ข้อมูลที่น่าสนใจ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ กสอ.
ระบุว่า วันนี้เอสเอ็มอีในไทยที่มีประสิทธิภาพคิดเป็นสัดส่วนราว 41% ถือเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศไทย ซึ่ง 3-5 ปีที่แล้ว ยังมีสัดส่วนแค่ 35% แต่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ใช้เอสเอ็มอีที่มีประสิทธิภาพขับเคลื่อนประทศมากกว่า 80-90% รัฐบาลจึงต้องการผลักดันให้เอสเอ็มอีมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อเข้ามาช่วยเพิ่มขีดการแข่งขันให้ประเทศ ด้วยการใช้ไอทีเข้ามาใช้ในทุกๆ อุตสาหกรรมของเอสเอ็มอี
ขณะที่ นายประสงค์ นิลบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าว พร้อมทั้งระบุว่า ปีนี้ จะเป็นที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจะมุ่งเน้นการเสริมศักยภาพให้เอสเอ็มอีในไทย ก้าวขึ้นมาเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ได้อย่างเต็มที่ เฉกเช่นประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยจะโฟกัสไปที่เอสเอ็มอีรายเล็กในภาคการผลิต แม้ยอมรับว่า “ไม่ง่าย” และต้องใช้เวลา แต่เชื่อว่าด้วยความต่อเนื่องในการสนับสนุน โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ ทั้งเครือข่ายเน็ตเร็วสูง 4จี ความนิยมสมาร์ทโฟน การเร่งส่งเสริมน่าจะมีทิศทางที่ดี
เป็นแผนงานที่สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น อินดัสทรี 4.0 รวมไปถึงดิจิทัล อีโคโนมี ซึ่งต้องกระตุ้นการรับรู้ ให้ผู้ประกอบการอย่างหนัก หาเครื่องไม้ เครื่องมือ รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยเริมศักยภาพของเอสเอ็มอี ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรต่างๆ ที่กรมส่งเสริมทำมาอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันเอสเอ็มอีโดยภาพรวมๆ ที่มีกว่า 2 ล้านราย โดยเฉลี่ยยังอยู่ในระดับ 2 คือ เริ่มเอาเทคโนโลยี เอาไอทีเข้ามาใช้ ขณะที่มีบางส่วนเริ่มขยับไปที่ 3-3.5 คือมีการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเป็นระบบ แต่ยังไม่ถึงระดับ 4 ที่เอาไอทีมาใช้อย่างครอบคลุมในทุกภาคส่วน และเอสเอ็มอีทั้งหมดทั้ง 2 ล้านรายใช้ไอทีเป็นหัวใจหลัก ผลักดันขีดแข่งขันประเทศได้ ซึ่งกสอ.มีแผนที่จะทำให้เอสเอ็มอีก้าวไปสู่ระดับ 4 ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า สอดรับกับอินดรัสทรี 4.0 โดยมุ่งพัฒนาเอสเอ็มอีที่อยู่ในกลุ่มเอสเคิร์ฟ (S-curve)ที่ภาครัฐสนับสนุนด้วย
นับว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่หลายๆ หน่วยงานทั้งรัฐ และเอกชน โหมการสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอี รวมไปถึงธุรกิจรุ่นใหม่ๆ อย่าง “สตาร์ทอัพ” เพราะธุรกิจเหล่านี้ ในต่างประเทศ คือ ฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยกระดับขีดการแข่งขัน แต่ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า ไทยเองมีเอสเอ็มอีมาก 2 ล้านราย หากแต่เรายัวไม่สามารถผลักดันเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างเป็นระบบ ด้วยยังขาดเครื่องมือที่ทันสมัย ผู้ประกอบการที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่วันนี้ กลายเป็นเครื่องมือที่ทรงอิทธิพลของโลก
การเข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะจัดอบรม สร้างแรงจูงใจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีให้รองรับ ครอบคลุม อย่างในยุคนี้ น่าจะเป็นโอกาสให้เอสเอ็มอี หรือ ธุรกิจรุ่นใหม่ๆ ได้นำปัจจับเหล่านี้มาเสริมศักยภาพให้ธุรกิจตัวเอง ซึ่งจะมีผลต่อระบบเศรษฐกิจในภาพใหญ่ให้เติบโต มีขีดแข่งขันสูงขึ้นในระยะยาวด้วย
ส่วนภาครัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากมีนโยบายที่สนับสนุนอย่างเข้มแข็ง และมุ่งมั่นอยู่แล้ว ก็ขอใหทำต่อไปอย่างต่อเนื่อง ถ้าตัองประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ก็ขอให้ไปในทิศทางที่ร่วมมือกัน ไม่ใช่ทำไปคนละทิศละทาง แต่ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กันอย่างมีระบบ






