วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แปรรูปรัฐวิสาหกิจ ไม่ช้าก็เร็วต้องเปลี่ยน

ความเคลื่อนไหวภายหลัง คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

 (คนร.) มีมติให้ บมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคม เข้าสู่แผนแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ซึ่งกำหนดให้จัดตั้งบริษัทลูก 3 บริษัท เพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินของทีโอที และ กสท ได้แก่ 1. บริษัทโครงข่ายบรอดแบนด์ภายในประเทศ (เอ็นบีเอ็น) 2. บริษัทโครงข่ายระหว่างประเทศ (เอ็นจีเอ็น) และ 3. บริษัทศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต (ไอดีซี) นำไปสู่ความเคลื่อนไหวของพนักงานรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่ง หวั่นจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.ทีโอที กำหนดรวมตัวเรียกร้องสิทธิ์ในวันที่ 10 ส.ค. 

แต่เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ตำหนิ และคาดโทษหากไม่ยุติการชุมนุมจะต้องยุบองค์กร เพราะเห็นว่าการแก้ไขปัญหาของทีโอที กับ กสท ไม่มีความคืบหน้าเลย ตั้งแต่ คนร. มีคำสั่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่สหภาพฯ กลับเสนอไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ต้องการให้ทำงานคล่องตัวขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่าหากจะทำเช่นนั้นก็มี 2 แนวทางคือ นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์และขายหุ้นให้เอกชน ก็จะถูกกล่าวหาว่าขายสมบัติชาติ หรือจะให้แก้กฎหมายเฉพาะให้ 2 รัฐวิสาหกิจเพื่อให้ทำงานคล่องตัวขึ้น ก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว หากทั้ง 2 รัฐวิสาหกิจไม่ยอมปรับตัวจำเป็นต้องยุบบางหน่วยงาน เพราะปัจจุบันก็เกือบจะล้มละลายอยู่แล้ว

ดังนั้น วันที่ 10 ส.ค. สหภาพฯ ทีโอที จึงเปลี่ยนแผนใหม่เป็นเพียงประชุมวิสามัญครั้งที่ 1/2559 รายงานสถานะของบริษัทให้แก่พนักงานรับทราบ แต่เมื่อการประชุมที่มีพนักงานทีโอทีเข้าร่วมราว 460 คนเสร็จสิ้นลงนายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี ประธานสหภาพฯ ทีโอที ได้แจ้งว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบคัดค้านมติของ คนร. ในการนำทรัพย์สินของทีโอทีออกไปตั้งบริษัทใหม่ 3 บริษัท ตามที่ คนร. ได้มีคำสั่งไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากการแยกทรัพย์สินไปตั้งบริษัทใหม่ จะทำให้ทีโอทีเกิดผลกระทบอย่างมาก โดยข้อเสียของการแยกทรัพย์สินไปตั้งบริษัทที่ 2 หรือเอ็นจีเอ็นนั้น จากเงื่อนไขที่บริษัทนี้จะต้องเป็นอิสระจากทีโอที ทำให้ทีโอทีไม่ได้ประโยชน์การลงทุน เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ ตามที่ทีโอทีได้ลงทุนสร้างโครงข่ายเคเบิลใยแก้วใต้น้ำตามวัตถุประสงค์แต่แรก และหากบริษัทนี้ไม่มีนโยบายการดำเนินธุรกิจ ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของทีโอที ทีโอทีจะวางแผนการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายดังกล่าวไม่ได้ จึงยากที่จะวางแผนใช้แบนด์วิธในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ

ขณะที่การแยกทรัพย์สินไปตั้งบริษัทไอดีซี ยิ่งทำให้ทีโอทีหมดโอกาสทำธุรกิจ ที่กำลังเป็นเทรนด์ของตลาดไปอย่างน่าเสียดาย แนวทางที่ คนร. ทำ เหมือนปล่อยให้ทีโอทีอยู่ต่อไปอย่างไม่มีคุณค่า ไม่ได้แก้ปัญหาให้ทีโอที เหมือนเป็นการวางแผนให้ทีโอทียุบเลิกกิจการอย่างนิ่มนวล ทางออกควรแยกทีโอทีออกเป็นหน่วยธุรกิจที่ชัดเจน เพื่อให้แต่ละหน่วยธุรกิจคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ แต่ละหน่วยธุรกิจสามารถมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะที่ตัวเองรับผิดชอบอยู่ โดยจะเสนอเรื่องต่อนายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี ไอซีที หากยังไม่ได้รับการตอบรับ จะขอให้สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) เข้ามาเคลื่อนไหว

ส่วนนายสังวรณ์ พุ่มเทียน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.กสท โทรคมนาคม ก็ยืนยันด้วยว่า สหภาพ กสท ยังคงเดินหน้าคัดค้านอย่างต่อเนื่อง และวันที่ 25 ส.ค. นี้ จะจัดเวทีเสวนาโดยเชิญนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคมมาเป็นวิทยากร และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟัง เพื่อให้เข้าใจว่าสิ่งที่ คนร. คิดนั้น ไม่ช่วยให้ กสท อยู่รอด

การเคลื่อนไหว ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของพนักงานเป็นสิ่งที่น่าเห็นใจ แต่หากคิดในภาพรวมของประเทศ และความเป็นจริงของการทำธุรกิจในสังคมโลก การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การยุติสภาพเสือนอนกินควรเกิดขึ้นมานานนับสิบปี แต่เหตุการณ์ได้ลากยาวมาจนปัจจุบัน เท่ากับประวิงเวลาให้พนักงานปรับตัวเป็นอย่างมาก ยื้อเวลาไปเท่าไร สุดท้ายคงยากที่จะต้านความเปลี่ยนแปลง