การแก้ปัญหาที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

การแก้ปัญหาที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์

 หรือทิป รีพอร์ท ประจำปี 2559 ซึ่งรายงานข่าวระบุว่าได้มีการยกระดับ การแก้ปัญหาค้ามนุษย์ของไทยจากกลุ่ม “เทียร์ 3” ซึ่งเป็นกลุ่มแย่ที่สุด ให้ขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม “เทียร์ 2 วอทช์ลิสต์” หรือกลุ่มเฝ้าระวัง อันบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในความพยายามของรัฐบาลไทย ในการดำเนินความพยายามเพื่อแก้ปัญหาค้ามนุษย์ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมประมง หลังจากทางการไทยได้ออกกฎระเบียบมากมาย เพื่อจัดการและดูแลในเรื่องเหล่านี้

รายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ประจำปีของสหรัฐ หรือทิปรีพอร์ทนั้น ได้มีการจัดลำดับประเทศต่างๆ ออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ “เทียร์ 1” หรือประเทศที่ดำเนินการป้องกันและคุ้มครองเหยื่อค้ามนุษย์ได้เป็นอย่างดี “เทียร์ 2” คือประเทศที่แก้ปัญหาค้ามนุษย์ได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำ “เทียร์ 2 วอทช์ลิสต์” คือประเทศที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ และ “เทียร์ 3” คือประเทศที่ล้มเหลวในการป้องกันช่วยเหลือเหยื่อหรือจับกุมผู้ค้ามนุษย์ โดยรายงานนี้ได้มีการจัดลำดับหลายประเทศทั่วโลกนอกเหนือจากไทย

ก่อนหน้านี้ ประเทศไทยถูกสหรัฐลดระดับมาอยู่ในเทียร์ 3 เมื่อเดือนมิถุนายน 2557 จากนั้นในปี 2558 ไทยก็ยังถูกจัดให้อยู่ในระดับเทียร์ 3 เหมือนเดิม ดังนั้น การได้เลื่อนขั้นจากกลุ่มเทียร์ 3 ในครั้งนี้ จึงถือเป็นเรื่องที่ดีต่อภาพลักษณ์ของไทยในมุมมองของต่างประเทศ เพราะสะท้อนให้หลายฝ่ายได้เห็นถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน และชี้ให้เห็นว่าไทยได้ลงมือแก้ปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์ รวมถึงประเด็นปัญหาปลีกย่อยต่างๆ อันจะส่งผลต่อเนื่องตามมามากมาย

อย่างไรก็ตาม การยังอยู่ในกลุ่มที่ถูกจับตา ก็สะท้อนว่าจริงๆ แล้ว หลายภาคส่วนของไทยยังมีงานอีกมากที่ต้องลงมือทำ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นงานระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการแก้ไข ปราบปราม เอาผิด และป้องกันการค้ามนุษย์ในด้านต่างๆ เพราะในรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ของสหรัฐนั้น ได้แบ่งการจัดลำดับถึง 4 ลำดับ โดยนอกจากเทียร์ 2 ที่เฝ้าระวังแล้ว ยังมีระดับเทียร์ 2 และเทียร์ 1 ซึ่งการที่ไทยได้รับการเลื่อนชั้นจากเทียร์ 3 ไปอยู่เทียร์ 2 ที่ถูกเฝ้าระวัง ก็เป็นขั้นตอนหนึ่งบนเป็นเส้นทางอันยาวไกลที่ต้องเดินไป

เมื่อรัฐบาลไทยให้คำมั่นอยู่เสมอเรื่องการปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่อันดับ 3 ของโลกแล้ว การดูแล ปราบปราม แก้ไข ป้องกัน และปิดช่องโหว่หรือข้อบกพร่องให้เหลือน้อยที่สุด จึงยังเป็นงานที่ประเทศไทยต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากสหรัฐที่มีการจัดทำรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์แล้ว ยังมีในส่วนของสหภาพยุโรปหรืออียู ที่ติดตามสถานการณ์ของไทย ซึ่งในเวทีโลกที่ไทยเป็นส่วนหนึ่งของโลกาภิวัตน์ อีกทั้งการแก้ไข ป้องกันและดูแลแรงงาน ยังถือเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ต้องกระทำ ไทยจึงจะต้องเดินหน้าเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาแรงงานและอื่นๆ ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงการทำประมงผิดกฎหมายด้วย

ท้ายที่สุดแล้ว หากการแก้ไขปัญหา รวมถึงการวางกฎเกณฑ์ปราบปรามดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลประโยชน์ก็จะกลับมาตกสู่ประเทศไทยเอง ในแง่ที่สินค้าส่งออกของไทยจะเป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศ เพราะประเทศต่างๆ จะมีความเชื่อมั่นต่อการดูแลในเรื่องแรงงานของไทย และส่งผลให้มีการสั่งซื้อสินค้าไทยเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการที่ภาพลักษณ์ของประเทศที่ดีขึ้น รวมไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานในภาคต่างๆ ที่จะมีสภาพดีขึ้นซึ่งเป็นผลดีต่อทุกฝ่ายเช่นกัน