วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ขุนศึก' กับ 'แม่ซู' จะอยู่ร่วมกันอย่างไร?

กรณี จอห์น แครี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ มีกำหนดเยือนพม่า

 ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ พร้อมของแถมจากรัฐบาลสหรัฐ ที่จะประกาศผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรที่เคยมีกับพม่า กลายเป็นประเด็นร้อนในสื่อโซเชียล

ฝ่ายหนึ่งบอก “มะกันบินข้ามหัวไทยไปพม่า” แต่อีกฝ่ายหนึ่งก็โต้กลับ “ไปไกลๆเลยไอ้กัน”

เท่าที่สังเกตสื่อโซเชียลบ้านเรา ฝ่ายไม่เอาทหาร ก็จะหยิบฉวยบางข่าวสารการเมืองพม่ามาเหน็บแนม คสช. ส่วนกองเชียร์ทหาร ไม่ค่อยมีความเห็นใดๆ

นี่คือภาพจริงของการเมืองพม่า ยุค “แม่ซู” หรืออองซานซูจี เป็นใหญ่ในแผ่นดิน

ภาพแรก..มวลชนกลุ่มชาตินิยมพุทธในเขตย่างกุ้ง และเขตอิรวดี ได้เดินขบวนเรียกร้องให้สหรัฐ เลิกใช้ว่า โรฮีนจา (Rohingya) เพราะคนเหล่านั้นเป็นชาวบังคลาเทศ

อองซานซูจี ในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศ ได้ขอร้องให้เอกอัครราชทูตสหรัฐ ทบทวนการใช้คำว่าโรฮีนจา

พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า โรฮีนจาไม่ใช่กลุ่มชาติพันธุ์ในพม่า

ภาพที่สอง..“แม่ซู” ตั้งกระทรวงใหม่ “สำนักงานที่ปรึกษาแห่งรัฐ” (Union Minister for the office of State Counsellor) และอูถิ่นจ่อ ประธานาธิบดีพม่า ได้แต่งตั้งให้ อูจ่อตินท์ส่วย เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักงานที่ปรึกษาแห่งรัฐ

กระทรวงนี้ มีภารกิจเกี่ยวกับการสร้างความปรองดอง สันติภาพในประเทศ การพัฒนาประเทศ และการบังคับใช้กฎหมาย

เมื่อเร็วๆนี้ “แม่ซู” เรียกประชุมหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายรัฐบาล, ตัวแทนฝ่ายรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ศูนย์สันติภาพพม่าหารือการจัดตั้ง “ศูนย์การปรองดองแห่งชาติและสันติภาพ” (NRPC) และการเตรียมการประชุมกับกลุ่มชาติพันธุ์ โดย NRPC จะเป็นหน่วยงานรัฐบาล สังกัดกระทรวงสำนักงานที่ปรึกษาแห่งชาติ

แม่ซูวาดหวังที่จะให้เกิดการลงนามใน “สัญญาปางโหลง 2” ภายในปีนี้

ภาพที่สาม...พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ผบ.สส. นัดสื่อมวลชนมาฟังการแถลงข่าวแบบยาวๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี

ขุนศึกใหญ่ได้ประกาศว่า กองทัพพม่าจะทำการปราบปรามกลุ่มติดอาวุธนอกกฎหมายเช่น กลุ่มอาระกัน กลุ่มตะอาง(ปะหล่อง) และกลุ่มโกก้าง

กองทัพพม่าจะทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ ในการเปิดโอกาสให้กลุ่มคะฉิ่น กลุ่มรัฐฉานเหนือ กลุ่มสหรัฐว้า หรือกลุ่มอื่นๆ ที่ต้องการเจรจาลงนามหยุดยิงแห่งชาติ เข้าร่วมกระบวนการสันติภาพ “ปางโหลง 2 ”

พล.อ.มินอ่องหล่าย เปิดใจกับสื่อพม่าแบบยาวๆ และเป็นกันเองว่า ยังไม่มีแผนการจะเกษียณอายุราชการ ภายใน 4 ปีนี้

อย่างไรก็ตาม ผบ.สส.ยังสนับสนุนรัฐบาลเอ็นแอลดี และจะทำงานร่วมกับแม่ซู เพื่อภารกิจการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นภายใน 5 ปี

แต่กองทัพพม่าจะยกเลิกควบคุมกระทรวงเกี่ยวกับความมั่นคง และการครองที่นั่งของทหารในสภา 25% ก็ต่อเมื่อประเทศชาติ มีความสงบสุข ไม่แตกแยกเหมือนในอดีต

ภาพที่สี่...สงครามยังไม่ยุติ เสียงปืนดังสนั่นลั่นแผ่นดินรัฐฉาน รัฐยะไข่ และรัฐคะฉิ่น

ขณะที่กองทัพพม่าได้เปิดยุทธการกวาดล้าง “กลุ่มชาติพันธุ์” ที่ไม่ยอมวางอาวุธ มีการปะทะกับกองกำลังรัฐฉานเหนือ, กองกำลังอาระกัน และกองกำลังเอกราชคะฉิ่น

ว่ากันว่า กองทัพพม่า กำลังดำเนินการเหมือนเกมเข็มนาฬิกา โดยหมุนวนไปเรื่อยๆ หยุดสู้รบกับกลุ่มหนึ่ง ก็รุกโจมตีอีกกลุ่มหนึ่ง เพื่อไม่ให้มีศึกหลายด้าน

รวมทั้งใช้กลยุทธ์สร้างความหวาดระแวงกันเองในกลุ่มชาติพันธุ์ ส่งผลให้กองกำลังตะอาง(ปะหล่อง) รบกับกองกำลังรัฐฉานเหนือ (ไทใหญ่)

ขุนศึกพม่ารู้ดีว่า จีนให้การสนับสนุนอาวุธและกระสุน แก่กลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ตอนเหนือของประเทศ แต่จำเป็นต้องพึ่งพา

จะเห็นได้ว่า การเมืองในพม่านั้นซับซ้อน มันไม่ได้มีแค่เรื่องสิทธิเสรีภาพประชาชน หากแต่แฝงไว้ด้วยเกมผลประโยชน์ของมหาอำนาจ