We didn’t do anything wrong, but somehow, we lost. หรือที่แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “เราไม่ได้ทําอะไรผิด แต่กระนั้นเราก็พ่ายแพ้”
คือการแถลงการณ์ครั้งสุดท้าย โดยผู้บริหารของ NOKIA ด้วยน้ำตา ภายหลังจากที่บริษัทได้ถูกเข้าซื้อกิจการโดย Microsoft เมื่อสถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป และความยิ่งใหญ่ของ NOKIA เมื่อครั้งในอดีต ได้เริ่มเลือนหายจากความทรงจำ
สำหรับผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน หากไม่นับรวมถึง Apple แล้ว Samsung น่าจะเป็นธุรกิจชั้นนำ ในโลกเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อผู้บริโภค ที่เกิดมาในยุคของ Generation Y หรือ ที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Millennials
หากไม่ได้พูดถึง Apple iPhone แล้ว สิ่งที่ผู้บริโภคสนใจไม่แพ้กัน ย่อมต้องหนีไม่พ้น Samsung Galaxy
แต่สำหรับผู้ที่เกิดมาในยุคของ Generation X คงจำกันได้บ้าง ถึงความยิ่งใหญ่ของ Sony เมื่อครั้งในอดีต โดยเฉพาะในยุคก่อนปี 2000 ที่ประเทศเกาหลี ยังไม่ได้แตกต่างกับประเทศไทยมากนัก และ Sony Walkman ยังคงเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมและทางสังคม อย่างที่ไม่แพ้ Apple iPhone หรือ Samsung Galaxy ในยุคปัจจุบัน
กว่า 10 ปีที่ผ่านมา มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ"โซนี่" ได้ลดลงกว่า 10 เท่า ธุรกิจสมาร์ทโฟนของโซนี่ ประสบภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่อง Sony Xperia ถูกธุรกิจน้องใหม่จากประเทศเกาหลี ช่วงชิงทั้งส่วนแบ่งและพื้นที่ทางการตลาด หากดูโดยผิวเผินแล้ว ราวกับว่าโซนี่ จะต้องประสบชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกับโนเกียในอีกไม่ช้านี้
คุณภาพสินค้าของโซนี่ในปัจจุบันนั้น ด้อยกว่าซัมซุงจริงหรือ!!
หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า มีอยู่อย่างน้อย 2 กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี ของโซนี่ ที่ได้กำไรอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังครองส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับหนึ่ง ที่เด่นชัดที่สุดก็คือ เซ็นเซอร์รับภาพ (Image Sensor) และรองลงมาก็คือกล้องดิจิทัล
Image Sensor คือเทคโนโลยี อ่านข้อมูลจากแสง ที่ผ่านเข้ามาหลังเลนส์ เพื่อบันทึกเป็นข้อมูลภาพในระบบดิจิทัลคุณภาพของภาพ จะมีผลมาจาก Image Sensor อย่างที่ไม่แพ้เลนส์ ความจริงแล้ว Image Sensor คือเทคโนโลยีที่ทดแทนการใช้ฟิล์มในยุคดิจิทัล
ปัจจุบัน Image Sensor ของโซนี่ครองส่วนแบ่งกว่า 40% ของตลาด ในอุปกรณ์ที่ถ่ายภาพได้ เช่น กล้องดิจิทัลและสมาร์ทโฟน เป็นต้น แม้แต่ไอโฟนรุ่นล่าสุด และกล้องกล้องดิจิทัล Nikon ตัวท็อป ก็ใช้ Image Sensor ของโซนี่ แม้แต่ Samsung Galaxy ก็ยังใช้ Image Sensor ของโซนี่ในบางรุ่น และ Canon ก็มีข่าวลือที่จะเปลี่ยนมาใช้ Image Sensor ของโซนี่ในอนาคตอันใกล้
Image Sensor ตัวท็อปของโซนี่ ที่ใช้ในกล้อง A7RII คือ เซ็นเซอร์รับภาพแบบฟูลเฟรมที่ได้รับแสงด้านหลัง ที่ได้รับการชมเชยว่า คือ Image Sensor ที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการวัดค่าในเชิงเทคนิคหรือความสวยงามของภาพที่ไม่สามารถวัดผลจากเชิงเทคนิคได้
นอกจากนี้ กล้องดิจิทัล เป็นอีกธุรกิจหนึ่งของโซนี่ที่มีความโดดเด่น ล่าสุดได้นำเสนอสู่ตลาด A7RII ที่ไม่เพียงแต่ใช้ Image Sensor ดีที่สุดในโลก แต่ยังเป็นการปฏิวัติเข้าสู่ยุคใหม่ของกล้อง Mirrorless แบบ Full Frame ที่ไม่เพียงแต่จะมีช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่ยอดเยี่ยม แต่ยังคงสามารถประยุกต์ใช้เลนส์จากจากค่ายอื่นๆ เช่น Canon และ Nikon หรือแม้กระทั่งเลนส์ในตำนานของ Leica ตระกูล M ล่าสุดเร็วนี้ๆ ยังมีแม้กระทั่ง Adapter ที่ทำให้เลนส์มือหมุนของ Leica สามารถใช้งานอย่าง Auto Focus บนกล้อง A7RII ได้
สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้เขียนได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนร้าน Fotofile ที่มาบุญครองและค้นพบว่ามีผู้ใช้งานกล้องดิจิทัลจากค่ายอื่นเป็นจำนวนมาก ที่ได้นำกล้องมา Trade In เพื่อแลกเป็น A7RII ที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นกล้องที่ดีที่สุดในโลก ปัจจุบันโซนี่กำลังอยู่ระหว่างการ Spin Off ธุรกิจ Image Sensor ออกไปเป็นธุรกิจที่มีความเป็นเอกเทศ เพื่อความคล่องตัวและเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน
การกลับมาของโซนี่ โดยเฉพาะในธุรกิจ Image Sensor และกล้องดิจิทัล เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นและสมควรติดตาม สำหรับผู้เขียนซึ่งเป็นบุคคลของเจเนอเรชั่น เอ็กซ์ ที่เคยเป็นผู้ที่มีความภาคภูมิใจในการได้ถือครอง Sony Walkman ในอดีต หรือกระทั่ง Sony VAIO ที่โซนี่ได้ขายทิ้งไปแล้ว
อย่างไรก็ดีโซนี่ยังคงมีกลุ่มธุรกิจอื่นที่ประสบปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ธุรกิจสมาร์ทโฟน ที่มีการคาดคะเนหรือลุ้นกันอยู่ว่าโซนี่จะ Exit จากธุรกิจสมาร์ทโฟนในปีนี้หรือไม่
การกลับมาของบริษัทไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็มีหลายบริษัทที่ทำได้สำเร็จ เช่น Apple ที่เป็นตำนานกล่าวขานถึง Steve Jobs เรื่องราวของ"โซนี่"จึงสมควรต้องติดตามต่อไป






