วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“เขา” แยกกันเดิน แต่ “ร่วมกันตี”

เวลานี้รัฐธรรมนูญได้ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางโดยผ่านช่องทางหนังสือพิมพ์รายวันที่ทาง กรธ

คิดที่จะดำเนินการเองแต่ติดขัดเรื่องงบประมาณ จังหวะดีที่ทาง กกต เห็นตรงกันและมีแผนงานที่จะจัดสรรงบประมาณดำเนินการอยู่แล้วจึงเป็นโอกาสที่จะสามารถช่วยสร้างการรับรู้ให้กับสังคมและประชาชนได้เพิ่มเติมขึ้น ทำให้เชื่อว่าในวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม 2559 ซึ่งเป็นวัน “ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย” ที่สำคัญยิ่งอีกวันหนึ่ง ประชาชนจะมีข้อมูลในการตัดสินใจได้อย่างครบถ้วนรอบด้านไม่ต้องพึ่งโหรไม่ต้องพึ่งใครมาชี้นำบอกให้ “ซ้ายหรือขวา”

หลายฝ่ายที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเชื่อตรงกันโดยสุจริตใจจากรูปแบบวิธีการที่ปรากฏว่า เรากำลังถูกกระทำฝ่ายเดียวอย่างหนักหน่วงจากฟากฝ่ายที่ไม่ประสงค์ให้รัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบจากประชาชน ซึ่งแม้แต่ฝ่ายความมั่นคงยังเชื่อเช่นเดียวกันว่าน่าจะมีกลุ่มทุนหรือผู้ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ด้วยสรรพกำลังที่ได้เปรียบทั้งกำลังคนและทรัพยากร เพื่อสร้างกระแสเรียกร้องในการเผชิญหน้าท้าทายในรูปแบบต่างๆ หลายท่านอาจเข้าใจว่า กรธ สมัครใจเป็นฝ่ายตั้งรับ แต่ขอความเห็นใจพวกเราด้วยว่าในเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของบ้านเมืองเช่นนี้ สิ่งสำคัญยิ่งกว่าการคำนึงถึงตัวพวกเรากันเอง คือ จะทำอย่างไรให้คนในชาติรู้สึกสมัครสมานกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวมากกว่าการสร้างความแตกแยกขัดแย้งอย่างที่ผ่านๆ มา

มีผู้ไม่หวังดีไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศตุรกี ที่เมื่อถูกย้อนกลับไปต้องหงายเงิบกันเป็นทิวแถว เพราะรัฐบาลที่ถูกกระทำรัฐประหารแล้วประชาชนออกมาปกป้อง แท้จริงแล้วไม่แตกต่างจากรัฐบาลที่บริหารโดย คสช นั่นคือ เป็นรัฐบาลที่มุ่งเน้นผลประโยชน์ของชาติและการฟูมฟักรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามไว้ให้ลูกให้หลานของเขาคือ ”ศาสนาอิสลาม” ของเราคือ “พระพุทธศาสนา” ส่วนฝ่ายที่พยายามกระทำรัฐประหาร นอกจากข่าวลือเกี่ยวกับการได้รับการชักใยหนุนหลังจากคนภายนอก ยังพบว่าเป็น “พวกที่เสียประโยชน์” ไม่ต่างกับบางฝ่ายที่พยายามจะล้มรัฐธรรมนูญของพวกเราที่เขาอาจเชื่อว่าหากรัฐธรรมนูญนี้ได้บังคับใช้ “พวกเขา” ต้องเดือดร้อน และน่าจะอยู่ยากในสังคมไทยหลังการปฏิรูปประเทศและการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ

ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่าในเวลานี้ “พวกเขา” กำลังแยกกันตี หรือแยกกันทำให้ความชอบธรรมทั้งของ คสช และ ร่างรัฐธรรมนูญ ลดลงในทุกรูปแบบที่จะสรรหาปั้นแต่งขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบิดเบือนหรือแม้แต่การใช้กลไกการจัดตั้งที่เขามีอยู่ด้วยกำลังทรัพยากรและเครือข่ายที่เตรียมการมาอย่างดี มีบทบาทของนักวิชาการหลายกลุ่ม หลายสถาบันซ่อนเร้นใช้ข้ออ้างด้านเสรีภาพและความมีอิสระทางวิชาการเข้ามารุกเร้าปั่นป่วน ไม่เว้นแม้แต่นิสิตนักศึกษาบางสถาบันที่จงใจกระทำผิดวินัยของนิสิตนักศึกษากระทำการจาบจ้วงหยาบคาย

โดยที่สถาบันที่คนเหล่านี้สังกัดถูกตั้งคำถามว่า “นิ่งเฉยด้วยเหตุใด ทั้งที่มีระเบียบกฎเกณฑ์วิธีการตั้งแต่ทัณฑ์บนไปกระทั่งตัดคะแนนพักการศึกษาและการให้พ้นสภาพของนิสิตนักศึกษาไปได้อันเกิดจากกากระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อระเบียบกฎเกณฑ์แบบแผนประเพณีของสถาบันอย่างย่ามใจมานับครั้งไม่ถ้วน” สิ่งเหล่านี้มองเป็นอื่นไปได้ยากนอกจากการโหมกระพือหรือสุมไฟเข้ามาเพื่อกดดันและสร้างแนวรบหลายๆ ด้านให้เกิดความสับสนอลหม่านต่อการแก้ไขปัญหาของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง

7 สิงหาคม 2559 จะเป็นวันที่ประชาชนคนไทยทั่วทั้งแผ่นดินจะต้องคิดพิจารณาให้ชัดเจนว่า พวกเราต้องการให้ประเทศไทยเดินหน้าไปในทิศทางใด สำหรับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเช่นผม ยืนยันได้ว่ารัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่านย่อมอยู่เหนือการควบคุมที่จะกระทำสิ่งใดได้ หากผ่านเรามีหน้าที่ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต่อไปในกรอบเวลาที่กำหนด หากไม่ผ่านต้องยอมรับว่า ผมคงเสียใจและอาจแอบร่ำไห้อยู่ในที่ใดที่หนึ่ง ไม่ใช่เสียดายกับยศฐาบรรดาศักดิ์ แต่เป็นเรื่องธรรมดาไม่แตกต่างจากนักกีฬาย่อมรู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย แต่หากการลงแรงทุ่มเทมุ่งมั่นเพื่อเป้าหมายไม่บรรลุผลการรู้สึกเสียใจเสียน้ำตาย่อมไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือต้องปิดบังกัน

ผมเองตั้งใจจะไปใช้สิทธิในฐานะปวงชนชาวไทยที่โรงเรียนสวัสดีวิทยา ซอยสวัสดี สุขุมวิท 31 เขตวัฒนา ในเวลาเช้าก่อนเปิดหีบ ซึ่งเป็นการกระทำเช่นนี้ทุกครั้งไม่ใช่เพราะอยากดัง ไม่ใช่เพราะอยากเป็นข่าวเพราะในพื้นที่ของผมมีทั้งอดีตนายกรัฐมนตรีผู้มีชื่อเสียงมากมาย แต่คนที่คุ้นเคยจะทราบดีว่าผมเลื่อนการไปเรียนต่อต่างประเทศสองครั้งเพราะประจวบเหมาะกับการมีการเลือกตั้งในเวลาที่ยังไม่มีการเลือกตั้งนอกเขตประเทศ จึงยอมเลื่อนการไปศึกษาต่อเพื่อใช้สิทธิที่เราหวงแหนอย่างไม่ลังเล

ผมรักประเทศไทย ถ้าคนไทยทุกคนรักประเทศไทยจงร่วมกันไปใช้สิทธิอย่างพร้อมเพรียงกัน