วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จราจรสาวเปียงยาง กับวิถีแห่งผู้คนริมถนน

นี่คือตำรวจจราจรสาว กลางกรุงเปียงยาง

 เมืองหลวงเกาหลีเหนือ ที่ผมได้ประสบพบเห็นระหว่างไปเยือนหนึ่งสัปดาห์เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา

เกิดคำถามว่าทำไมต้องมีตำรวจจราจรเกือบทุกสี่แยกกลางเมือง ในเมื่อจำนวนรถราที่วิ่งอยู่ก็ไม่ได้มากมายอะไร เพราะเปียงยางยังไม่มีปัญหารถติดแน่นอน หากเปรียบเทียบกับกรุงเทพฯ สภาพท้องถนนก็จะเหมือนวันหยุดยาวที่นาน ๆ จะมีรถวิ่งผ่านไปมา

แต่เมื่อสอบถามผู้คนที่นั่นเมื่อเปรียบเทียบกับเปียงยางหลายปีก่อน ก็ต้องถือว่าการจราจรมีความคึกคักมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

รถยี่ห้อที่เห็นส่วนใหญ่จะมาจากญี่ปุ่นและจีน

ที่เตะตาผมเป็นพิเศษคือรถเบนซ์ของเยอรมัน ที่จอดเรียงกันเป็นแถวหน้าตึกที่ทำการใหญ่ ๆ ที่นั่น

ความคึกคักบนท้องถนนในช่วงที่ผมไปเยือนเปียงยาง (29 เมษาฯ ถึง 6 พฤษภาฯ) อาจจะเป็นเพราะเป็นจังหวะเตรียมงานประชุมสภาคองเกรสของพรรค Workers’ Party อันเป็นพรรคคอมมิวนิสต์ ที่ปกครองประเทศด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด (6 พฤษภาฯ)

เป็นงานใหญ่ระดับชาติ และมีความสำคัญทางการเมืองอย่างยิ่ง เพราะเป็นการจัดประชุมระดับสูงสุดของประเทศครั้งแรกใน 36 ปี เพื่อสถาปนาคิมจองอึนเป็น 

“ประธาน” พรรคหลังจากที่ดำรงตำแหน่งเป็นเพียง “เลขานุการพรรค” ตลอด 5 ปีหลังจากเถลิงอำนาจต่อจากคุณพ่อคิมจองอิลที่เสียชีวิตค่อนข้างกะทันหัน

ทุกครอบครัวในเปียงยาง ทุกกิจกรรมที่สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่และทันสมัย จึงต้องออกมาร่วมสร้างปรากฏการณ์ในที่สาธารณะ

ผมเห็นประชาชนรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ไปทั่วกรุง เพื่อซ้อมความพร้อมเพรียงในการร่วมเฉลิมฉลองการประชุมใหญ่

ผู้คนออกมากลางถนนเพื่อตกแต่งต้นไม้และหน้าบ้าน ให้มีสีสันตระการตาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานยิ่งใหญ่นี้

เพราะตอนที่มีการประชุมสภาคองเกรสของพรรคครั้งที่แล้วนั้น ท่านผู้นำปัจจุบันยังไม่เกิดด้วยซ้ำเพราะอายุวันนี้ของเขาเพียง 33 เท่านั้น

ตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่เราอยู่เปียงยาง แม้จะสามารถสังเกตจากบนรถและถ่ายภาพสองข้างทางได้ แต่ไม่มีโอกาสได้ลงไปเดินเล่นเพื่อสัมผัสหรือสัมภาษณ์ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา เพราะเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือที่เป็น “ไกด์” ประจำตัวของเราไม่ประสงค์จะให้เราเดินเพ่นพ่านกลางถนนด้วยตัวเอง เพื่อพูดคุยกับคนทั่วไปอย่างที่เราทำได้ในเมืองอื่น ๆ

เปียงยางยังเป็นเมือง “ต้องห้าม” ในหลาย ๆ ด้าน

ผมถามเจ้าหน้าที่ของเขาว่าเกาหลีเหนือผลิตรถของตัวเองบ้างไหม เขาบอกว่ามียี่ห้อหนึ่งคือ Pyonghwa แปลว่า “สันติภาพ” ซึ่งเคยเป็นการผลิตร่วมกันระหว่าง

เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ แต่ต่อมาเมื่อเกิดความตึงเครียดทางการเมืองขึ้น ก็เปลี่ยนผู้ร่วมทุนเป็นประเทศอื่นที่ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดนัก

ตัวเลขทางการบอกว่าประชากรของเปียงยางมีอยู่ประมาณ 2.5 ล้านคน เท่ากับ 10% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ

เปียงยางแปลว่า “พื้นที่ราบ” ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองถูกระเบิดทางอากาศถล่มราบเป็นหน้ากลอง ต้องสร้างเมืองใหม่กันจ้าละหวั่น วันนี้ ภาพที่เห็นคือตึกรามบ้านช่องใหม่ ๆ ที่ผุดขึ้นมาในส่วนที่เป็น “เปียงยางใหม่” ที่ดูมีสีสันและชีวิตชีวามากกว่า “เปียงยางเก่า” อย่างเห็นได้ชัด

เจ้าหน้าที่พาเราไปเยี่ยมชมถนนสายใหม่ที่ชื่อว่า “Mirae Scientists’ Street” หรือ “ถนนสายอนาคตเพื่อนักวิทยาศาสตร์” ที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆ เพื่อให้อาจารย์และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำและครอบครัวมาพักอาศัย เป็นสวัสดิการจากรัฐเพื่อสร้างมันสมองทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยเฉพาะ

ตกดึก หลายส่วนของเมืองหลวงมืดสนิท เพราะต้องการประหยัดพลังงาน (แม้เราจะเห็นแผงแสงอาทิตย์ที่ใช้ค่อนข้างกว้างขวาง) แต่ในหลายจุดก็มีแสงฟ้าสว่างไสวโดยเฉพาะตึก หรือสถานทำการของรัฐบาล ในช่วงเฉลิมฉลองการประชุมสภาคองเกรสของพรรคนั่นเอง

แม้รถราจะเริ่มขวักไขว่ขึ้น และวิถีชีวิตคนเกาหลีเหนือในกรุงเปียงยางส่วนใหญ่ก็ยังขับเคลื่อนด้วยจักรยาน

ที่นี่ไม่ต้องมี “เลนจักรยาน” เพราะถนนหลวงคือ Bike Lane ยักษ์ที่วันนี้ยังอนุญาตให้คนปั่นสองล้อวิ่งผ่านไปมาได้อย่างสะดวก

ถนนหนทางสะอาดสะอ้าน ต้นไม้อุดมสมบูรณ์ เปียงยางไม่ใช่ “เมืองร้าง” อย่างที่เคยเป็นข่าว และผู้คนสัญจรไปมา ไม่ถึงกับเร่งร้อนแต่ก็ไม่เอื่อยเฉื่อย ทุกคนเหมือนมีจุดมุ่งหมายเฉพาะตน

แต่เมื่อไม่มีโอกาสได้สนทนา แลกเปลี่ยนความเห็น และถ้อยทีถ้อยซักถามความเป็นไปแห่งชีวิต เปียงยางก็ยังเป็นเครื่องหมายคำถามใหญ่สำหรับผู้คนข้างนอกอยู่ดี