วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิธีเลี่ยงภาษี

เห็นการรั่วไหลของเอกสาร ด้านการเงินครั้งยิ่งใหญ่

  เรียกกว่า“ปานามา เปเปอร์” (Panama Papers) เป็นข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมาย Mossack Fonseca ในประเทศปานามา  มีจำนวนข้อมูลรวมกว่า 11.5 ล้านฉบับ ได้ชื่อว่าเป็นบริษัทลึกลับที่สุดในโลก มีสำนักงานอยู่ใน 35 ประเทศ ถูกเปิดโปงออกมา โดยหนังสือพิมพ์เยอรมนี Suddeutsche Zeitung ร่วมกับสมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนนานาชาติ หรือ ICIJ

แต่รายชื่อที่โผล่ขึ้นมารอบนี้ มันเป็นระดับผู้นำประเทศ นักธุรกิจและผู้มีอิทธิพลแทบทั้งสิ้น  สะท้อนอะไรหลายๆ อย่าง คิดต่อไปว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่  

ตามข้อมูลจากเอกสารลับปานามา พบมีบริษัทจัดตั้งต่างประเทศถึง 214,488 บริษัท และมีความเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลจาก 200 ประเทศทั่วโลก

ที่ชวนขนหัวลุกหนัก เมื่อพล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกบอกว่ามีการเชื่อมโยงกับคนไทย 21 คนเท่านั้นแหละ รายชื่อโผล่ขึ้นมาเป็นหางว่าว ส่วนจะจริงเท็จและเกี่ยวข้องกับใครแค่ไหน ขึ้นอยู่กับฝีมือของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และกรมสรรพากร ที่จะมีความสามารถแค่ไหน ในการตรวจสอบ

จริงๆเรื่องนี้ หากเป็นผู้คนที่ทำอยู่คงไม่ตื่นเต้นอะไรสักเท่าไหร่ เพราะมีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ใช้บริการลักษณะนี้ อยู่ที่ว่าใครจะถูกนำมาเปิดโปงเมื่อไหร่ 

 ว่ากันว่าตามหลักการจัดตั้งบริษัทในต่างประเทศ ที่ใครๆเรียกว่า“นอมินี” มีการทำกันแพร่หลายในหลายประเทศ ผ่านสำนักงานทนายความในต่างประเทศ ที่รับจ้างจดทะเบียน 

กระบวนการจัดตั้งบริษัทเริ่มจากสำนักงานทนายความ จะเป็นผู้รับผิดชอบจัดการให้เบ็ดเสร็จ ตั้งแต่การจดทะเบียนบริษัท หากรรมการบริษัท วางตำแหน่งหน้าที่รับผิดชอบ  เรียก"กรรมการนอมินี” กรรมการส่วนนี้ ลูกค้าตัวจริงจะไม่มีทางรู้ว่า"เป็นใคร” เป็นหน้าที่ของสำนักงานทนายความที่จัดหามา

จากนั้นสำนักงานทนายความ ก็จะแยกสัญญาออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นสัญญาจ้าง“นอมินี” สัญญาที่สองเป็นของ“ลูกค้า” ชื่อลูกค้าจะไม่ปรากฏให้ใครเห็นถือเป็น“ความลับ”อยู่ที่สำนักงานทนายความเท่านั้น จะไม่ถูกเปิดเผย จดทะเบียนบริษัทเสร็จแล้วเปิดบัญชีที่ไหนก็ได้

การดำเนินการลักษณะนี้จะมีค่าจ่ายสองส่วน โดยส่วนแรกเป็นค่าจดทะเบียน ส่วนที่สองเป็นค่าบริหารจัดการดูแลบัญชี ตรงนี้มีค่าจ่ายสูงพอสมควร  ต้องจ่ายให้กับสำนักงานทนายความที่ถูกว่าจ้าง ส่วนจะจ่ายเป็นรายปีหรือรายเดือนอยู่ที่ข้อตกลง 

แต่สิ่งที่อดคิดไม่ได้ทำไม? คนไทยจำนวนไม่น้อยต้องไปกระทำการอย่างนี้ ถ้าไม่ใช่หลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีแล้วทำเพื่ออะไร?

 ไม่แปลกใจว่าทำไม? บริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจบางแห่ง หรือนักธุรกิจและนักการเมืองจำนวนไม่น้อย แห่กันไปจดทะเบียนบริษัทที่ เกาะบริติช เวอร์จิน และหมู่เกาะเคย์แมน ดินแดนแห่งนี้ ใครๆก็รู้ มันคือสวรรค์ของการฟอกเงินและการหลีกเลี่ยงภาษีที่ดีที่สุดของโลก

เช่นเดียวกับการตั้งบริษัท Offshore ไม่ผิด ใครที่มีชื่อหลุดมาไม่ได้แปลว่าทำผิดกฎหมาย แต่ต้องไปดูธุรกรรมจริงๆ ว่าใช้บริษัท Off shore ทำอะไร ยังไม่แน่ว่าเอกสารทั้งหมดจะถูกต้อง100%  เพราะแหล่งที่มามันลึกลับเสียเหลือเกิน ต้องยอมรับว่ามีการใช้เทคนิคตั้งบริษัท Offshore เพื่อเลี่ยงภาษี หรือซุกซ่อนทรัพย์สินกันมานานแล้ว  แต่คราวนี้มันดันหลุดออกมาเยอะเสียด้วย โอ้..แม่เจ้า  

ฉะนั้นงานนี้รัฐบาลจำเป็นต้องไขข้อข้องใจต่อสังคม  อย่าปล่อยให้พวกหลบเลี่ยงหนีภาษีลอยนวล มิฉะนั้นต่อไปใครๆเขาก็หนีภาษีกันหมดคงเหลือแต่“ปลาซิว ปลาสร้อย”ที่ต้องรับกรรม