Pokemon GO และกฎหมายที่ใช้กับโลกเสมือนจริง

Pokemon GO และกฎหมายที่ใช้กับโลกเสมือนจริง

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านคงมีโอกาสได้ยินชื่อหรือลองเล่นเกม โปเกม่อน โก (Pokemon GO)

กันมาบ้างแล้ว เกมโปเกม่อน โก เป็นเกมในสมาร์ทโฟนที่มีการจำลองโลกจริงเข้าไปไว้ในเกม กล่าวคือ แผนที่ในเกมจะเป็นแผนที่เดียวกันกับแผนที่ในโลกจริง โดยการจับตำแหน่ง GPS จากโทรศัพท์มือถือของผู้เล่น และผู้เล่นต้องใช้มือถือในการค้นหาตัวละครในเกมที่เรียกว่า “โปเกม่อน” จากสถานที่ในโลกจริงและจับโปเกม่อนมาฝึก แลกเปลี่ยน และต่อสู้กันกับผู้เล่นคนอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการปักหมุดในแผนที่เพื่อสร้างเป็น จุดพัก (Pokestop) ที่จะดึงดูดให้ผู้เล่นเข้ามาเพื่อเก็บรางวัลในเกม และสถานที่ฝึกและต่อสู้โปเกม่อน (Gym)

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเกมโปเกม่อน โก นั้นคือ การที่ผู้เล่นจะต้องเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ในโลกจริง ตามจุดต่างๆ ที่แสดงไว้ในเกม ซึ่งบางครั้งสถานที่เหล่านั้นอาจเป็นโรงพยาบาล สถานีตำรวจ ทำเนียบรัฐบาล หรือศาลพระภูมิหน้าบ้านใครก็ได้ แล้วแต่ว่าแผนที่ในเกมกำหนดให้ผู้เล่นไปที่ใด ด้วยลักษณะของเกมที่มีความแปลกใหม่ ผู้เขียนจึงขอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายในเรื่องดังกล่าว ดังต่อไปนี้

1) ปัญหาเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ การที่ผู้ผลิตเกมได้มีการปักหมุดในพื้นที่ต่างๆ บนแผนที่เกม ซึ่งในโลกจริงอาจอยู่ในพื้นที่ส่วนบุคคลหรือพื้นที่ราชการ จึงทำให้มีผู้เล่นบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว จนกลายเป็นการกระทำความผิดฐานบุกรุกนั้น ผู้เขียนเห็นว่ากฎหมายเกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นกฎหมายที่ใช้ได้ในโลกจริงเท่านั้น กล่าวคือ ผู้เล่นที่ได้ก้าวเท้าเข้าไปในพื้นที่ของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจกลายเป็นผู้กระทำความผิดฐานบุกรุกได้ แต่ผู้ผลิตเกมซึ่งเป็นผู้เชื้อเชิญให้ผู้เล่นเข้าไปในสถานที่ดังกล่าว โดยการปักหมุดไว้ในสถานที่นั้น ไม่ถือว่าเป็นผู้กระทำความผิดฐานบุกรุกแต่อย่างใด ในกรณีนี้มีประเด็นน่าสนใจว่าแม้จะไม่มีการบุกรุกทางกายภาพ แต่ต้องถือว่าสิทธิของเจ้าของพื้นที่ในการครอบครองสถานที่ของตนเองนั้นถูกกระทบแล้ว

ในกรณีนี้มีตัวอย่างที่ผู้อยู่อาศัยในนิวเจอร์ซีย์ได้ยื่นฟ้องบริษัทไนแอนติก ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเกมโปเกม่อน โก ฐานสร้างเกมที่ก่อให้เกิดการรุกล้ำพื้นที่ส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลแคลิฟอร์เนีย แต่บริษัทผู้ผลิตเกมก็ได้ออกมารับปากว่าจะปรับปรุงระบบเกมเพื่อลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้อื่น

2) ปัญหาเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล ก่อนที่ผู้เล่นจะเริ่มเล่นเกม ผู้เล่นจะต้องอ่านและยอมรับเงื่อนไขในการเล่นเกม ซึ่งรวมถึงนโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล โดยผู้เล่นจะต้องยินยอมให้ระบบสามารถจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลบางประการ เช่น อีเมลแอดเดรส และชื่อของผู้เล่น นอกจากนี้ ระบบยังสามารถติดตามที่อยู่ของผู้เล่นได้ผ่านทางระบบ GPS หรือระบบอื่นที่สามารถระบุที่อยู่ของผู้เล่นได้ตลอดระยะเวลาที่เล่นเกม คงปฏิเสธไม่ได้ว่าที่อยู่ของผู้เล่นเกมเป็นหัวใจสำคัญของเกมโปเกม่อน โก

ดังนั้น หากผู้เล่นอยากที่จะเล่นเกมก็คงจำเป็นต้องให้ความยินยอมในส่วนนี้ แต่คำถามสำคัญคือ ข้อมูลนี้จะถูกจัดเก็บอย่างไร และนำไปเผยแพร่ให้ใครทราบได้บ้าง หากพิจารณาจากนโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลจะเห็นได้ว่า หลักเกณฑ์ในส่วนนี้ยังมีความไม่ชัดเจนอยู่ และมีหลายกรณีที่บริษัทผู้พัฒนาเกมอาจเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เล่นไปให้บุคคลอื่นทราบได้ อีกทั้งกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทยยังมีความไม่ชัดเจน และอาจจะไม่คุ้มครองเจ้าของข้อมูลอย่างเพียงพอ

อนึ่ง ผู้เขียนไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะต่อต้านการเล่นเกมนี้แต่อย่างใด ผู้เขียนเพียงแต่อยากชี้ให้เห็นถึงประเด็นปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเล่นเกมโปเกม่อน โก เพื่อที่หน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลจะได้นำไปพิจารณาและหาแนวทางป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต พบกันใหม่คราวหน้า สวัสดีค่ะ