ผมไม่ได้ติดตามแค่เรื่องการทุจริต โครงการรับจำนำข้าว
หรือการทุจริตการขายข้าวจีทูจี ตามที่เคยได้นำเสนอข้อมูลขีดๆ เขียนๆ ไว้ก่อนหน้านี้อยู่เป็นประจำเพียงอย่างเดียว
แต่มีความมุ่งหวังในการพัฒนา และหาแง่มุมในการให้ข้าวไทย มีเสถียรภาพและมีความยั่งยืน ทุกภาคส่วนยืนหยัดอยู่ได้โดยเฉพาะชาวนาซึ่งเป็นฐานส่วนใหญ่
ผมติดตามการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ มีการทำงานเรื่องข้าวมากมาย และมีเรื่องที่น่าสนใจ ก็คือ การพัฒนาข้าวไปสู่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งเพื่อการบริโภคและไม่ใช่การบริโภค ด้วยการใส่นวัตกรรมลงไป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวไทย โดยจะไม่เน้นแค่การสนับสนุนให้เกษตรกรเพาะปลูกข้าว แล้วขายเพียงแค่ข้าวเปลือกแบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่จะนำ “นโยบายการตลาดมานำการผลิต”
คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) และ “อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์” ก็ได้สั่งการให้ลุยเต็มที่ หลังจากที่ประเทศไทยมีแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจรออกมาแล้ว
“ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์”ลงไปกำกับการทำงานด้วยตนเอง มีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบการรวมตัวกันของเกษตรกร ในการปลูกข้าวนาแปลงใหญ่ และติดตามการเพาะปลูกข้าวอินทรีย์
ปลัดพาณิชย์ บอกว่า การผลักดันให้เกษตรกรรวมตัวกันปลูกข้าวนาแปลงใหญ่ จะทำให้รัฐรู้ว่าพื้นที่ปลูกข้าวอยู่ตรงไหน ปลูกข้าวอะไร การเชื่อมโยงโรงสี การเชื่อมโยงผู้ประกอบการให้เข้าไปรับซื้อข้าว ช่วงที่ผลผลิตออก ก็จะทำได้ง่าย ไม่เพียงแค่นั้น ยังจะช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกร ซึ่งรัฐจะเข้าไปดูแลในเรื่องปัจจัยการผลิตได้โดยตรง ทำให้ต้นทุนของเกษตรกรลดลง
การผลักดันให้เกษตรกรเพาะปลูกข้าวอินทรีย์ เป็นการวางรากฐานเพื่ออนาคต ตามยุทธศาสตร์สินค้าเกษตรอินทรีย์ โดยจะผลักดันให้มีการปลูกสินค้าเกษตรอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น เพื่อป้อนความต้องการของตลาดที่มีมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ
เฉพาะสินค้าข้าว จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเกี่ยวข้องกับเกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศ และการทำข้าวอินทรีย์ยังเป็นการเตรียมพร้อมด้านวัตถุดิบ เพื่อให้นำข้าวไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
“ในอดีต ประเทศไทยขายข้าวที่เป็นข้าวจริงๆ ขายแต่สินค้าขั้นปฐม แต่ต่อไปนี้ จะขายแบบนี้อย่างเดียวไม่ได้ จะต้องหาทางสร้างมูลค่าเพิ่ม เพราะข้าวนำไปผลิตเป็นสินค้าอื่นๆ ได้อีกมากมาย ทำได้ทั้งอาหารสำหรับเด็ก อาหารคนชรา อาหารคนวัยหนุ่มสาว อาหารลดความอ้วน ลดเบาหวาน ลดโรคความจำเสื่อม ลดโรคต่างๆ แล้วยังนำไปทำเครื่องสำอางก็ได้ หรือจะเรียกว่าข้าวเป็นซุปเปอร์ฟู้ดส์ เพราะทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง”
แต่การทำซุปเปอร์ฟู้ดส์ จะต้องให้ความสำคัญกับวัตถุดิบ ที่ต้องผลักดันให้เกษตรกรหันมาเพาะปลูกข้าวอินทรีย์ให้เพิ่มมากขึ้น โดยเข้าไปให้คำแนะนำเกษตรกรว่าจะต้องปลูกยังไง เตรียมพื้นที่ยังไง ซึ่งเกษตรกรต้องยอมอดทน เพราะช่วงปีแรกๆ อาจจะไม่ดีนัก เป็นช่วงของการปรับโครงสร้าง แต่ระยะยาวจะดีขึ้น ต้นทุนลด ผลผลิตสูงขึ้น แน่นอนรายได้ย่อมตามมา
ด้านการตลาด ฟังสุ้มเสียงปลัดพาณิชย์บอกว่าได้ทำการเชื่อมโยงข้าวอินทรีย์ที่เพาะปลูกกับผู้ประกอบการที่ใช้ข้าวอินทรีย์เป็นวัตถุดิบ ซึ่งตอนนี้ มีผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าจากข้าวอินทรีย์เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก และมั่นใจว่าจะมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กระทรวงพาณิชย์กำลังผลักดันให้มีการจัดตั้ง “สถาบันการพาณิชย์ข้าว” เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ในการคิดค้นวิจัยว่าข้าวจะนำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์อะไรได้บ้าง แล้วส่งต่อไปให้ผู้ประกอบการนำไปผลิตเป็นสินค้าป้อนตลาดโลก
ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูล ประโยชน์ ข้อดี และความคุ้มค่า ในการจัดตั้งสถาบันนำเสนอ นบข. พิจารณา
ต้องติดตามดูกัน ข้าวอินทรีย์สู่ซุปเปอร์ฟู้ดส์ทำให้ชาวนาลืมตาอ้าปากได้บ้างหรือไม่








