วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เงินซื้อได้...เงินซื้อไม่ได้ ...เงินไม่ซื้อก็ได้

อย่าเพิ่งงุนงงกับหัวข้อวันนี้นะครับ บอกไว้เลยว่าที่มาของเรื่องนี้ ก็คือเรื่องราวของนางฟ้าสุดสวย

ขวัญใจชายหนุ่มทั่วโลก ที่มีชื่อว่า มาเรีย ชาราโพว่า นั่นเอง 

ชาราโพว่า คือนักกีฬาหญิงที่ทำรายได้สูงสุดในโลก ติดต่อกันมาเป็นเวลา 11 ปีแล้ว เธอเป็นนักเทนนิสระดับโลก ที่มีทั้งฝีมือและความสวย ที่ทำให้คนทั้งโลกติดตามตลอดเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา เป็นแชมป์แกรนด์สแลมมาแล้วถึง 5 ครั้ง และนอกสนามเทนนิส หน้าตาและรูปร่างของเธอนั้น เดินแคทวอล์คกับนางแบบระดับโลกได้อย่างสบายๆ

ถึงแม้ เซเรน่า วิลเลี่ยมส์ จะเป็นนักเทนนิสหญิงที่แกร่งที่สุดในโลก เป็นอันดับหนึ่งของโลก และระยะหลังๆนี้ก็ชนะชาราโปว่า อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่อันดับล่าสุดของชาราโพว่าคืออันดับ 7 ของโลก แต่เมื่อรวมเงินรางวัลจากการแข่งขัน กับ เงินสนับสนุนจากสปอนเซอร์แล้ว เซเรน่าก็ไม่สามารถสู้ชาราโพว่าได้ เพราะชาราโพว่า แม้จะได้เงินรางวัลจากการแข่งขันน้อยกว่า แต่เธอได้รับเงินค่าสปอนเซอร์จากสินค้าต่างๆ จำนวนมากมาย รวมกันแล้วเธอมีรายได้ถึงปีละ 30 ล้านดอลลาร์ หรือ หนึ่งพันล้านบาท

สื่อทั่วโลกต่างให้ความเห็นว่าความสวย สีผิว รวมทั้งความเป็นผู้หญิง ที่แตกต่างกันระหว่างสองคนนี้นี่แหละ ที่ทำให้ชาราโพว่ามีรายได้สูงกว่า และสูงที่สุดมาตลอดเวลา 11 ปี
แต่ปีนี้ ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป...ในวัย 28 ปี ที่ยังสาว สวย และมีฝีมืออันดับ 7 ของโลก มาเรีย ชาราโพว่า คงจะไม่มีรายได้สูงสุดสำหรับปี 2016 นี้เสียแล้ว และอาจจะไม่ติดอันดับสูงสุดต่อไปอีกเลย ก็เป็นได้.....

เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอได้ประกาศว่า เธอถูกตรวจพบว่าได้ใช้ยาโด๊ป ที่มีชื่อว่า “เมลโดเนท” ในการแข่งขันที่ออสเตรเลียนโอเพ่น เมื่อเดือนมกราคมนี้ และเธอกำลังรอผลการลงโทษ ว่าจะถูกสั่งพักการแข่งขันเทนนิส เป็นเวลานานเท่าใด โทษสูงสุดก็คือ 4 ปี

ในวันแถลงข่าว มาเรียบอกว่าเธอมีปัญหาสุขภาพมานาน และหมอก็ได้สั่งยาตัวนี้ให้เธอทาน มานานนับสิบปีแล้ว แต่บังเอิญยาตัวนี้เพิ่งได้รับการประกาศให้เข้าไปอยู่ในรายชื่อยาโด๊ป เมื่อวันที่ 1 มกราคมปีนี้เอง ซึ่งเธอไม่ทราบเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เธอก็ยอมรับว่าเธอจะต้องรับผิดชอบต่อความผิดครั้งนี้

หลังจากประกาศแล้ว มาเรีย ก็ก้มหน้ามองพื้น เดินออกจากเวทีไปอย่างเศร้าหมอง นักข่าวช่างสังเกตคนหนึ่งบอกว่า เธอเดินออกจากโพเดี้ยม ไปเป็นระยะเกือบ 200 หลา โดยไม่เงยหน้าขึ้นจากพื้นเลย

นักเทนนิสระดับโลกอย่าง โนวัค โจโควิค ราฟาเอล นาดาล แอนดี้ เมอรี่ ต่างออกมาประกาศว่าเธอจะต้องรับโทษในเรื่องนี้ นักเทนนิสหญิงจากฝรั่งเศสบางคน กล่าวด้วยถ้อยคำรุนแรงว่าไม่เชื่อหรอก ว่าเธอไม่รู้ว่ายาตัวนี้เป็นยาต้องห้าม ฯลฯ แต่ที่แน่ๆก็คือสปอนเซอร์รายใหญ่ ที่ทำให้เธอมีรายได้สูงสุดตลอดมาหลายปี อย่าง Nike, Tag Heuer, และ Porsche ต่างประกาศ “หยุดพักการเป็นสปอนเซอร์ชาราโพว่า” ทันที

