วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ม.44 ของนักเรียน

เหงื่อเม็ดโตใต้ชายเสื้อของ “เด็กชายนุ้ย”

ค่อย ๆ ผุดขึ้นตามเนื้อตัว และในร่มผ้า เขาเหลือบไปมองเพื่อนที่ยืนข้าง ๆ ก็ไม่ต่างกัน วันนี้แดดแรงกว่าทุกวัน

หน้าเสาธง ครูเวร กำลังอบรมนักเรียน “เด็กชายนุ้ย” สังเกตว่าครูพูดไปปาดเหงื่อที่ใบหน้าไป ส่วนผู้อำนวยการ กับครูคนอื่นยืนอยู่ใต้เงาร่มฉำฉา

“เด็กชายนุ้ย” สังเกตอีกว่า ครูหลายคนหน้าตาเคร่งเครียด เขาแอบได้ยินครูพูด ว่า มาตรา 44 เขาไม่เข้าใจหรอกอะไรคือมาตรา เขาเพิ่งอยู่ ป.2 บางทีมันอาจจะเป็น “หวยใต้ดิน” ที่ครูจะเปิดฟังผลการออกรางวัลทุกวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน ช่วงเวลานั้น ครู ปล่อยให้เป็นคาบว่าง นักเรียนจะชอบ ได้ไปวิ่งเล่นกันในสนาม

มาตรา 44 ที่ครู บอกว่า ออกมาเพื่อสลายขั้ว สลายผลประโยชน์ในวงการศึกษาไทย

ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า มาตรา 44 ได้ ทำลายแนวกำแพงผลประโยชน์ ของเหลือบริ้นในวงการศึกษา

มาตรา 44 ที่ออกมา โดยเจตนา เพื่อการปฏิรูประบบการศึกษาให้ขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด โดยจะมีคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของศธ.ในภูมิภาค ให้ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน มีหน้าที่กำหนดทิศทางในการดำเนินงานของ ศธ. ในระดับภูมิภาค หรือจังหวัด และวางแผนเกี่ยวกับหารบริหารงานบุคลากรของ ศธ. ในระดับภูมิภาค พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยราชการของ ศธ. ในระดับภูมิภาค แต่งตั้ง โอน หรือย้ายผู้บริหารสถานศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งต่างๆ ในส่วนภูมิภาคหรือจังหวัด

ผู้เขียนมีญาติที่สอบบรรจุครูได้ เมื่อสอบผ่านข้อเขียนเขาจะขึ้นบัญชีไว้ เพื่อรอสอบสัมภาษณ์

ความเข้าใจของการสอบสัมภาษณ์ ของผู้เขียนกระจ่างชัดเมื่อ รู้ว่ามีการเสนอเงินหลายแสนบาทเพื่อให้ผ่านการสอบสัมภาษณ์

กลับมาที่ มาตรา 44 ให้ยุบเลิกคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา โดยให้แต่ละจังหวัดมีคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด หรือ กศจ. มีหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์ แนวทางการจัดการศึกษาทุกระดับทุกประเภทภายในจังหวัด และเพื่อให้การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัด เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด หรือ อกศจ.

ให้มีศึกษาธิการภาคเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างในสำนักงานศึกษาธิการภาค ขึ้นตรงต่อ รมว.ศึกษาธิการ โดยมีรองศึกษาธิการภาค ไม่เกินกึ่งหนึ่ง แต่ละจังหวัดให้มีศึกษาธิการจังหวัด รับผิดชอบงานธุรการ และรับผิดชอบดำเนินงานตามมอบหมายมีผู้บังคับบัญชา ข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างภายใต้กำกับดูแลของศึกษาธิการภาค และให้ปลัด ศธ.แต่งตั้งศึกษาธิการจังหวัดและรองศึกษาธิการจังหวัดจากข้าราชการใน ศธ.

ให้ยกเลิก ประกาศ ศธ.เรื่องจัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค 1-13 สำนักงานปลัด ศธ.ลงวันที่ 27 ก.ย.2555 และคำสั่งที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ให้โอนอำนาจหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เฉพาะงานที่เกี่ยวกับอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถม และอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยม เป็นอำนาจของศึกษาธิการจังหวัด และโอนกิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ์ หนี้ภาระผูกพัน ที่จัดตั้งตามประกาศ ศธ.เรื่อง จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค 1-13 ไปเป็นของศึกษาธิการภาค 18 ภาค

ระหว่างที่ยังไม่มีการจัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการ ให้สพป.เขต 1 ในจังหวัดต่าง ๆ ทำหน้าที่เป็นสำนักงานศึกษาธิการภาคจังหวัดนั้น ๆ ไปพลางก่อน โดยคำสั่งนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา 44 โดยเจตนาแล้ว มุ่งจัดการโครงสร้างระบบครูและบุคลากรทางการศึกษามากกว่า

“เด็กชายนุ้ย” คงต้องรอมาตรา 44 สำหรับนักเรียน ให้ครู หันมาใส่ใจนักเรียน มากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ครูที่เน้นแต่ทำวิทยฐานะ เพื่อให้ได้เงินประจำตำแหน่ง แต่ในทางเป็นจริง “เด็กชายนุ้ย” กับเพื่อนนักเรียนก็ยังเคว้งคว้างในหนทางการแข่งขันกับเด็กอื่น ๆ ในอาเซียน