รังนกแอ่น: เหมืองทอง กลุ่มชาติพันธุ์เอเชียอาคเนย์ 4

รังนกแอ่น: เหมืองทอง กลุ่มชาติพันธุ์เอเชียอาคเนย์ 4

ระบบสิทธิและกฎหมาย อันเป็นเทคโนโลยีแห่งอำนาจ (technology of power) ในการกำหนดบังคับหรือการยกเว้น

สภาวะของรัฐเกี่ยวกับการกีดกันหรือการเข้าถึงทรัพยากรรังนกของคนในรัฐ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอดีตนั้น สุลต่านหรือกษัตริย์เป็นศูนย์กลางของอำนาจ เป็นผู้ให้สิทธิ์กลุ่มชาติพันธุ์ผู้พบถ้ำรังนก เก็บรังนกและส่งรังนกเป็นภาษีให้กับรัฐ ดำเนินมาจนกระทั่งยุคหลังอาณานิคม (postcolonial) หรือช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 20 (ค.ศ.1945-1968) ซึ่งระบบสิทธิและกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรรังนกแอ่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะระบบของรัฐสมัยใหม่ (Modern state)

ระบบสิทธิและกฎหมายทรัพยากรรังนกแอ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จวบปัจจุบัน ระบบสิทธิและกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรรังนกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถจำแนกออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ 1) ระบบสิทธิถ้ำรังนกเป็นของส่วนบุคคลหรือครอบครัว 2)ระบบสิทธิถ้ำรังนกเป็นแบบถ้ำร่วม และ 3) ระบบสิทธิถ้ำรังนกเป็นของรัฐให้เอกชนสัมปทาน

ใน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรรังนกในแหล่งธรรมชาติในระดับประเทศโดยตรง รัฐบาลกลางได้ให้อำนาจกับรัฐบาลท้องถิ่นที่มีทรัพยากรรังนกเป็นผู้บริหารจัดการ ระเบียบกฎหมายและระบบสิทธิเกี่ยวกับทรัพยากรรังนกมีทั้งที่เป็นระเบียบกฎหมายลายลักษณ์ที่ออกโดยรัฐบาลท้องถิ่น และกฎหมายจารีต จากผู้สืบทอดมรดกถ้ำรังนกของกลุ่มชาติพันธุ์ และคนเก็บรังนกได้มีการสืบทอดมรดกความรู้ในอาชีพเก็บรังนกให้กับลูกหลานในครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นแบบจารีตทางสายสกุล ระบบสิทธิมีความหลากหลายคือมีทั้ง ระบบสิทธิถ้ำรังนกเป็นของส่วนบุคคลหรือครอบครัว ระบบสิทธิถ้ำรังนกเป็นแบบถ้ำร่วม และระบบสิทธิถ้ำรังนกเป็นของรัฐให้เอกชนสัมปทาน

การเข้าถึงและการใช้ทรัพยากรรังนกแอ่นในประเทศดังกล่าวข้างต้น มีความหลากหลายซับซ้อนแตกต่างกันไปตามลักษณะเฉพาะของถิ่นแดนและกลุ่มชาติพันธุ์ ระบบสิทธิและกฎหมายในการใช้ทรัพยากรรังนก มีการใช้ระบบกฎหมายที่มีความหลากหลาย ทั้งระบบสิทธิและกฎหมายที่ปิดกั้นสิทธิในการใช้พื้นที่ของส่วนรวม ระบบสิทธิและกฎหมายแบบกฎหมายจารีตประเพณี ที่มีการสืบทอดมรดกถ้ำรังนกให้กับลูกหลานในครอบครัวแบบจารีตทางสายสกุลหรือผ่านการสืบทอดระบบสิทธิแบบจารีต เปิดให้มีสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรได้ ทำให้เกิดสิทธิการมีส่วนร่วม เปิดกว้างให้ชุมชน เจ้าของถ้ำรังนก เจ้าของตึกนก หรือผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการธุรกิจรังนก เป็นลักษณะของการจัดการทรัพยากรเชิงซ้อนทั้งมีการรับรองในระบบสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับระบบสิทธิและกฎหมายในการจัดการทรัพยากรรังนกแอ่นในแหล่งธรรมชาติในเวียดนาม ไทย และเมียนมาร์ เป็นระบบสิทธิที่มีการสืบทอดปรับเปลี่ยนมาจากระบบศักดินาอันยาวนาน ระบบสิทธิถ้ำรังนกเป็นของรัฐให้สัมปทานเอกชน

โดยเฉพาะไทยมีกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรรังนกในระดับประเทศโดยตรง รัฐบาลกลางได้ให้อำนาจกับรัฐบาลท้องถิ่นที่มีทรัพยากรรังนกเป็นผู้บริหารจัดการ ระเบียบกฎหมายและระบบสิทธิเกี่ยวกับทรัพยากรรังนกเป็นระเบียบกฎหมายลายลักษณ์

สิทธิดังกล่าวเปิดกว้างให้คน ‘กลุ่มชาติพันธุ์จีนผู้มีฐานะดี’ เข้ามามีส่วนร่วมในการสัมปทานเก็บรังนก สร้างตึกรังนก เป็นพ่อค้าและผู้ส่งออกรังนก อันเป็นการรับรองหรือยอมรับในระบบสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์จีนอย่างมีนัยสำคัญ

สิทธิในทางธุรกิจ ระบบสิทธิและกฎหมายในการใช้ทรัพยากรรังนก ทั้งในแหล่งธรรมชาติและนอกแหล่งธรรมชาติ คือ ตามอาคารนก หรือ ‘ตึกนก’ มีนัยสัมพันธ์กับการที่สังคมไทยและเวียดนามมีการจัดลำดับช่วงชั้นทางสังคม หรือการจัดความสัมพันธ์เชิงอำนาจทางสังคมแบบ ‘สิทธิพิเศษทางกลุ่มชาติพันธุ์’ ที่มีการใช้ทั้งระบบสิทธิและกฎหมายที่ปิดกั้นสิทธิ์ในการใช้พื้นที่ของส่วนรวม เป็นนัยของการจัดความสัมพันธ์เชิงอำนาจทางสังคมประวัติศาสตร์สมัยใหม่ที่มีความขัดแย้งอยู่ในตัว ภายใต้ระบบการจัดการด้วยกฎหมายเชิงเดี่ยว และปิดกั้นระบบความหลากหลายทางกฎหมาย

ยกเว้น ไทยและมาเลเซียแล้ว ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่มีกฎหมายที่บังคับใช้โดยตรงเกี่ยวกับแหล่งนกนางแอ่นในแหล่งธรรมชาติ และการควบคุมตึกนก แต่ละประเทศมีอำนาจในการบังคับใช้ระเบียบกฎหมายตามลักษณะเฉพาะของตน

ลักษณะร่วมของระบบสิทธิและกฎหมายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ผู้เป็นเจ้าของตึกนกหรือทรัพยากรรังนกนอกแหล่งธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ใดต่างก็มีสิทธิ์สืบทอดมรดกตึกนกและธุรกิจรังนกให้กับลูกหลานในครอบครัวหรือในสายสกุลได้ตามกฎหมาย

ระบบสิทธิและกฎหมายธุรกิจรังนกในตลาดรังนกโลกฮ่องกง

ขณะที่ในฮ่องกง ซึ่งเป็นศูนย์กลางตลาดรังนกของโลก ไม่มีกฎหมายและภาษีเกี่ยวกับการทำธุรกิจรังนก ในฮ่องกงถือว่ารังนกเป็นสินค้าประเภทอาหารชนิดหนึ่ง และรังนกส่วนใหญ่จะนำเข้าโดยขนมาด้วยบุคคล การทำธุรกิจรังนกในฮ่องกงส่วนใหญ่จะเป็นคนฮ่องกง ชาติพันธุ์จีนกวางตุ้ง (Cantonese) ผู้ที่ทำธุรกิจนี้จะรู้กันเป็นการภายใน ทุกฝ่ายล้วนได้ประโยชน์จากธุรกิจนี้ ทั้งกลุ่มคนขายรังนกที่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มพ่อค้าคนกลางที่นำวัตถุดิบรังนกมาขายต่อและนำมาแปรเป็นผลิตภัณฑ์รังนกสำเร็จรูปขาย และกลุ่มผู้บริโภคที่สามารถซื้อรังนกได้ในราคาที่ถูก เพราะภาษีต่ำ

----------------------

เกษม จันทร์ดำ

นักวิจัยฝ่ายนโยบายชาติและความสัมพันธ์ข้ามชาติ สกว.