วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เค้าลาง’การเมืองไทย

ทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดี... เมื่อสร้างความปั่นป่วน

 เสียหายให้บ้านเมือง ก็ต้องรับโทษทัณฑ์ เป็น“กติกา” สามัญของการอยู่ร่วมกันในสังคม และน่าจะเป็นแนวทางที่จะทำให้บ้านเมือง “สงบสุข” ตราบเท่าที่ทุกฝ่ายมองเห็นตรงกันว่า“เป็นธรรม"

000 เหมือนอย่างความ“วุ่นวาย”ในบ้านเมืองต่อเนื่องมาหลายปี ก่อนการรัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค.2557 แม้หลายครั้ง หลายกรณี เห็นชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย... แต่ท่ามกลางอารมณ์ผู้คนที่“เห็นต่าง” การจัดการอย่าง“เด็ดขาด”ก็ยิ่งส่งผลให้ความขัดแย้งยิ่งขยายตัวเป็นวงกว้าง

000 แบบเดียวกับกรณี “แม่จ่านิว” น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ ที่ถูกจับกุมด้วยความผิดตามมาตรา 112 ที่ฝ่าย คสช.ยืนยันหนักแน่นว่าทำความผิดจริง แต่ไม่สามารถ“เปิดเผย”ได้ เพราะจะเท่ากับเป็นการหมิ่นฯซ้ำ 

000 ทั้งยังระบุว่ามีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน เป็นซีรี่ส์แม่-ลูก แบบเดียวกับกรณี “พ่อ-ลูกสาว” ของ วัฒนา และ วิรดา เมืองสุข...ที่แม้จะออกมาชี้ว่าเป็นการ“จัดฉาก”อย่างไรก็ตามที แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรียกเสียง “เห็นใจ”ได้มากโข

000 เพราะเริ่มมีเสียงเล็ดรอดจากฝ่ายที่เชียร์“รัฐบาลทหาร"เอง ที่อาจไม่ได้มีข้อมูลลึกซึ้งเท่าฝ่ายความมั่นคง เริ่มมองว่าไม่น่า“เล่นแรง”ถึงขั้นนั้น ซึ่งอาจหมายถึง“ปฏิบัติการ”บรรลุผล...รวมไปถึงกลุ่มที่ไม่ได้ปลาบปลื้มกับการปฏิวัติรัฐประหารก็ยิ่งจะ“จุดติด”ง่าย

000 การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมือง การ“จัดการ”กับผู้คัดค้าน คงไม่ต่างมากนักกับภารกิจ“ในสนามรบ”ที่บรรดานายทหาร คสช.ต่างทราบดี ว่าเพียงแค่ขนอาวุธ“ถล่ม”ใส่คู่ต่อสู้คงยังไม่พอที่จะได้รับ“ชัยชนะ”อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้

000 แต่ยังต้องใช้“สมอง”กลั่นกรอง วางแผน ทำงานมวลชน ฯลฯ ไปพร้อมกันหลายด้าน ให้ผู้คนในบ้านเมือง“เข้าใจตรงกัน”เสียก่อน แล้วจึงค่อยนำไปสู่การขุดรากถอนโคน เพื่อไม่ให้ปัญหาย้อนกลับมาก่อตัวอีกครั้ง

000 ในวันนี้ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยออกชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังการ“เคลื่อนไหว”ทั้งหลาย กำลังเล่นเกม“ยั่วยุ”ให้รัฐบาลออกมาจัดการกับคนเห็นต่าง เพื่อจะฉายภาพ“เผด็จการ”ในเมืองไทยออกไปสู่สายตาชาวโลก

000 เป็นความพยายามที่จะชี้ให้เป็นถึงการใช้ ม.44 อย่างพร่ำเพรื่อ มีการใช้ ม.112 ในการจัดการกับฝ่ายตรงกันข้าม “ปิดหู ปิดตา ปิดปาก” ประชาชนในการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย ไปจนถึงความพยายามในการสานอำนาจทุกหนทาง

000 เชื่อว่าฝ่ายรัฐบาลในวันที่เต็มไปด้วยนายทหารระดับ“เสนาธิการ” ก็ย่อมรู้ดีถึง“กลเกม”ทั้งหลาย...แต่ที่ยังเดินหน้า“ทุบ”ฝ่ายตรงข้าม อาจเป็นการวางหมาก 10 ชั้นด้วยความ“ลุ่มลึก” มากกว่าจะมุ่งใช้แต่“กำลัง”เหมือนอย่างที่กองเชียร์เริ่มกังวลว่าท่านผู้นำ จะไม่“เท่าทัน”เกมลวงทั้งหลาย 

000  ส่วนผลสำรวจความคิดเห็น “คะแนนนิยมพรรคการเมืองไทย” ในวันที่นักการเมืองกระดิกตัวไม่ได้ คะแนนนิยมพรรคประชาธิปัตย์ยังมาเป็นอันดับ 1 ที่22.7% แซงหน้าพรรคเพื่อไทย 

000 ที่น่าสนใจเสียงสนับสนุน สุรินทร์ พิศสุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค ปชป. เพิ่มขึ้นมาถึง 4.3% แม้จะยังไล่ไม่ทัน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ก็เป็นแนวโน้มที่น่าสนใจ...เช่นเดียวกับชื่อของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ที่ได้รับเสียงสนับสนุนมากสุดให้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

000 ...เป็นทั้ง“คะแนนนิยม”ที่น่าสนใจ และเป็นข้อเท็จจริงที่เริ่ม“หนาหู”ขึ้นมาเป็นลำดับ รวมทั้งเป็นหนึ่งในชื่อแคนดิเดตสำคัญที่ถูกวางตัวมาตั้งแต่ต้น ด้วยรู้ว่าคนในตระกูล“ชินวัตร” จะต้องเก็บเนื้อเก็บตัว...อย่างน้อยก็ชั่วระยะหนึ่ง

 ..............................

อัชชาวดี  [email protected]