Brexit

วันนี้เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ มันอาจเป็นวันแห่งความโกลาหลของระบบการเงินโลก 23 มิถุนายน ค.ศ. 2016

คือวันทำประชามติของสหราชอาณาจักร (UK) ซึ่งประกอบด้วยอังกฤษ สก็อตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ ว่า จะออกจากสหภาพยุโรป (EU) หรือดำรงอยู่ต่อไป

สหภาพยุโรปเริ่มต้นจากการก่อตั้งประชาคมถ่านหินและเหล็กแห่งยุโรป (ECSC) มีสมาชิก 6 ประเทศคือ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส อิตาลี ลักซ์เซมเบอร์ก เนเธอร์แลนด์ และเยอรมันตะวันตก โดยลงนามในสนธิสัญญาปารีส 18 เมษายน 1951 และมีผล 23 กรกฎาคม 1952 ความสำเร็จนี้นำไปสู่การก่อตั้งประชาคมพลังงานนิวเคลียร์ยุโรป (EAEC) และประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC) ตามสนธิสัญญาโรมที่ลงนามเมื่อ 25 มีนาคม 1957 และบังคับใช้ 1 มกราคม 1958

ประชาคมเศรษฐกิจกลายเป็นประชาคมยุโรป (EC) ภายใต้สนธิสัญญามาสทริชต์ที่ลงนามกัน 7 กุมภาพันธ์ 1992  อันเป็นการปูทางไปสู่สหภาพยุโรปที่เป็นตลาดเดียวและใช้เงินตราสกุลเดียวคือยูโร (Euro) โดยมีผลตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 1993

สหราชอาณาจักรเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจเมื่อ 1 มกราคม 1973 ในรัฐบาลนายกรัฐมนตรี เอ็ดวาร์ด ฮีทธ์ แห่งพรรคอนุรักษ์นิยม หลังเลือกตั้งกุมภาพันธ์ 1974 พรรคแรงงานได้รับชัยชนะ ฮาโรล์ วิลสัน ขึ้นเป็นนายกฯ รัฐบาลจึงจัดประชามติว่า จะอยู่ต่อหรือออกจากประชาคมนี่คือประชามติครั้งแรกที่ทำทั่วสหราชอาณาจักร จัดขึ้นวันที่ 5 มิถุนายน 1975  ผลคือ 67.23% ให้อยู่ต่อไป

แต่สถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนไป การอยู่ในอียูแม้ทำให้ UK กลายเป็นศูนย์กลางการเงินและการลงทุนของภูมิภาค แต่มันก็เปิดกว้างให้แรงงานมากมายอพยพเข้ามา กลายเป็นแรงกดดันต่อประชากรเดิมและเกิดเป็นปัญหาสังคม ยิ่งมีผู้ลี้ภัยจากตะวันออกกลางเพิ่มเข้ามา ปัญหายิ่งหนักหน่วงรุนแรง

มกราคม 2013 นายกฯเดวิด คาเมรอน แห่งพรรคอนุรักษ์นิยมสัญญาว่า ถ้าพรรคเขาชนะได้เสียงข้างมากในการเลือกตั้งพฤษภาคม 2015 รัฐบาลจะต่อรองกับอียูเรื่องสถานะพิเศษของ UK เช่น กฎหมายควบคุมผู้อพยพ ข้อตกลงการค้าเสรี การลดกฎระเบียบของธุรกิจ ก่อนจะทำประชามติว่า ควรออกจากอียูหรืออยู่ต่อไป

พรรคอนุรักษ์นิยมชนะได้เสียงข้างมาก กระบวนการประชามติจึงเริ่มต้นขึ้น กฎหมาย European Union Referendum Act 2015 ผ่านสภา 17 ธันวาคม 2015 คาเมรอนเจรจาต่อรองกับอียูเสร็จสิ้นในเวลา 23.00 น.ของวันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2016 ไม่กี่ชั่วโมงจากนั้น เขาประชุมครม.นัดพิเศษและประกาศว่า ประชามติจะจัด 23 มิถุนายน 2016 แต่รัฐบาลขอแนะนำประชาชนว่า Uk ควรอยู่ในอียูต่อไป

การรณรงค์ระหว่างฝ่ายที่ให้อยู่กับให้ออกจึงเริ่มขึ้น โพลล์ช่วงแรกชี้ว่า เสียงที่ให้ออกมากกว่า แต่ก็เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญ นั่นคือ 13.00 น.ของวันที่ 16 มิถุนายน สส.หญิง โจ คอกซ์ ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต เธอมาจากพรรคแรงงานและเป็นผู้สนับสนุนให้อยู่ต่อ เสียงเปลี่ยนเป็นก้ำกึ่งสูสีจนไม่อาจทำนายได้

ประชามติเปิด 07.00-22.00 น. นับคะแนนเสร็จและประกาศผลได้ 07.00 น.ของวันรุ่งขึ้น หรือ 13.00 น.ในไทยเกณฑ์ตัดสินนับจากเสียงข้างมากของผู้ลงคะแนน อย่างไรก็ตาม แม้ผลคือออก ก็ไม่ใช่ออกกันวันนั้น แต่ต้องใช้เวลา 2 ปีหลังจากแจ้งต่อสภายุโรป ซึ่งกว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้นก็เป็นปี 2019

ถ้าจะวิเคราะห์ทำนายจากมุมโหราศาสตร์ ดวงเมืองสหราชอาณาจักรคือปัจจัยสำคัญที่สุด แต่ด้วยสายธารประวัติศาสตร์อันยาวไกล ปัญหาคือจะยึดถือดวงกำเนิดอันไหน? ปี 410 ที่อังกฤษแยกตัวเป็นอิสระจากโรมัน ปี 560 ที่ Aethelbert ถูกเลือกเป็นดั่งกษัตริย์ ปี 1649 ที่ก่อตั้งสาธารณรัฐอังกฤษ ปี 1707 ที่สก็อตแลนด์รวมเข้ากับอังกฤษ

หนังสือ Book of World Horoscopes ของ Dr. Nicholas Campion บอกไว้หลายดวงที่น่าสนใจ (1) Unification of Britain ภายใต้การปกครองของ Athelstan กษัตริย์องค์แรก 12กรกฎาคม 927 (2) Coronation of William the Conqueror  วันราชาภิเษกของกษัตริย์วิลเลี่ยม 25 ธันวาคม 1066 (3) United Kingdom ซึ่งรวม Great Britain เข้ากับ Ireland เมื่อ 1มกราคม 1801 เวลาเที่ยงคืน ซึ่ง 2 ดวงหลังเป็นดวงที่นักโหราศาสตร์นิยมใช้กัน

ถ้าเลือกดวงที่ 3 เราได้ลัคนากันย์ พุธคือดาวเจ้าเรือนลัคน์ พุธเดิมถูกมุม 90 จากสุริยคราส (เต็มดวง) 9 มีนาคม 2016 พุธอยู่ภพ 3 ชี้ถึงปัญหาบ้านเมืองจากเอกสารสัญญา ในวันประชามติ พุธได้แสงจากเสาร์จร พุธจรเล็งพุธเดิม พลูโตจรทำมุม 90 กับราหูเดิมในภพ 7 ขณะที่พฤหัสดาวเจ้าเรือนภพ 7 กุมราหูจรสนิทในภพ 12 (วินาศ) บอกถึงการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงกับหุ้นส่วนคู่สัญญา อันก่อให้เกิดผลเสียหายตามมา สรุปคือมีโอกาสเกินครึ่งที่จะออกจากอียู

ลองวิเคราะห์ดวงอียูต่อ ปัญหาเดิมกลับมาอีกครั้ง จะเลือกใช้ดวงไหน? ในปัจจุบัน นักโหราศาสตร์นิยมใช้เพียง 2 ดวง คือ (1) วันบังคับใช้สนธิสัญญาโรม 1 มกราคม 1958 (2) วันบังคับใช้สนธิสัญญามาสทริชต์ 1 พฤศจิกายน 1993 โดยกำหนดเวลาที่เที่ยงคืน

