จัดระเบียบเจ้าหนี้-ลูกหนี้ เพียงจุดเริ่มต้นแก้ปัญหา

จัดระเบียบเจ้าหนี้-ลูกหนี้ เพียงจุดเริ่มต้นแก้ปัญหา

รัฐบาลเตรียมออกมาตรการ แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

โดยใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จเข้าจัดระเบียบการบริหารจัดการหนี้ส่วนนี้ใหม่ ซึ่งหากพิจารณาเบื้องต้นของมาตรการดังกล่าว จะเห็นว่ามีความแตกต่างจากมาตรการก่อนหน้านี้ของรัฐบาลก่อนหน้านั้นในการแก้ปัญหา กล่าวคือ มีการใช้อำนาจอย่างเด็ดขาดตามกฎหมาย โดยจัดระเบียบเจ้าหนี้ไปด้วย จากเดิมที่ผ่านมานั้น รัฐบาลเพียงแค่การจัดระเบียบลูกหนี้ ด้วยการลงทะเบียนหนี้นอกระบบ และให้สถาบันการเงินรัฐเข้าไปช่วยเหลือ ในการผ่อนภาระการชำระหนี้

หนี้นอกระบบถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทยมานาน เนื่องจากเจ้าหนี้เงินกู้คิดอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูงมาก จนกระทั่งลูกหนี้ไม่สามารถชำระได้ ทำให้ต้องถูกยึดที่ดินและทรัพย์สินอื่นๆ และสิ่งที่ตามมาคือปัญหาสังคมต่างๆมากมาย แต่ในช่วงหลังมีการพัฒนาการปล่อยกู้นอกระบบ โดยไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยคิดอัตราดอกเบี้ยที่สูงมากจนลูกหนี้ไม่สามารถชำระได้ จึงทำให้เกิดกระบวนการทวงหนี้อย่างผิดกฎหมายและส่งผลกระทบต่อชีวิตครอบครัวของลูกหนี้อย่างมาก ดังที่เห็นกันอยู่ทั่วไป

รัฐบาลแทบทุกรัฐบาลพยายามหามาตรการแก้ปัญหาดังกล่าว และรับรู้ปัญหามาตลอดว่าหนี้นอกระบบสร้างปัญหาต่างๆมากมาย แต่ยังไม่มีรัฐบาลสามารถแก้ปัญหาได้ โดยสามารถทำได้เพียงบรรเทาปัญหาของกลุ่มลูกหนี้ด้วยความช่วยเหลือของหน่วยงานรัฐ แต่ในที่สุดแล้วปัญหาเหล่านี้ก็วนเวียนมาสู่จุดเดิม กล่าวคือ หนี้นอกระบบก็ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและปรากฏการณ์การทวงหนี้ก็เกิดขึ้นทั่วไปในสังคม ซึ่งทำให้ปัญหาหนี้นอกระบบไม่เพียงแค่เรื่องความเดือดร้อนของผู้มีรายได้น้อยเท่านั้น แต่เป็นเรื่องความมั่นคงไปด้วย

กระบวนการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ มีความพยายามดำเนินการหลายด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากตามกฎหมายแล้วการปล่อยกู้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเดิน 15% ถือว่าผิดกฎหมายทั้งนั้น ยกเว้นกรณีที่มีการตั้งสถาบันการเงินขึ้นมาโดยเฉพาะที่อนุญาตให้ทำได้ หรือกรณีมีการผิดนัดทำชะเงินกู้ แต่ปัญหาที่ผ่านมาคือ การบังคับใช้กฎหมายนั้นจำเป็นต้องมีผู้ร้องเรียนหรือฟ้องร้อง ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วมักจะไม่มีลูกหนี้รายใดกล้าดำเนินการฟ้องร้องเจ้าหนี้ ทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ

ประเด็นการบังคับใช้กฎหมายยังเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มองปัญหานี้ด้วย ซึ่งที่ผ่านมามักจะเห็นว่าเป็นเรื่องความสมยอม หรือเป็นเพียงคดีแพ่งที่สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเองไม่อยากจะเข้าไปเกี่ยวข้องมากนัก ดังนั้นหากจะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องปรับปรุงกระบวนการทางกฎหมายทั้งหมด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบังคับใช้อย่างแท้จริง หาไม่แล้ว ไม่ว่ารัฐบาลจะขู่ใช้มาตรการอะไร ก็ไม่มีผลใดๆต่อบรรดาเจ้าหนี้ที่มีผลประโยชน์จากการปล่อยกู้ล่อใจ

ที่สำคัญ การจัดระเบียบของรัฐบาลในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำในฝั่งของลูกหนี้เท่านั้น แต่ยังดำเนินการฝั่งของเจ้าหนี้ด้วย โดยหวังว่าหากสามารถควบคุมบัญชีรายชื่อของเจ้าหนี้ทั่วประเทศได้แล้ว ก็จะตรวจสอบได้ง่ายขึ้นและบังคับให้เจ้าหนี้จำเป็นต้องคิดดอกเบี้ยในอัตราที่ไม่สูงจนเกินภาระการชำระคืนของลูกหนี้ ดังนั้นหากทำทั้งสองส่วนในช่วงเดียวกันก็เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ ทั้งนี้ประเด็นสำคัญคือการบังคับให้เป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น

เราเห็นว่าปัญหาที่สำคัญของการแก้หนี้นอกระบบในระยะยาว คงหนี้ไม่พ้นเรื่องทางเศรษฐกิจ ซึ่งหากรัฐบาลสามารถปฏิรูปเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมาย ก็จะช่วยปัญหาได้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมา การกู้นอกระบบเกิดขึ้นเพราะรายได้ไม่เพียงพอรายจ่าย ทำให้จำเป็นต้องหนี้ยืมสินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ดังนั้น การจัดระเบียบหนี้ในครั้งนี้ถือเป็นช่วงแรกของการแก้ปัญหาเท่านั้น แต่การแก้ปัญหาที่แท้จริงก็คือทำอย่างไร จะทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน