กระแสการปรับลดพนักงานในบริษัท ทั้งในและต่างประเทศช่วงนี้
เป็นสิ่งที่น่าจับตามาก เพราะปััญหาไม่ได้มาจากเรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่สิ่งที่ทำให้บริษัทตัดสินใจเจียดเงินก้อนโตชดเชยให้พนักงาน กลับมาจาก “เทคโนโลยี” ระบบการบริหารงาน ระบบการทำงานที่วันนี้ ดูเป็นอัตโนมัติไปเสียทั้งหมด บางธุรกิจไม่จำเป็นต้องเช่าออฟฟิศที่เดิมต้องเสียค่าใช้จ่ายสารพัด ค่าน้้ำ ค่าไฟ และอื่นๆ อีกมากมาย
ด้วยเพราะปัจจุบันโลกเปลี่ยนไปเร็วมาก ธุรกิจเกิดใหม่นั่งทำงานที่ไหนก็ได้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สั่งงานผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนได้ทันที หรือจะประมวลผลในเรื่องยากๆ ผ่านหน้าจอดีไวซ์อิเล็กทรอนิกส์ในหลากหลายแพลตฟอร์ม ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า ประเด็นเรื่องเศรษฐกิจก็ยังเป็นประเด็นหลักของการรัดเข็มขัดในองค์กร หรือในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงจากยอดการผลิตที่ลดลง ออเดอร์ที่หดตัว รวมถึงการย้ายฐานการผลิตที่เป็นสัดส่วนหลักของอุตสาหกรรมไปประเทศอื่น ดังนั้นกระแสการปรับลดแรงงานในภาคอุตสาหกรรมจากนี้ไปยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด และเป็นเรื่องที่ภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมหารือ หามาตรการรองรับอย่างเร่งด่วน
ยุคนี้ นับเป็นยุคแห่งการปรับตัวของเทคโนโลยีอุตสาหกรรมต่างๆ นำเครื่องจักร หุ่นยนต์เข้ามาทดแทนแรงงานมนุษย์ หรือเทคโนโลยีบางประเภทกำลังปรับเปลี่ยนสู่ระบบใหม่แต่ไทยยังเน้นการผลิตเดิมๆ ปรับตัวเชื่องช้า จึงอาจไม่ใช่เป้าหมายการลงทุนของประเทศต่างๆ
ขณะที่ ภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย การผลักดันประเทศไทย 4.0 ซึ่งต้องสร้างแรงงานที่มีความสามารถขึ้นมารองรับ แรงงานบางส่วนต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง ไปเป็นผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพ หรือการเป็นผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าของตัวเองได้ การเปลี่ยนแปลงนี้คงต้องฝึกอบรมคน เพื่อไปทำงานในอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ยังมีอนาคตอาจมีบางคนที่ทำได้ แต่หลายๆ คนอาจปรับตัวได้ยาก คนที่ปรับตัวไม่ได้คงต้องหาช่องทางทำกินใหม่ๆ เพื่อการดำรงชีวิต
นายสัมพันธ์ ศิลปนาฎ ประธานสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ระบุว่า การปรับลดพนักงานทั้งใน และต่างประเทศที่เกิดขึ้นปัจจุบันเป็นภาพเริ่มต้น จะเห็นภาพแบบนี้มากขึ้นช่วง 3-5 ปีข้างหน้ามาจากปัจจัยสำคัญ เช่น เทคโนโลยีผลิตที่เปลี่ยนไป รวมถึงเศรษฐกิจโลก ซึ่งภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรต้องมาหารือมากขึ้น โดยเฉพาะภาครัฐ และภาคประชาชน เน้นเรื่องการเพิ่มทักษะใหม่ๆ ให้พนักงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่าน จะมองแค่มิติทางการเงิน หรือการจัดแพคเกจเงินชดเชยให้พนักงานอย่างเดียวไม่ได้
ต้องมองในเชิงเพิ่มสมรรถนะ เปลี่ยนแลนด์สเคปของแรงงานให้มีทักษะใหม่ๆ มากขึ้นที่จะเป็นส่วนสำคัญดันขีดแข่งขันประเทศ
นายสัมพันธ์ ยังพูดถึงภาพรวมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยปีนี้ด้วยว่า ยังอยู่ในภาวะทรงตัว และติดลบ มาจากเหตุผลหลักๆ คือ ชิ้นส่วนหลักกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่าง ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ แผลวงจรอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์หดตัวลง แต่ไปเติบโตในส่วนของโซลิดสเตทที่อยู่ในอุปกรณ์โมบาย ซึ่งในไทยมีการผลิตน้อย ที่ผ่านมากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ได้พยายามปรับตัวเพื่อรองรับสถานการณ์ต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง
จากนี้คงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดถึงความเปลี่ยนแปลงระลอกใหม่ จากปัจจัยต่างๆ ที่อาจพลิกไปพลิกมาได้ทุกเสี้ยววินาที






