ภาระหนี้..ปัจจัยลบ ฉุดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ

ภาระหนี้..ปัจจัยลบ ฉุดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ

ไตรมาสสอง ของปี 2559 กำลังจะผ่านพ้นไป

 ก้าวสู่เดือนสุดท้ายของไตรมาสนี้อย่างรวดเร็ว หลายคนบอกว่าเศรษฐกิจยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว ในขณะที่อีกหลายคนบอกว่า สัญญาณฟื้นตัวเริ่มเห็นภาพบ้างแล้ว ถึงแม้ยอดการส่งออกจะยังคงชะลอตัว ติดลบในเดือนที่ผ่านมา แต่หลายคนยังมองภาพเป็นบวก โดยอ้างอิงตัวเลขที่เป็นดัชนีต่างๆ หลายเซคเตอร์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดัชนีจาการปล่อยสินเชื่อโครงการบ้านประชารัฐ ที่ธนาคารของรัฐ อย่าง ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งได้รับนโยบายจากรัฐบาล ให้ปล่อยสินเชื่อบ้านประชารัฐอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ 0% ในปีแรก สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 8 แสนบาท และ 3% สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท เมื่อโครงการประกาศออกมา มีประชาชนจำนวนมาก ยื่นความจำนงค์ขอสินเชื่อโครงการนี้ วงเงินขอสินเชื่อทะลุ 1 หมื่นล้านบาทไปอย่างรวดเร็ว หลายคนมองว่าจะเป็นการกระตุ้นเศษฐกิจ เพราะดูเหมือนตลาดยังมีกำลังซื้อ มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง

แต่ในข้อเท็จจริง ยอดขอสินเชื่อดังกล่าวไม่สามารถนำมาเป็นดัชนีวัดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้ เพราะในวงเงินสินเชื่อที่ขอมากว่า 1 หมื่นล้านบาทนั้น เป็นยอดสินเชื่อที่อนุมัติได้เพียง 3,000 ล้านบาท หรือเพียง 30% เท่านั้น ที่เหลืออีกกว่า 70% เป็นคำขอสินเชื่อที่ธนาคารไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อได้ เพราะผู้ขอเหล่านั้น ติดภาระหนี้เกินอัตราภาระที่ธนาคารกำหนด จึงมีความเสี่ยงเกินกว่าจะปล่อยสินเชื่อให้ได้

ยอดปฏิเสธสินเชื่อที่มีกว่า 70% ทั้งที่ยอดในการผ่อนชำระต่อเดือนอยู่ที่ 4,000-5,000 บาท คือสัญญาณที่น่าตกใจ กลุ่มผู้มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมืนบาท/เดือน ไม่มีความสามารถผ่อนชำระค่าบ้านเดือนละ 4,000-5,000 บาทได้ สะท้อนกำลังซื้อ และสภาพคล่องในกระเป๋าของกลุ่มคนชั้นฐานราก และผู้มีรายได้ปานกลาง-ล่าง ว่ากำลังเผชิญสภาพเงินฝืด บ่งบอกถึงกำลังการจับจ่ายใช้สอยในทุกๆ อย่าง อยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง เมื่อกลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีภาระหนี้สูง การที่รัฐจะผลักดันเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย จึงเป็นเรื่องยาก

ไม่ต้องไปมองกลุ่มผู้มีรายได้สูง และมีฐานการเงินที่ดียู่แล้ว กลุ่มนี้ยังคงใช้จ่ายเป็นปกติ แต่ต้องบอกว่าเป็นเพียงกลุ่มน้อย แต่ผู้มีรายได้ระดับกลางลงมา ฐานรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/เดือน ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ เป็นกลไกชี้วัดภาวะเศรษฐกิจ คนกลุ่มนี้กำลังมีปัญหา ซึ่งปัญหาใหญ่ก็คือภาระหนี้ที่สูงเกินกำลัง รัฐบาลควรหันมาดูแล คนกลุ่มใหญ่นี้ให้มากกว่าปกติ ทำอน่างไรให้เขามีสภาพคล่อง ทำอย่างไรให้ภาระหนี้เขาลดลง เพื่อปลดล็อกปัญหา ทำให้พวกเขาสามารถดำรงชีพกับรายได้ที่มากกว่ารายจ่าย ลดภาระหนี้ ลดภาระค่าใช้จ่าย กำลังซื้อกลุ่มนร้จึงจะสามารถกลับมา เป็นกลไกและฟันเฟืองให้เศรษฐกิจระดับฐานรากก้าวเดินต่อไปได้

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐจะดีแค่ไหน หากประชาชนไม่มีกำลังซื้อ และยังติดล็อกปัญหาหนี้อยู่อย่างนี้ มาตรการอะไรก็ไม่เป็นผล ทุกอย่างควรเริ่มจากการแก้ปัญหาก่อน แล้วค่อยเสนอทางเลือก กลไกต่างๆ จึงจะทำงานได้ หากใืนออกมาตรการส่งเสริม โดยไม่แก้ไขปัญหา ไม่เพียงมาตรการไม่ได้ผล แต่ซ้ำร้ายอาจกลายเป็นการเพิ่มปะญหาตามมาอีกด้วยซ้ำ ชั่งโมงนี้ขอสะกิดว่า เรายังอยู่ในวงล้อมปัญหา ‘ภาระหนี้..ปัจจัยลบฉุดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ’