สภาพความยากลำบากอันเกิดจากเศรษฐกิจทั่วโลกตกอยู่ในภาวะซบเซามากว่า 7 ปี เป็นโอกาสที่เราชาวโลกน่าจะทบทวนดูว่า
สิ่งที่เราทำกันมาในนามของการพัฒนานั้นวางอยู่บนฐานของการมองโลก หรือกระบวนทัศน์ที่เหมาะสมหรือไม่ โดยเฉพาะในประเทศที่มีปัจจัยเบื้องต้นเลี้ยงตนได้ เราปล่อยให้ความโลภชักพาเราไปสู่ภาวะหมาเห็นเงาใช่หรือไม่ เรื่องการเปลี่ยนกฎหมายเพื่อให้นำทุนสำรองของชาติไปเก็งกำไรในนามของการลงทุนผ่านการซื้อหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์นั้น เป็นการพัฒนาแบบหมาเห็นเงาโดยแท้ แต่จะงดเรื่องสำคัญนั้นไว้ก่อน วันนี้จะพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับกล้วยซึ่งอาจไม่ง่ายแบบปอกกล้วย อย่างไรก็ดีเรื่องอยากรวยจากการปลูกกล้วยมีประวัติที่ชัดเจนสำหรับเป็นบทเรียน
เหตุปัจจัยที่ทำให้นำเรื่องกล้วยขึ้นมาตอนนี้ ได้มีสื่อรายงานว่าบริษัทยักษ์ใหญ่สนับสนุนให้จีนเข้ามาปลูกกล้วยในภาคเหนือของไทย เรื่องนี้ดูจะมีความเกี่ยวเนื่องกับการที่รัฐบาลใช้มาตรา 44 ให้ทำเขตเศรษฐกิจพิเศษและการให้ชาวต่างประเทศเช่าที่ดินเป็นเวลา 99 ปี การให้เช่าแบบนี้บางประเทศในละตินอเมริกาทำมาแล้วเพราะมีทั้งที่ดิน น้ำและภูมิอากาศที่เอื้อให้ผลิตพืชอาหารได้ อะไรเป็นแรงจูงใจให้รัฐบาลไทยเดินตามทางที่ประเทศในละตินอเมริกาเคยทำเป็นเรื่องน่าฉงน เรานำนโยบายประชานิยมมาใช้ทั้งที่นโยบายแนวนั้นใช้กันในละตินอเมริกาแล้วทำให้เป็นเสมือนหมาเห็นเงา อาร์เจนตินาและเวเนซุเอลาเป็นตัวอย่างที่ดีซึ่งคอลัมน์นี้พูดถึงแล้วหลายครั้ง แม้จะยังมิได้พูดถึงจากมุมมองของการพัฒนาแบบหมาเห็นเงาก็ตาม โอกาสหน้าอาจจะนำมาเสนอวันนี้จะพูดถึงการเช่าที่ดิน 99 ปีและการปลูกกล้วยในละตินอเมริกา
ในแนวคิดของสังคมตะวันตก การเช่าที่ดินเป็นเวลา 99 ปีถือเป็นการเช่าที่ยาวที่สุดซึ่งพวกเขายึดปฏิบัติ เพราะมองว่ามันยาวนานพอที่ทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่าจะตายไปก่อนหมดสัญญา เมื่อบริษัทสัญชาติอเมริกันเข้าไปกว้านซื้อ หรือเช่าที่ดินในละตินอเมริกาเพื่อปลูกกล้วยส่งกลับไปขายยังประเทศของตน หากซื้อไม่ได้ พวกเขาจึงมักขอเช่าให้ยาวนานที่สุดตามแนวคิดนั้น ตัวอย่างที่มักอ้างถึงกันบ่อยได้แก่การเช่าที่ดินในคอสตาริกาเป็นเวลา 99 ปี โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ชื่อยูไนเต็ดฟรุตซึ่งเป็นผู้บุกเบิกและต่อมาบริษัทขนาดยักษ์อื่นๆ พยายามทำตาม อาทิเช่นโดล และเดล มอนเตบริษัทเหล่านั้นขยายออกไปทั่วอเมริกากลาง บางส่วนของอเมริกาใต้และในหมู่เกาะทะเลคาริบเบียน เนื่องจากยูไนเต็ดฟรุตซึ่งต่อมาใช้ชื่อว่าชิคิตาเป็นผู้บุกเบิกและมีบทบาทสูงมาก กลวิธีของบริษัทนี้จึงมักเป็นกรณีศึกษาหาบทเรียน
