วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หากคนไทยปรับตัวไม่ทัน ก็กลายเป็น ‘ชาติหลังเขา’

เมื่อวาน ผมเขียนถึงคำพยากรณ์ว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ

 กำลังถาโถมเข้ามาเขย่าวิถีชีวิตของคนทั้งโลก และหากคนไทยไม่ไหวตัว ปรับตัวครั้งใหญ่ ปฏิรูประบบการศึกษาอย่างจริงจัง เราอาจจะตกรถไฟขบวนใหญ่และกลายเป็น “คนหลังเขา” โดยสิ้นเชิงได้

บทความที่มีการส่งต่อใน social media ที่กล่าวถึงเรื่องนี้ นอกจากวาดภาพความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทางธุรกิจและอุตสาหกรรมรถยนต์ และภาคบริการแล้ว ก็ยังคาดการณ์ถึงผลกระทบทางด้านอื่น ๆ ที่น่าสนใจเช่น

“.....ด้านสุขภาพ : ร​​าคา Tricoder X จะมีการประกาศในปีนี้ จะมี บริษัทที่ผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ ที่ทำงานได้กับโทรศัพท์ของคุณ (ชื่อ "Tricorder" มาจากภาพยนตร์เรื่องStar Trek) ซึ่งจะสแกนม่านตาของคุณ พร้อมทั้งตรวจตัวอย่างเลือดและลมหายใจของคุณแล้ววิเคราะห์ ข้อมูลทางชีวภาพ 54 ตัวที่จะบอกโรคได้เกือบทุกชนิดด้วยราคาที่แสนถูก

ดังนั้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ก็จะสามารถเข้าถึงการแพทย์ระดับโลกในราคาที่เกือบฟรี

การพิมพ์ 3 มิติ : ราคาของเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่ถูกที่สุดได้ลดลงจาก $18,000 มาเป็น $400 ภายในเวลาเพียง 10 ปีและมีความเร็วขึ้นกว่าเดิม 100 เท่า

บริษัทรองเท้าใหญ่ๆได้เริ่มต้นการผลิตรองเท้าด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ รวมถึงในสนามบินที่อยู่ห่างไกล ก็เริ่มมีการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ของเครื่องบินโดยเครื่องพิมพ์ 3 มิติแล้ว

สถานีอวกาศในขณะนี้ก็มีเครื่องพิมพ์ 3 มิติสำหรับผลิตชิ้นส่วนอะไหล่เอง เพื่อลดความจำเป็นในการเก็บอะไหล่จำนวนมาก

ในปลายปีนี้ สมาร์ทโฟนใหม่จะมีความสามารถในการสแกน 3 มิติ ที่จะทำให้คุณสามารถสแกนเท้าของคุณและพิมพ์รองเท้า 3 มิติที่เหมาะสมกับเท้าของคุณไว้ใส่เองที่บ้าน ได้

ประเทศจีนในขณะนี้มีการสร้างอาคารสำนักงาน 6 ชั้นด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติได้แล้ว

ภายในปี 2027 10% ของผลิตภัณฑ์ทุกอย่างจะถูกผลิตโดยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

โอกาสทางธุรกิจ : ถามตัวคุณเองก่อนว่า “ในอนาคตจะเกิดสิ่งนั้นขึ้นไหม” ถ้าคำตอบคือใช่ คุณจะมีวิธีทำให้มันเกิดขึ้นเร็วกว่านี้ไหม

แต่ถ้ามันไม่สามารถจะใช้งานร่วมกับโทรศัพท์ของคุณ ก็จงลืมความคิดนั้นไปได้ เพราะความคิดใด ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อความสำเร็จในศตวรรษที่ 20 จะล้มเหลวในศตวรรษที่ 21

ตำแหน่งงาน : 70-80% ของตำแหน่งงานจะหายไปใน 20 ปีข้างหน้า จะมีงานใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก แต่มันก็อาจจะยังไม่เพียงพอในระยะเวลาที่สั้นเกินไป

การเกษตร : ในอนาคตจะมีหุ่นยนต์ที่ใช้สำหรับการเกษตรราคาถูกเพียงตัวละ $100  เกษตรกรในโลกที่ 3 จะทำงานเป็นผู้จัดการแทนที่จะทำงานกลางแดดตลอดทั้งวัน

