วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เรียนฟรี 15 ปี ทำไมต้อง ม.44?

ร่างรัฐธรรมนูญผ่านการลงประชามติแล้ว

 ไม่ว่าใครจะเห็นประเด็นการเมืองไหนสำคัญกว่ากัน ผมกลับเห็นว่าการปฏิรูปการศึกษา เป็นหัวใจของการสร้างคุณภาพการเมืองในวันข้างหน้าอยู่ดี

ความคิดของผมพุ่งตรงไปที่การศึกษาอีกนั่นแหละครับ... และเริ่มที่การเรียนการสอนตั้งแต่เยาว์วัย

ผมได้ยินท่านปลัดกระทรวงศึกษา ดร. กำจร ตติยกวี บอกว่าไม่อยากเรียกนโยบายการศึกษา 15 ปีที่เพิ่งประกาศใช้ผ่านมาตรา 44 ว่า “เรียนฟรี” ให้เรียกว่า “เรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย”

“เพราะคำว่าเรียนฟรีมักจะถูกมองว่าคุณภาพไม่ดี... แต่ภายใต้แนวทางของกระทรวงศึกษาปัจจุบัน เรากำลังยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยที่ผู้ปกครองและนักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย” ผมได้ยินท่านปลัดฯบอก “วิทยุจุฬาฯ” เมื่อเร็ว ๆ นี้

ท่านให้คำอธิบายว่ามาตรา 54 ในร่างรัฐธรรมนูญกำหนดว่า รัฐจะต้องจัดให้มีการศึกษาให้เด็กก่อนวัยเรียนถึง ม. 3 หรือ 12 ปี

แต่ทุกวันนี้ รัฐบาลจัดให้เด็กไทยได้เรียนตั้งแต่อนุบาล 1 ถึง ม. 6 หรือรวมกันแล้ว 15 ปี

ความสับสนเกิดจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เขียนถึงหน้าที่ของรัฐในหมวดที่ 5 โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ในมาตรา 54 ระบุว่า “รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ อย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย”

ทันใดนั้นก็มีคนตีความว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กำหนดให้รัฐจัดการศึกษาแค่ 12 ปีโดยตัดส่วนของระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย(ม.4-6) รวมถึงระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทิ้ง และไปเพิ่มการจัดการศึกษาในระดับอนุบาลแทน

เยาวชน “กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท” ออกมาเคลื่อนไหวทวงสิทธิการเรียนฟรีในระดับ ม.ปลาย เช่นพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ในฐานะเลขาธิการของกลุ่มนี้ได้โพสต์จดหมายเปิดผนึกถึง มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ‘Parit Chiwarak’ วิจารณ์การร่นสวัสดิการเรียนฟรี 12 ปีในร่างรัฐธรรมนูญ มาเริ่มที่อนุบาลจนถึง ม.ต้นว่า

“การให้ความสำคัญกับการดูแลพัฒนาการของเด็กช่วงอายุ 2-5 ปี เพื่อที่เด็กจะได้มีพื้นฐานที่เท่าเทียมกันนั้นมีความสำคัญ แต่การศึกษาในระดับชั้น ม.ปลาย และสายอาชีพก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน และควรที่จะใช้วิธีขยายระยะเวลาของสวัสดิการเรียนฟรี จาก 12 ปี เป็น 15 ปี ในรัฐธรรมนูญ และหากกลัวงบประมาณจะไม่พอ ก็ควรจะปล่อยให้รัฐบาลปกติที่เป็นตัวแทนของประชาชนตัดสินใจเองว่าจะให้ “เรียนฟรี 12 ปี” เริ่มต้นและสิ้นสุดที่ใด ไม่ใช่กงการของรัฐธรรมนูญที่จะระบุรายละเอียดขนาดนี้เลยแม้แต่น้อย”

ปลัดฯ กำจรต้องรีบอธิบายว่า “เรื่องกฎหมายเป็นเรื่องกฎหมาย เป็นคนละเรื่องกับการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นเรื่องของรัฐบาล รัฐบาลแรกที่จัดให้มีการศึกษาไม่มีค่าใช้จ่าย 15 ปีคือรัฐบาลประชาธิปัตย์และต่อเนื่องมาโดยตลอดไม่ว่าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล รวมถึงรัฐบาลภายใต้ คสช. ปัจจุบันด้วย”

เพื่อความชัดเจน ไม่ให้เกิดการตีความไปต่าง ๆ นานา จึงต้องมีคำสั่ง ม. 44 นี้ออกมา

แปลว่าไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ รัฐบาลก็จะยังจัดให้มีการเรียนสำหรับเด็กไทยทุกคน 15 ปีเช่นเดิม

คำสั่งนี้ให้กระทรวงศึกษาธิการไปออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องภายใน 6 เดือนด้วย

รัฐจะออกค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? คำสั่งนี้ระบุไว้ว่า

1. ค่าจัดการเรียนการสอน

2. ค่าหนังสือเรียน

3. ค่าอุปกรณ์การเรียน

4. ค่าเครื่องแบบนักเรียน

5. ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

6. ค่าใช้จ่ายอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ

ดร.กำจร อธิบายว่าห้าข้อแรกเหมือนเดิม แต่ข้อที่หกเพิ่มขึ้นมา สำหรับห้าข้อแรกก็จะมีการตั้ง “อัตรามาตรฐาน” ที่อาจจะไม่เหมือนกันทุกปีเพื่อให้สอดคล้องกับความจริง ส่วนที่เกินจากที่กำหนด หากผู้ปกครองหรือนักเรียนต้องการจะซื้อหาก็ต้องออกค่าใช้จ่ายเพิ่มด้วยเอง

สำหรับข้อหกนั้น หากมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นนอกเหนือจากห้าข้อแรกก็จะพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไปเพื่อเสริมการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนหรือรัฐบาล

“ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย” แล้ว “คุณภาพ” จะเป็นอย่างไร?

ปลัดฯศึกษาบอกว่าไม่ชอบคำว่า “ฟรี” เพราะคนไทยมักคิดว่าอะไรที่ “ฟรี” มักจะไม่ดี จึงควรใช้คำว่า “ไม่เสียค่าใช้จ่าย” เพราะรัฐเป็นคนจ่ายให้

การจะทำให้คุณภาพต้องดีด้วยนั้นเป็นนโยบายสำคัญ ขณะนี้ทำไปแล้วหลายเรื่องและกำลัง “โม่” อยู่อีกหลายเรื่อง

เรื่องคุณภาพคือประเด็นหัวใจของปัญหาการศึกษาไทย แต่เมื่อ “ไม่เสียค่าใช้จ่าย” แล้วจะให้มี “คุณภาพ” ด้วยจะทำอย่างไร?

พรุ่งนี้ต้องว่าต่ออีกวันครับ