เราเลือกดวงที่ 2 ลัคนาอยู่กรกฎ จันทร์คือดาวเจ้าเรือนลัคน์ พื้นดวงมี Grand Cross ของจันทร์อังคารพุธเสาร์พลูโต ชี้ชัด 100% ว่าอียูแตกแน่นอน ประเด็นคือ “เมื่อไหร่” เท่านั้น ในวันประชามติ พลูโตจรทำมุม 150 กับลัคน์ มฤตยูจรทำมุม 150 กับอังคารพลูโตเดิม ขณะที่อังคารจรทับซ้ำ รูปดาวชี้ว่าโอกาสแตก 70% อย่างไรก็ตาม เพราะทั้ง 2 ดวงไม่รู้เวลากำเนิด แม้เปอร์เซ็นต์จะสูง แต่ก็วางใจไม่ได้

การอยู่ในอียูขึ้นกับประชามติครั้งแรก 5 มิถุนายน 1975 ดวงประชามติเดิมจึงเป็นข้อมูลสำคัญ ลัคนาอยู่เมถุน พื้นดวงมีเสาร์กุมลัคน์และทำมุม 90 กับจันทร์พฤหัสสนิท เสาร์คือดาวเจ้าเรือนมรณะ จันทร์คือดาวการเงิน ชี้ถึงความสูญเสียเกี่ยวกับเงินตราและการเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็เกิดขึ้นจริงเมื่อ 16 กันยายน 1992 ที่จอร์จ โซรอส โจมตีค่าเงินปอนด์จนต้องถอนตัวจากกลไกอัตราแลกเปลี่ยน (ERM) วันนั้น มฤตยูกุมเนปจูนสนิท เล็งลัคน์และ Trigger จันทร์พฤหัสเสาร์เดิม

ในวันประชามติใหม่ พลูโตจรเล็งลัคน์และเสาร์เดิม เสาร์ราหูเนปจูนจรเข้ารูป Grand Cross เบียนทศมลัคน์และอาทิตย์เดิม โดนบาปเคราะห์ทั้ง 4 เล่นงานจุดสำคัญพร้อมกัน ถ้าเป็นดวงคนถึงไม่ตายก็ต้องเข้าไอซียู มันชี้ถึงการหักล้างทำลายของเดิม หรือออกจากอียู 100%

แต่ถ้าผูกดวงประชามติครั้งนี้ ลัคน์อยู่กรกฎและถูกมุม 90 จากมฤตยู จันทร์ดาวเจ้าเรือนลัคน์อยู่มังกร เป็นปรเกษตร์และถูกอังคารเสาร์เบียนซ้ำมังกรเป็นภพ 7 คือหุ้นส่วนคู่สัญญา มันบอกถึงความล้มเหลวหรือปฏิเสธที่จะร่วมมือ คือการถอนตัวจากอียูนั่นเอง

การวิเคราะห์ดวงที่ 5 เพื่อเพิ่มความมั่นใจ เราใช้ดวงสงกรานต์ลัคนาอยู่สิงห์ อาทิตย์ดาวเจ้าเรือนลัคน์อยู่ภพ 9 ที่เกี่ยวกับสัญญาระหว่างประเทศ อังคารเสาร์อยู่ภพ 4 ที่เป็น Sovereignty ของดินแดน ในวันประชามติ เสาร์ราหูเนปจูนจรเบียนภพ 4 อังคารจรทำมุม 150 กับมฤตยูจร มฤตยูจรทับอาทิตย์เดิม มฤตยูคือการปลดปล่อยเป็นอิสระมีโอกาสสูงที่ออกจากอียู

แต่มฤตยูคือ The Unexpected อังคารก็ยังถอยหลังอยู่ สิ่งที่ว่าแน่ๆ อาจพลิกล็อคได้ แต่ถ้าให้เลือก ขอเลือก Brexit