การเกษตรแบบ Aeroponics จะใช้น้ำน้อยมาก

เนื้อลูกวัวที่ผลิตในจานเพาะเลี้ยงเซลล์และเริ่มมีการขายในขณะนี้จะมีราคาถูกลงกว่าเนื้อลูกวัวจริงภายในปี 2018

ปัจจุบัน 30% ของพื้นที่ทางการเกษตรทั้งหมดใช้สำหรับการเลี้ยงปศุสัตว์ ในอนาคต

พื้นที่เหล่านั้นจะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

 โปรตีนจากแมลงจะมีการวางตลาดในเร็วๆ นี้ มันมีโปรตีนมากกว่าเนื้อสัตว์ และมันจะถูกติดฉลากว่าเป็น “แหล่งโปรตีนทางเลือก” (เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังคงรังเกียจการกินแมลงเป็นอาหาร)

มีแอพที่เรียกว่า "moodies" ซึ่งสามารถบอกอารมณ์ของคุณได้ในปัจจุบัน

แต่ภายในปี 2020 จะมีแอพพลิเคชันที่สามารถบอก การแสดงออกทางใบหน้าของคุณว่าคุณกำลังพูดโกหกอยู่

ลองนึกถึงภาพการอภิปรายทางการเมืองที่ถูกถ่ายทอด และบอกว่าเขากำลังพูดความจริงหรือกำลังโกหกอยู่

Bitcoin (เหรียญเงินที่ใช้ซื้อขายทางอินเทอร์เน็ต): จะกลายเป็นสกุลเงินกระแสหลักในปีนี้ และอาจจะกลายเป็นสกุลเงินสำรองด้วย

อายุวัฒนะ : ปัจจุบันค่าเฉลี่ยของชีวิตมนุษย์เพิ่มขึ้น 3 เดือนต่อทุกปี

สี่ปีที่แล้วอายุเฉลี่ยของมนุษย์อยู่ที่ 79 ปี ปัจจุบันนี้เพิ่มเป็น 80 ปี ภายในปี 2036 เราทุกคนอาจมีชีวิตยืนยาวไปถึงมากกว่า 100 ปี

การศึกษา: ปัจจุบันราคาสมาร์ทโฟนที่ถูกที่สุดอยู่ที่ $10  ในแอฟริกาและเอเชีย

ภายในปี 2020 คนในโลก 70% จะมีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง ซึ่งหมายความว่าทุกคนจะสามารถเข้าถึงการศึกษาระดับโลกได้ เด็กทุกคนสามารถใช้ Khan Academy สำหรับเรียนรู้ทุกสิ่งที่เด็กในโรงเรียนของประเทศที่เจริญแล้วเรียนได้ ซอฟต์แวร์นี้ได้เปิดใช้แล้วในประเทศอินโดนีเซียและจะมีเป็นภาษาอาหรับ ภาษาสวาฮิลีและภาษาจีนในฤดูร้อนนี้

สำหรับ App ภาษาอังกฤษจะเปิดให้ใช้ฟรี เพื่อให้เด็กในประเทศแอฟริกา ได้เรียนพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ภายในเวลาเพียงครึ่งปี…”

เพื่อนบางคนอ่านบทความนี้แล้วถามผมว่า “มันจะเปลี่ยนแปลงได้ถึงขนาดนี้จริง ๆ หรือ?” เพราะเขายังเชื่อว่าอะไร ๆ มันจะต้องค่อย ๆ ปรับค่อย ๆ เปลี่ยน แต่ถ้าหากเป็นไปตามที่บทความนี้นำเสนอจะน่ากลัวมาก เพราะคลื่นที่ถาโถมมาจะมีแรงกระแทกผู้คนทุกวงการ ทุกวัย ทุกอาชีพโดยไม่มีข้อยกเว้น

ผมตอบสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่า “จริงครับ ถ้าไม่ปรับ ก็พับฐานแน่นอน...และนี่อาจเป็นการเตือนครั้งสุดท้ายก็ได้”