รับมือประชามติที่ทำโลกผวา

รับมือประชามติที่ทำโลกผวา

การลงประชามติของอังกฤษ ว่าจะถอนตัว

ออกจากสหภาพยุโรปหรืออียู หรือไม่ ในวันที่ 23 มิถุนายนที่จะถึงนี้ กลายเป็นปัจจัยที่สร้างความหวาดวิตกแก่ทั่วโลก เพราะผลการสำรวจระยะหลังชี้ว่ากระแสหนุนให้ถอนตัว มาแรงแซงหน้าเสียงที่หนุนให้คงสมาชิกภาพ โดยล่าสุดการสำรวจความเห็นของอิปโซโมริ พบว่า 23% หนุนให้ถอนตัว ส่วน 47% หนุนให้คงสมาชิกภาพ

หากผลการลงประชามติ สะท้อนว่าคนอังกฤษต้องการให้ยุติสมาชิกภาพอียู ก็จะสร้างความแตกตื่นให้แก่นักลงทุน เพราะบั่นทอนความพยายามของยุโรปในการรวมตัวกันหลังจากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งยังก่อให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตของอังกฤษ และเศรษฐกิจขนาด 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ของประเทศนี้ ซึ่งประเด็นอันที่เป็นน่าวิตกกรณีของอังกฤษ ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ ยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ พร้อมกับฉุดเงินปอนด์ให้อ่อนค่า

การลงประชามติของอังกฤษ มีขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังเปราะบาง เพราะการฟื้นตัวหรือการเติบโตไม่ได้อยู่ในระดับสูง แถมยังถูกสถาบันการเงินระดับโลกอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไปแล้ว ขณะที่เศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสหรัฐ ก็ยังไม่ได้แสดงสัญญาณของความเข้มแข็งอย่างชัดเจน

ประธานเฟดยอมรับเองว่าจำเป็นต้องเห็นสัญญาณความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ จึงจะสามารถปรับขึ้นดอกเบี้ยได้ พร้อมปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐปีนี้และปีหน้าลง 0.1% เหลือ 2% เพราะดูเหมือนเศรษฐกิจสหรัฐมีสภาพดีขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน แต่ตลาดแรงงานสูญเสียแรงส่ง เห็นได้จากการสร้างงานใหม่เมื่อเดือนที่แล้ว ที่เพิ่มขึ้นน้อยที่สุดในรอบ 5 ปีครึ่ง

ส่วนเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของโลกอย่างญี่ปุ่น ก็ยังต้องอาศัยมาตรการกระตุ้นครั้งใหญ่รวมถึงดอกเบี้ยติดลบ โดยในการประชุมที่เพิ่งสิ้นสุดไปนั้น ธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือบีโอเจ ไม่ได้ออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม แต่ปรับคาดการณ์เงินเฟ้อ โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะขึ้นถึงระดับ 2% ภายในต้นปี 2561 จากเดิมที่คาดไว้ว่าจะเป็นเดือนกันยายน 2560 การปรับเปลี่ยนดังกล่าวตอกย้ำการท้าทายในการแก้ปัญหาเงินฝืดในญี่ปุ่น

ความไม่แน่นอนในช่วงก่อนถึงการประชามติ และผลพวงที่ยากจะคำนวณหากอังกฤษถอนตัวจากอียู ทำให้ทุกฝ่ายต้องเตรียมพร้อม รวมถึงธนาคารกลางทั่วโลกที่เตรียมมาตรการรับมือทางการเงิน เพื่อบรรเทาความปั่นป่วนในตลาดและป้องกันเศรษฐกิจจากผลกระทบระยะสั้น โดยธนาคารทั่วโลกได้เตรียมระบบสวอปเพื่อให้สามารถดึงเงินระหว่างกันได้ในปริมาณไม่จำกัดเป็นการชั่วคราว ในกรณีที่เกิดความปั่นป่วนในตลาดเงินและทำให้ธนาคารพาณิชย์หรือบรรดาผู้ส่งออก ขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ

แม้ในกรณีที่การลงประชามติของอังกฤษผ่านพ้นไปแล้ว สถานการณ์ในปีนี้ก็ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ ที่จะก่อให้เกิดบรรยากาศของความไม่แน่นอน รวมถึงการเลือกตั้งสหรัฐที่จะมีขึ้นปลายปีนี้ และเศรษฐกิจจีนที่ยังอยู่ในช่วงของการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ สถานการณ์ในประเทศเศรษฐกิจหลักๆ ของโลก ทำให้ประเทศต่างๆ รวมถึงไทย ต้องตระเตรียมแนวทางรับมือผลกระทบหรือการเปลี่ยนแปลง ที่อาจเกิดขึ้นตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้