การขับเคลื่อนในยุคเติบโตต่ำ

การขับเคลื่อนในยุคเติบโตต่ำ

ล่วงเข้าครึ่งปีหลัง สถานการณ์เศรษฐกิจโลก

ก็ยังไม่สดใส ล่าสุดธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ลงเหลือ 2.4% จาก 2.9% เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ยังอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องยาวนาน ประกอบกับการฟื้นตัวที่ล่าช้าของประเทศพัฒนาแล้ว อันส่งผลให้อุปสงค์ซบเซา อีกทั้งกระแสการค้า-การลงทุนในโลกยังอ่อนแอ

ธนาคารโลกระบุว่า ประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ ต้องดิ้นรนในการปรับตัวรับมือราคาน้ำมัน โลหะ และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ที่ทรุดตัว อันทำให้สถานการณ์สำหรับประเทศผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ ยังเป็นสิ่งท้าทายยิ่ง สำหรับประเทศตลาดเกิดใหม่ที่นำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์ ถือว่ามีสถานการณ์ดีกว่า แต่ต้องอาศัยเวลานาน กว่าประโยชน์จากราคาพลังงานและสินค้าอื่นๆ ที่ต่ำลง จะส่งผลเป็นรูปธรรม

สหรัฐ ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ต้องเผชิญการลงทุนที่ดำดิ่งในภาคพลังงาน อีกทั้งยังส่งออกได้น้อยลง จนถูกปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจลงเหลือ 1.9% ประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโร ถูกปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจเหลือ 1.6% แม้ธนาคารกลางยุโรปดำเนินมาตรการกระตุ้นทางการเงินครั้งใหญ่ ทั้งในรูปของการผ่อนคลายเชิงปริมาณ และการใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ

ญี่ปุ่นซึ่งเผชิญแรงกดดันเงินฝืด หลังจากเผชิญเงินฝืดเรื้อรังมากว่า 10 ปี จะเติบโตที่ระดับเพียง 0.5% โดยในสหรัฐ ยูโรโซน และญี่ปุ่นนั้น การลงทุนยังค่อนข้างซบเซา เพราะความไม่มั่นใจเกี่ยวกับประสิทธิภาพของนโยบายต่างๆ ที่ทางการจัดทำมาอัดฉีดสภาพเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมาตรการของธนาคารกลางที่ตรึงดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์หรือบางแห่งก็ใช้ดอกเบี้ยติดลบ

ในช่วงที่ประเทศอุตสาหกรรมหรือประเทศพัฒนาแล้ว พยายามผลักดันและประคองเศรษฐกิจ ปรากฏว่าประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกสามารถขยายตัวได้ในระดับสูง โดยคาดว่าอินเดียจะเติบโตได้ถึง 7.6% ในกรณีของจีนนั้นคาดว่าจะขยายตัว 6.7% สำหรับไทยได้รับการปรับคาดการณ์ขึ้น 0.5% ที่ 2.5%

ก่อนหน้านี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ได้ประเมินไปแล้วว่า เศรษฐกิจโลกเปราะบางต่อภาวะช็อก พร้อมปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ลงเหลือ 3.2% จากคาดการณ์เดิมที่ 3.4% และชี้ถึงผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว ราคาน้ำมันดำดิ่งที่มีต่อตลาดเกิดใหม่ ทั้งยังชี้ถึงความอ่อนแอทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐ

ล่าสุด ประธานธนาคารกลางยุโรปสำทับว่ายุโรปเสี่ยง ที่จะเผชิญกับความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างยาวนาน สืบเนื่องจากศักยภาพการผลิตที่อ่อนแอและการเติบโตที่อยู่ในระดับต่ำ โดยการเติบโตที่อยู่ในระดับต่ำกว่าศักยภาพ เป็นเวลานานเกินไปนั้น ทำให้ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจลดน้อยถอยลงไป เพราะแทนที่ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นให้เต็มศักยภาพ แต่ศักยภาพกลับลดลงเพื่อให้เป็นไปตามผลผลิตแท้จริง

ในช่วงที่แนวโน้มของโลกยังไม่สดใส โดยเฉพาะในประเทศอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่นั้น ไทยก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมและหาเครื่องมือไว้รองรับ รวมถึงขับเคลื่อนการเติบโต และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุน ท่องเที่ยว หรืออื่นๆ ให้มากที่สุด เพราะการประคับประคองตัวเองให้ขยายตัวไปได้อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทั่วโลกในช่วงนี้