วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อียู...เครื่องมือการเมือง?

“การเมืองคือเรื่องผลประโยชน์” อดีตกงสุลพูด

กับ นายพลอังเดร์ กงสุลคนใหม่ของสยาม ซ้ำย้ำว่าต้องไม่ยอมใจอ่อนให้คุณธรรม และศีลธรรม

ตอนหนึ่งของละครชาติพยัคฆ์ ออกอากาศเมื่อคืนวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมานี้

ผมนึกถึงคำพูดนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ถามนักการเมืองว่า ‘หลังเลือกตั้งจะทำคุณประโยชน์อะไรบ้างให้ประเทศชาติ?’ จนป่านนี้ผมยังไม่เห็นคำตอบจากปากนักการเมืองคนใด

วันหนึ่งก็มีนักการเมือง สำแดงความคิดเห็นผ่านทางโซเซียลมีเดีย ทำแบบนี้หลายหนจน คสช. คิดว่าคงสมควรแก่เหตุที่จะต้องเชิญนักการเมืองท่านนั้น มาปรับความเข้าใจกัน ก็เรียกมาทำความตกลงกัน พอกลับไปนักการเมืองคนเดิมก็ทำแบบเดิมอีก คสช.ก็ต้องเรียกมาปรับทัศนคติ

หนนี้เกิดเป็นกังวลของครอบครัว และคนอยากจะโหนกระแส ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตรัฐมนตรี อยู่พรรคเดียวกันกับนักการเมืองรายนั้น คนเหล่านี้ก็เดินทางมายังตึกแอทธินี ทาวเวอร์ เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสหภาพยุโรป (อียู) ในกรณีที่เจ้าหน้าที่เชิญตัวนักการเมือง ไปยัง มทบ.11 เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว

ทำไมคนเหล่านี้คิดว่าจะต้องร้องไปที่อียู

กรณีอียู เคยมีหลายกรณีที่เขาดูเรื่องสิทธิมนุษยชน 27 พ.ย.2558 ที่วัดโนนสว่าง บ้านนาหนองบง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย นางซานดรา เดอ เวเล่ หัวหน้าฝ่ายการเมืองสหภาพยุโรป พูดถึงการเดินทางมาเมืองไทยครั้งนั้นว่า เป็นเพียงการมาพูดคุยกับชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหวต่อต้านเหมืองทองคำ ซึ่งประเด็นที่สนใจเป็นพิเศษคือการละเมิดสิทธิมนุษยชน

สำหรับข้อมูลที่รวบรวมได้จะนำไปปรึกษากับรัฐบาลไทย พร้อมให้คำแนะนำ หาแนวทางเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาต่อไป ขอยืนยันว่าจะไม่มีการแทรกแซงกิจการทางการเมืองภายในของไทยอย่างแน่นอน

ขีดเส้นใต้

จะไม่มีการแทรกแซงกิจการทางการเมืองภายในของไทยอย่างแน่นอน

25 พ.ย.2558 รัฐสภายุโรปส่งหนังสือเชิญ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไปร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในไทย ก็โดนตำหนิว่ารัฐสภาสหภาพยุโรป แทรกแซงกิจการภายในของไทย และถือหางฝ่ายการเมืองไทย?

บีบีซีไทย รายงานว่า สเตฟาน ชมิดซ์ เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยกิจการรัฐสภาของนายแวร์นาร์ แลเนิน ส.ส.สภายุโรป ยืนยันว่า จดหมายเชิญ ยิ่งลักษณ์ ให้ไปพูดคุยเรื่องสถานการณ์ในไทย เป็นจดหมายที่ออกโดย แลเนิน และส.ส.เอลมาร์ โบรค

แต่เมื่อขุดคุ้ยประวัติส.ส.ยุโรป กลับเต็มไปด้วยเรื่องอื้อฉาว และผลประโยชน์

“การเมืองคือเรื่องผลประโยชน์”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮาวานา ประเทศคิวบา 11 มี.ค. ที่ผ่านมา ว่า เฟเดริกา โมเกรินี ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป กล่าวหลังเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามข้อตกลงฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัฐบาลฮาวานา ร่วมกับ บรูโน โรริเกวซ รมว.ต่างประเทศคิวบา ข้อตกลงดังกล่าวคือจุดเริ่มต้นครั้งประวัติศาสตร์สำหรับความสัมพันธ์ครั้งใหม่ระหว่างสองฝ่าย

  “ความสัมพันธ์ครั้งใหม่ระหว่างสองฝ่าย” ทำให้เห็นว่าภาษาทางการทูตสละสลวย

ทั้งที่ อียู ระงับความสัมพันธ์ทางการทูตกับคิวบา ตั้งแต่ปี 2546 เพื่อประท้วงมาตรการกวาดล้างผู้สื่อข่าวและนักกิจกรรมการเมือง ขณะที่ใช้นโยบายต่างประเทศเรียกร้องให้รัฐบาลฮาวานา ยกระดับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศมาตั้งแต่ปี 2539 ซึ่งได้รับการประณามอย่างต่อเนื่องจากคิวบา ว่าเป็นเจตนาของอียู ในการแทรกแซงกิจการภายใน

แม้การลงนามครั้งนี้ อียู ยังต้องรอการอนุมัติจากสภายุโรป แต่ทุกฝ่ายเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา

การเจรจาฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างอียูกับคิวบา เริ่มมาตั้งแต่เดือนเม.ย.2557 และบรรลุข้อตกลงการค้าร่วมกันก่อนหน้านี้แล้ว

เราจะเห็นว่า หลายประเทศในยุโรปทำการค้าทวิภาคีกับคิวบา แม้อยู่ในช่วงของการระงับความสัมพันธ์และคว่ำบาตร ส่งผลให้ยุโรปถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 2 ของคิวบา รองจากเวเนซุเอลา มูลค่าการค้าระหว่างกันอยู่ที่ 2,600 ล้านยูโร เมื่อปี 2556 หรือราว 101,400 ล้านบาท

กรณีประเทศไทย อียู ไม่กล้าผลีผลามที่จะทำอะไรเป็นการแทรกแซงภายใน หรือโดนใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ตราบใดที่อียู ยังมีผลประโยชน์ในประเทศไทย