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า การผูกขาดสามารถทำกำไรได้สูงและเร็วที่สุด บริษัทปลูกกล้วยจึงใช้กลยุทธ์สารพัดที่จะทำให้ตนสามารถผูกขาดการปลูกและค้ากล้วยได้ กลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลอย่างรวดเร็วคือการให้สินบนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐในการออกกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อเอื้อประโยชน์แก่บริษัท อาทิเช่น การกำหนดเขตพื้นที่เพื่อมิให้ใครสามารถปลูกกล้วยแข่งได้การไม่สร้างถนนเข้าไปในย่านที่บริษัทสร้างทางรถไฟไว้แล้ว หรือส่งทหารออกมาปราบปรามแรงงานที่ต่อต้านบริษัทเพราะถูกกดค่าแรง ให้ทำงานในภาวะที่ไม่ปลอดภัยโดยเฉพาะจากการใช้สารเคมีและการขาดสวัสดิการ วิธีของทหารบางทีรุนแรงถึงขั้นทำให้คนงานจำนวนมากเสียชีวิต อาทิเช่นในโคลอมเบีย
นอกจากนั้น บริษัทยังพยายามทุกวิถีทางที่จะจูงใจให้รัฐบาลลดหย่อนภาษีที่ตนจะต้องจ่ายอีกด้วย ในกรณีที่ผู้นำไม่ทำตามความต้องการของบริษัท พวกเขาอาจถูกแทรกแซงกิจการภายในถึงขั้นถูกยึดอำนาจซึ่งมีรัฐบาลอเมริกันสนับสนุนผ่านหน่วยงานสืบราชการลับ (ซีไอเอ) เรื่องนี้เกิดขึ้นในฮอนดูรัสและกัวเตมาลา มันเกิดขึ้นได้เพราะบริษัทมีความสัมพันธ์กับคนสำคัญในรัฐบาลอเมริกัน อาทิเช่น มีกรรมการของบริษัทเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศและมีที่ปรึกษากฎหมายเป็นผู้อำนวยการซีไอเอในยุคที่ยังไม่มีกฎหมายห้ามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน โดยทั่วไป ประเทศเล็กๆ ในอเมริกากลางถูกสั่งให้หันขวาหันซ้ายโดยบริษัทปลูกกล้วยได้ จนมีนักเขียนตั้งสมญาว่าเป็น “รัฐลูกกล้วย” (Banana Republic)
แม้ในปัจจุบันกลยุทธ์แบบนั้นจะใช้ไม่ค่อยได้อีกต่อไปแล้ว แต่บริษัทก็ยังไม่ลดละความพยายาม ตัวอย่างล่าสุดได้แก่การจ้างหน่วยงานที่รัฐบาลอเมริกันเอง ตราว่าเป็นองค์กรก่อการร้ายให้ช่วยรักษาผลประโยชน์ของตน แม้จะต้องทำร้ายประชาชนที่ต่อต้านวิธีทำกิจการแบบฉ้อฉลของบริษัทก็ตาม เรื่องนี้เกิดขึ้นในโคลอมเบียและเป็นข่าวออกมาเมื่อบริษัทยอมรับในศาลอเมริกันว่า ทำผิดกฎหมายและถูกปรับ 25 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2550
นอกจากการผูกขาดและการกดขี่คนงานได้แล้ว เรื่องที่บริษัทต้องการจากรัฐบาลคือการทำลายสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการถางป่าและถมหรือสูบน้ำออกจากพื้นที่ชุมน้ำเพื่อใช้ทำสวนกล้วย การใช้สารเคมีร้ายแรงควบคุมศัตรูพืชและการทิ้งสารเคมีตกค้างไว้ในสิ่งแวดล้อม กระบวนการเหล่านั้นช่วยให้บริษัทลดต้นทุน ส่วนผู้จ่ายได้แก่ประชาชนที่สุขภาพเสื่อมโทรมและระบบนิเวศที่สูญเสียความสมดุลของประเทศที่ต้อนรับการลงทุนโดยไม่นึกถึงผลดีทางเศรษฐกิจจะมีเพียงน้อยนิด นั่นคือ ราวร้อยละ 11.5 ของราคาขายของกล้วย แต่ผลเสียกลับมหาศาลส่งผลให้ความยากจนยังแพร่หลายด้วยเหตุนี้ การหวังรวยจากกิจการปลูกกล้วยของบริษัทต่างชาติจึงเป็นเสมือนการพัฒนาแบบหมาเห็นเงาของประเทศเหล่านั้น
เรื่องที่เล่ามานั้นเป็นกิจการของภาคเอกชนที่ถูกตราว่า เป็นส่วนหนึ่งของการล่าอาณานิคมของมหาอำนาจ ตอนนี้จีนมีสถานะเป็นมหาอำนาจเต็มตัวและกำลังแผ่ขยายอิทธิพลออกไปทั่วโลก หากรัฐบาลไทยยังยินยอมให้บริษัทจีนเช่าที่ดิน 99 ปี เพื่อผลิตกล้วยส่งไปขายยังบ้านของตน ไทยอาจถูกตราว่าเป็นรัฐลูกกล้วย






