลดลง ได้แก่ เรื่องข้าราชการทำกิจการด้านอสังหาริมทรัพย์และเข้าร่วมกระบวนการเก็งกำไรในตอนนั้นกันอย่างกว้างขวาง จากวันนั้นถึงวันนี้ สภาพความแข็งแกร่งทางศีลธรรมจรรยาอาจคืนกลับมาแล้ว หรืออาจเพิ่มขึ้นก็ได้ อย่างไรก็ดี เมืองไทยยังมีสภาพขาดดุลทางศีลธรรมยาเช่นเดียวกับอเมริกาของ ดร.สติกลิตซ์

ทางด้านแรงงานต่างชาติ อเมริกาและไทยคล้ายกันในแง่ที่กิจการหลายอย่างจะชะงักงันทันที หากไม่มีแรงงานต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ในความคล้ายนั้นมีความต่างอย่างมีนัยสำคัญอยู่ด้วย อาทิเช่น อเมริกาต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีนำสมัยซึ่งเขามีไม่พอ ตอนนี้จึงมีการจ้างพนักงานด้านนั้นเข้าไปทำงานในบริษัทชั้นนำจำนวนมาก รวมทั้งแอปเปิล กูเกิลและไมโครซอฟท์ ปัจจัยหนึ่งซึ่งทำให้อเมริกาขาดผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีนำสมัย ได้แก่คนหนุ่มสาวที่มีความปราดเปรื่องสูงมักเปลี่ยนไปเรียนด้านการเงิน เพราะหวังสร้างความมั่งคั่งได้อย่างรวดเร็ว

เรื่องนี้ ดร.สติกลิตซ์ สาธยายไว้อย่างดีในหนังสือชื่อ Freefall คนหนุ่มสาวเหล่านั้นจำนวนมากสร้างความมั่งคั่งได้อย่างรวดเร็วจริง แต่ส่วนหนึ่งทำได้จากการละเมิดจรรยาบรรณและกฎหมายจนทำให้เกิดวิกฤติ นั่นเป็นปัจจัยที่ทำให้ ดร.สติกลิตซ์ สรุปเรื่องการขาดดุลทางศีลธรรมจรรยาในขณะเดียวกัน อเมริกาต้องการแรงงานที่ไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญมากนัก รวมทั้งคนเก็บผักและแม่บ้าน งานเหล่านี้มีค่าแรงต่ำทำให้ชาวอเมริกันหลีกเลี่ยง และยอมว่างงานเพื่อรับสวัสดิการสังคม

เมืองไทยมีอุตสาหกรรมเทคโนโลยีนำสมัย และสวัสดิการสังคมน้อยกว่าอเมริกามาก เนื่องจากไทยยังเป็นประเทศกำลังพัฒนา ไทยจะขาดผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีนำสมัยหรือไม่จึงมิใช่ประเด็นใหญ่ในบริบทปัจจุบัน แต่เราคงไม่ขาดแรงงานด้านไม่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญมาก หากคนไทยไม่เกี่ยงงานที่ต้องใช้แรงหรือทำงานกลางแจ้งจนส่งผลให้ไทยต้องจ้างแรงงานต่างชาติ ชาวเอมริกันเกี่ยงงานเพราะอเมริกาพัฒนาจนก้าวหน้ามาก และมีรายได้โดยทั่วไปสูงแล้ว ส่วนคนไทยเกี่ยงงานเพราะการคิดยังด้อยพัฒนามักง่าย หรือพยายามถ่ายตามช้าง?