เศรษฐกิจยูโรโซนแนวโน้มดีขึ้นในปี 2559

เศรษฐกิจยูโรโซนแนวโน้มดีขึ้นในปี 2559

หลายปีที่ผ่านมาประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียู โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่อยู่ในยูโรโซน 19 ประเทศ

ต้องผ่านมรสุมและทำงานอย่างหนักเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจที่ประทุขึ้นตั้งแต่ปี 2552 เริ่มตั้งแต่วิกฤติหนี้กรีซที่ได้ลุกลามขยายวงอย่างต่อเนื่องไปยังประเทศไอร์แลนด์และโปรตุเกส และสั่นคลอนเสถียรภาพระบบธนาคารในยุโรป รวมทั้งระบบเศรษฐกิจการเงินใหญ่ๆ ของอียู เช่น สเปนและอิตาลี จนกลายเป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพและความมั่นคงด้านเศรษฐกิจและการเงินของภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก และส่งผลให้เกิดความกังวลต่ออนาคตของสกุลเงินยูโร และกระบวนการรวมตัวของยุโรปว่าจะเดินหน้าต่อไปได้เช่นที่ยุโรปหวังไว้หรือไม่

แน่นอนในยุคที่เศรษฐกิจยุโรปรุ่งเรืองก็มีแต่ประเทศอยากเข้าเป็นสมาชิกเพิ่ม โดยเฉพาะประเทศเล็กในยุโรปการเป็นสมาชิกอียูดูจะได้ประโยชน์มากกว่าเสีย แม้จะต้องปรับเปลี่ยนกฎหมายมากมายให้เข้ากับระบบของอียู ในยุคก่อนการขยายสมาชิกภาพของอียูจึงเป็นเรื่องน่าดึงดูดเหมือน แฟชั่นของประเทศยุโรปเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อเศรษฐกิจซบเซาจนเข้าสู่ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ สมาชิกที่อยู่ก็เริ่มไม่พอใจและอยากจะ ออกเรียกว่าทำเอาการเมืองสั่นคลอน และส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนยุโรปในการรวมตัวของยุโรปผ่านอียูได้ง่ายๆ

วิกฤติเศรษฐกิจได้ขยายวงกว้างกลายเป็นประเด็นการเมือง ทำให้ช่วงนี้แฟชั่นกระแสการ อยากออกจากอียูดูจะร้อนแรง ไม่ว่าจะเรื่อง “Grexit” หรือการพิจารณาออกจากยูโรโซนของกรีซซึ่งก็ซาๆ ไปหลังจากอียูตกลงให้เงินกู้เพิ่มขึ้น และก็ตามมาติดๆ ด้วยกระแส “Brexit” หรือการที่สหราชอาณาจักรจะเป็นสมาชิกอียูต่อไปหรือไม่ โดยเร็วๆ นี้ ประชาชนของสหราชอาณาจักรกำลังจะลงคะแนนเสียงในการทำประชาพิจารณ์ในวันที่ 23 มิ.ย. ศกนี้

ท่ามกลางกระแสความกดดันทางการเมือง และปัญหาการเมืองอื่นๆ ไม่ว่าจะเรื่องผู้ลี้ภัย ทำให้ความเชื่อมั่นในการรวมตัวของยุโรป ผ่านอียูเริ่มลดลง กอปรกับเศรษฐกิจยุโรปก็ยังฟื้นตัวในระดับ “ปานกลาง” อาจเรียกได้ว่ายังไม่ดีเท่าที่ผู้นำยุโรปหวัง และก็มองได้ว่าไม่ได้ “แย่” ไปกว่าที่คาดการณ์ไว้

