หมดยุคช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย

หมดยุคช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย

รัฐบาลเตรียมยกเครื่อง มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย

ครั้งใหญ่ โดยดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ โดยมีเงื่อนไขและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียนรัฐสวัสดิการ เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เช่น ต้องเป็นบุคคลว่างงาน หรือ มีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี แต่ผู้ลงทะเบียนจะต้องเปิดเผยรายละเอียดรายได้ การถือครองทรัพย์สินของตน เจ้าหนี้และจำนวนหนี้สินทั้งหมด รวมถึงต้องเป็นบุคคลที่มีอายุตั้งแต่18ปีขึ้นไป และมีสัญชาติไทย

ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนที่เข้าเงื่อนไข สามารถดำเนินการได้ผ่านสถาบันการเงินของรัฐในระหว่างวันที่15ก.ค.-15 ส.ค.นี้ และในปีต่อๆไป ให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่1- 30ก.ย.ของทุกปี โดยการเก็บข้อมูลจะใช้ระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพค่อนข้างสูงในขณะนี้ จากนั้นจะเชื่อมโยงข้อมูลไปยังฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อประมวลข้อมูลผู้มีรายได้น้อย นำไปบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม

นโยบายให้ความช่วยเหลือโดยมีพื้นฐาน จากข้อมูลที่แท้จริงของรัฐบาล ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนอย่างมาก แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะให้ความช่วยเหลือในรูปของสวัสดิการกับผู้มาลงทะเบียนอย่างไร เพราะหากมีการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและน่าเชื่อถือได้ ก็จะทำให้ภาครัฐมีข้อมูลที่ถูกต้อง ว่ามีจำนวนผู้ที่จัดเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย จำนวนเท่าไรทั่วประเทศและมีที่อยู่ที่แน่นอน ซึ่งจะทำให้ภาครัฐสามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างตรงเป้าหมาย

อันที่จริง ความพยายามช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย มีมานานและมีโครงการจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมา มักจะมีปัญหาเรื่องข้อมูลของหน่วยงานรัฐไม่ตรงกัน เพราะต่างคนต่างมีฐานข้อมูลของตนเอง อีกทั้งโครงการของรัฐบาลที่ผ่านมา มักจะให้ความช่วยเหลือในลักษณะทั่วไป โดยไม่มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ส่งผลให้บางโครงการให้ความช่วยเหลือไม่เต็มที่ ซึ่งก็น่าสงสัยเช่นเดียวกันว่าเหตุใดที่ผ่านมารัฐบาลจึงไม่สามารถดำเนินการในลักษณะนี้ได้ ในขณะที่มีข้อครหาว่าจริงๆแล้วโครงการเหล่านี้มักจะลงไปที่ฐานเสียงเป็นหลัก

ประเด็นสำคัญที่สุดของมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาล คือผู้มีรายได้น้อยจริงๆ มักจะไม่เข้ามาในระบบสำรวจของหน่วยงานรัฐหรือพรรคการเมือง เนื่องจากคนเหล่านี้มีการรับรู้และมักอยู่วงนอกของชุมชน มักจะถูกมองข้ามเสมอเพื่อมีการสำรวจเพื่อออกมาตรการช่วยเหลือ ดังนั้น หากมีการใช้ข้อมูลที่แท้จริงเพื่อส่งมาตรการช่วยเหลือลงไป ก็เชื่อว่าจะทำให้มีการใช้งบประมาณได้ตรงจุด โดยไม่รั่วไหลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น โดยเฉพาะรั่วไหลไปในทางการเมือง

ดังนั้น ประเด็นสำคัญที่สุดที่จะพิสูจน์ความสำเร็จของโครงการ คือหน่วยงานรัฐอย่างกระทรวงการคลัง จะต้องมีการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถรับรู้และเข้าขอรับความช่วยเหลือได้ อีกทั้งมาตรการส่งผ่านความช่วยเหลือต้องมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง หาใช่ส่งผลหน่วยงานรัฐแบบเดิมๆที่มักจะไม่ถึงผู้มีรายได้อย่างแท้จริง ซึ่งความสำเร็จของโครงการนี้จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อมามีการจัดเก็บข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน และการส่งผ่านความช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น

เราเห็นว่าโครงการนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนอย่างมาก เพราะอาจเป็นโครงการความช่วยเหลือไม่กี่โครงการเท่านั้น ที่มีการบริหารจัดการจากฐานข้อมูลที่แท้จริง เราหวังว่าโครงการนี้จะทำให้นโยบายเหมาจ่ายที่เกิดการรั่วไหลได้ง่ายเหมือนในอดีตจะหมดไป และเราหวังว่ารัฐบาลต่อไปจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ โดยมีเป้าหมายเพื่อผู้รายได้น้อยอย่างแท้จริง หาใช่โครงการที่คิดขึ้นมาโดยมีเป้าหมายแฝงเพื่อหวังคะแนนนิยม