วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รู้ไหม? การบินไทย เกือบไม่มีเงินเดือนจ่าย...

ถ้าใครเป็นพนักงานการบินไทย คงจะใจชื้นขึ้นได้บ้าง

 วันก่อนเห็นประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2559 มีกำไรจากธุรกิจการบิน 7,180 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 62% หักประมาณการค่าซ่อมเครื่องบินเช่า-ค่าบำรุง การด้อยค่าของสินทรัพย์ และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว ยังมีกำไรสุทธิถึง 6,011 ล้านบาท 

นับเป็นข่าวดีตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกปีนี้ แต่จะเป็นข่าวดีต่อเนื่องหรือไม่ ยังคงต้องลุ้นกันต่ออีก 3 ไตรมาส ถ้ายังกำไรต่อเนื่อง สงสัยสิ้นปีนี้คนการบินไทย “คงรับทรัพย์กันถ้วนหน้า”... ยังไงก็เอาใจช่วยในภาวะอย่างนี้

แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ มีหลายสิ่งหลายอย่าง ที่คนการบินไทยจะต้องต่อสู้กันมาทั้งบอร์ด ฝ่ายบริหารและพนักงาน ร่วมใจรัดเข็มขัด ลดค่าใช้จ่าย  มีบางส่วนต้องโบกมือลาไปกับ “โครงการร่วมใจจาก” ว่ากันว่า มีพนักงานเข้าร่วมไปแล้วร่วม 1,400 คน ส่วนปีนี้กำลังพุ่งเป้าไปที่พนักงานที่มีอายุตั้งแต่ 48 ปีขึ้นไป 

อ้าว..ใครที่อยู่ในวัยนี้ พร้อมแล้วหรือยัง แต่ที่แน่ๆ คงไม่ใช่ทุกคนที่จะขอ “ร่วมใจจาก” ได้เสมอไป

กว่าจะมาถึงวันนี้ จะมีสักกี่คนที่รับรู้ว่า เมื่อปลายปี 2557 เกิดอะไรขึ้น แต่หากยังจำกันได้ช่วงนั้นบ้านเมืองมีแต่ความวุ่นวาย มีทั้งการชุมนุม การปฏิวัติ หนักสุดปีนั้นการบินไทยอยู่ในสภาพ “ขาดทุนบักโกรก” 

จะมีใครสักกี่คนที่จะล่วงรู้ว่า ช่วงนั้น การบินไทยมี ฐานะการเงินเพียงแค่จ่ายเงินเดือนพนักงานได้ 5-6 เดือนเท่านั้น ทั้งบอร์ดและฝ่ายบริหารอยู่ในสภาพ “คอตก” คิดได้อย่างเดียว ทำยังไงที่จะ ลดค่าใช้จ่าย หารายได้เพิ่ม  

จากนั้นต้องมานั่งสุมหัวดูว่า เส้นทางไหนบินแล้วขาดทุนเดือนละเป็น 100 ล้านบาท พร้อมยกเลิกเส้นทางบางเส้นทางไป

ซ้ำร้ายเวลานั้นบอร์ดถึงขั้นต้องเจรจา กับกระทรวงการคลังเพื่อขอวงเงินเครดิต สแตนบาย ไว้ 2.5 หมื่นล้านบาท เพราะอาการของการบินไทยหนักถึงขั้นที่แบงก์ไม่กล้าปล่อยกู้ 

โอ้..การบินไทย สายการบินแห่งชาติ มีเรื่องอย่างนี้ด้วยหรือ?

แต่ทว่าวันนี้หลายสิ่งหลายอย่างได้ผ่านไปได้ด้วยดี เป็นเพราะความร่วมมือของคนในการบินไทยเอง รวมทั้งบอร์ดและฝ่ายบริหาร แต่หากจะถามว่าใคร? ที่ทำให้การบินไทยตกอยู่ในสภาพ “หลุมดำ” คำตอบตรงนี้ คนการบินไทยเท่านั้นที่รู้ดี

มายุคนี้ที่มี อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน แต่มานั่งกุมหัวเรือใหญ่ประธานบอร์ดการบินไทย คงจะพกพาเอาดีกรีการเงิน สมัยอยู่กระทรวงการคลัง มาบริหารการบินไทยเต็มสูบ ทำเอาการบินไทยดูเหมือนทุกวันนี้ฐานะการเงินจะดีวันดีคืนไปซะแล้ว 

อารีพงศ์ กับการบินไทย เรียกว่าไม่ธรรมดา เรียกว่าใส่ใจเสียทุกอย่าง เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด สามารถแข่งขันกับสายการบินอื่นๆ ได้ ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับปัญหาตอนนี้

สิ่งที่น่าสนใจที่จะทำให้การบินไทย “โงหัว” สู้คู่แข่งได้ เห็นทีจะเป็นเรื่อง “การบริการ” โดยเฉพาะชั้นธุรกิจ หรือ Business Class วันนี้การบริการอยู่อันดับที่ 17 ส่วนชั้นประหยัดหรือ “อีโคโนมี” เห็นว่ามีบริการที่ดีอยู่แล้ว ส่วนชั้น Business Class กำลังเป็นเป้าสำคัญที่ต้องปรับปรุงการให้บริการ 

อารีพงศ์ ย้ำนักย้ำหนาว่า ปลายเดือนมิ.ย.นี้ จะต้องเห็นบริการแบบใหม่ และการปรับปรุงใหม่ แม้กระทั่งถ้วย ชาม และการบริการที่เลิศหรูในเส้นทางยุโรปทุกแห่ง รูปแบบการบริการเปลี่ยนไปจากเดิม มีบริการที่เชื่อมต่อทั้งก่อนขึ้นเครื่อง ลงเครื่องและขึ้นเครื่องครั้งใหม่ ฝ่ายบริการสามารถดูแลได้ทุกจุดจากการเชื่อมโยงของระบบ

แต่จากการเข้าไปทดสอบการให้บริการ เมื่อไม่กี่วันนี้ บอกได้เลย ของเขาดีจริงๆ หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอัธยาศัยของพนักงานที่ใส่ใจต่อผู้โดยสารอย่างทั่วถึงแบบเป็นมิตร ฉะนั้นจากนี้เป็นคงเป็นโอกาสดีที่ผู้โดยสาร จะได้รับการบริการที่ดีสมกับราคาตั๋วการบินไทย ไม่เชื่อ “ต้องลอง” 

   อารีพงศ์ ย้ำชัดสิ่งที่เปลี่ยนไปจากนี้นั่นคือ “ระบบมาร์เก็ตติ้ง” การบินไทยได้นำฐานข้อมูลด้านราคาของคู่แข่งมาพิจารณาตลอดเวลา เมื่อมีฐานข้อมูลที่ดูได้ ประกอบกับระบบใหม่ที่จะติดตั้งเสร็จกลางปีนี้ 

ฉะนั้นจากนี้ไป การบินไทยก็น่าจะเข้าสู่โหมดที่ดีกับการให้บริการ น่าจะกลับมา “ผงาด” ได้ 

อุตส่าห์ยกระดับการบริการชั้น Business Class เสียขนาดนี้ หากสำเร็จเชื่อว่าการจัดอันดับให้เป็นสายการบินชั้นนำ 1 ใน 5 ของโลก “ได้ไม่ยาก”