ล่าสุด ตั้งแต่ต้นปี 2559 ภาวะเศรษฐกิจยูโรโซนดูมีแนวโน้มจะดีขึ้น และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจก็เป็นไปตามแผน Eurostat ออกมาประกาศว่า GDP Growth ของเศรษฐกิจยุโรปโซนในช่วง Q1 ของปี 2559 อยู่ 0.6% (สูงกว่ามีประมาณการไว้ที่ 0.5 %) และสูงกว่า GDP Growth ของ Q4 ของปีที่แล้ว ที่อยู่ที่ 0.4% โดยชี้ว่าการเพิ่มการลงทุนเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยบูทการเจริญเติบโตของ GDP ดังกล่าว กอปรกับการส่งออกที่เพิ่มขึ้น หากเทียบกับเศรษฐกิจสหรัฐที่เติบโตอยู่ที่ 0.2% ใน Q1 ของปีนี้

ในรายงาน European Economic Forecast อียูได้คาดการณ์ว่าในปี 2559 การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซนจะอยู่ที่ 1.6% (และของเศรษฐกิจประเทศอียูทั้งหมดอยู่ที่ 1.8%) โดยประเทศที่มีการเจริญเติบโตมากและช่วยเร่งการฟื้นฟูเศรษฐกิจยุโรปได้แก่ ฝรั่งเศส และเยอรมนี

ฝรั่งเศสมีการผ่านกฎหมายแรงงานและได้ปรับปรุงตลาดแรงงาน และปรับข้อกำหนดด้านการเงินให้ยืดหยุ่นขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศฝรั่งเศสได้ดี

เยอรมนี ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยูโรโซน มีระดับการเจริญเติบโตสูงถึงสองปีซ้อน กอปรกับมีการขยายตัวของกิจกรรมด้านการก่อสร้างสูงและมีระดับการบริโภคของภาคเอกชนสูงด้วย

สเปน มีระดับความเจริญเติบโตสูงมากเช่นกัน ในขณะที่ระดับการเจริญเติบโตของอิตาลีไม่ค่อยดีเท่าที่ควร เมื่อเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจยุโรปอื่นๆ

สำหรับ กรีซ สถานะเศรษฐกิจยังทรงตัว เนื่องจากนโยบายรัดเข็มขัดและสถานการณ์ทางการเมืองยังคงบั่นทอนระบบเศรษฐกิจอยู่ ที่มีความคืบหน้าในการตกลงกับเจ้าหนี้ได้ให้มีการนำเงินประมาณ 10.36 หมี่นล้านยูโรเข้ามาในระบบในเร็วๆ นี้

วิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้เป็นบททดสอบสำคัญของความเป็นหนึ่งเดียวกันของประเทศสมาชิกอียู รวมทั้งขีดความสามารถของผู้นำและสถาบันต่างๆ ของอียูในการแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงด้วยดี ที่ผ่านมาผู้นำประเทศสมาชิกอียูสำคัญๆ เช่น นาง Angela Merkel ของเยอรมนี ต้องออกมายืนยันหลายครั้งว่าจะดำเนินมาตรการทุกอย่างเพื่อกอบกู้วิกฤติ และรักษาสกุลเงินยูโร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์และความสำเร็จสำคัญของกระบวนการรวมตัวในภูมิภาคยุโรป

ยูโรโซน (Eurozone) เริ่มจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2542 (ค.ศ.1999) เป็นกลุ่มประเทศที่ตกลงจะใช้เงินสกุลยูโร เป็นร่วมกันและเป็นเงินสกุลเดียว โดยปัจจุบันประกอบด้วยประเทศในยุโรป 19 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยียม ไซปรัส เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ไอร์แลนด์ อิตาลี ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก ลัตเวีย มอลตา เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส สโลวาเกีย สโลวีเนีย สเปน และกรีซ

------------------------ 

ดร. อาจารี ถาวรมาศ เป็นผู้บริหารบริษัท Access-Europe บริษัทที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และนโยบายเกี่ยวกับสหภาพยุโรปสำหรับภาครัฐและเอกชนไทยที่สนใจเปิดตลาดยุโรป www.access-europe.eu  หรือติดตามได้ที่ www.facebook.com/AccessEuropeCoLtd