จะเหลือก็เพียงแรคเก็ตเทนนิส HEAD เท่านั้น ที่ประกาศว่า มาเรียน่าจะ “กระทำความผิดโดยสุจริต” (ฟังคุ้นๆหูไหมครับ) และจะสนับสนุนการเป็นสปอนเซอร์เธอต่อไป เพราะประวัติของเธอไม่เคยมีอะไรเสื่อมเสีย ประพฤติตัวดีมาตลอด

แล้วทั้งหมดนี้ เกี่ยวอะไรกับที่ผมจั่วหัวไว้ว่า “เงินซื้อได้.....” ความหมายก็คือผมคิดว่าสังคมของมนุษย์เรานั้น “เงิน” มีบทบาทสูงมาก จนคำกล่าวที่ว่า “เงินคือพระเจ้า” ได้รับการยอมรับทั่วโลก เพราะเงินซื้ออะไรต่างๆได้มากมายจริงๆ ยิ่งในประเทศกำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนา ซื้อได้แม้กระทั่งยศ ตำแหน่ง บารมี แม้ซื้อความผิดให้เป็นความถูก ก็ยังทำได้ ฯลฯ “เงินซื้อได้” จึงเป็นเรื่องราวปกติที่มีให้เห็นทั่วไปในสังคมพื้นฐานของมนุษย์

แต่ที่ “เงินซื้อไม่ได้” ก็คือชีวิต หรือความรัก (?) อย่างไรก็ตามเมื่อสังคมพัฒนาไปถึงอีกระดับหนึ่ง มนุษย์บางคน ก็เริ่มแยกแยะความถูก ความผิด ความดี ความชั่ว ได้อย่างเด็ดขาด จนถึงประกาศว่า “เงินซื้อ (พวกเขา) ไม่ได้.....” แต่คนประเภทนี้ ก็มีจำนวนน้อย และบางทีก็ถูกคนประเภทแรก กดขี่ ข่มเหง เบียดที่ยืน จนหาที่ยืนของ “คนดีๆ ที่เงินซื้อไม่ได้” ได้ยากเต็มที

วันนี้สังคมกำลังก้าวไปอีกระดับหนึ่ง นั่นคือ “เงินไม่ซื้อก็ได้.....” ตัวอย่างเช่นกรณีของสาวสวยชาราโพว่า (หรืออีกหลายกรณี) ซึ่งสปอนเซอร์ใหญ่ ตัดสินใจ “ไม่ซื้อก็ได้” ด้วยการถอนการโฆษณาหรือสปอนเซอร์ แม้บางคนจะบอกว่าเมื่อวิเคราะห์ลึกลงไปแล้ว บริษัทเหล่านี้ก็ทำไป เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของสินค้าตนเองนั่นแหละ เพราะถ้าไม่ทำ ก็จะถูกกดดันจากสังคม แต่การกล้ากระทำเช่นนี้ ก็ต้องถือว่าเป็นเครดิตที่น่ายกย่องอยู่ดี

นั่นคือกระแสใหม่ของสังคม ที่จะ “ไม่ซื้อก็ได้” เพื่อกดดันบุคคลใดหรือธุรกิจใดว่า ไม่ซื้อโฆษณาก็ได้ ไม่ลงทุนก็ได้ ไม่เป็นสปอนเซอร์ก็ได้ ไม่เข้าร้านคุณก็ได้ ไม่กินของคุณก็ได้ ฯลฯ ซึ่งนักกีฬาหลายคนโดนมาแล้ว หลายบริษัทก็โดนมาแล้ว และน่าจะนับว่าเป็นพัฒนาการที่ดีอีกอย่างหนึ่งของสังคม แม้จะไม่ได้ผลในทุกกรณีก็ตาม

สำหรับมาเรีย ชาราโพว่านั้น หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปแล้ว เธอก็ยังทะยอยรับความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ยูเอ็น ได้ประกาศยกเลิกตำแหน่ง “ฑูตสันถวไมตรี” ที่เคยมอบให้แก่เธอ อย่างไรก็ตาม ที่รัสเซีย ประเทศเกิดนั้น มาเรียยังคงเป็นขวัญใจของชาวรัสเซียเสมอ ที่นั่นทุกคนเรียกเธอด้วยความรักว่า “มาช่า” บริษัทหลายแห่งประกาศว่าจะขอเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ทดแทน แม้เงินจะไม่หนาแบบ Nike หรือ Porsche ก็ตาม บริษัทขาย “อมยิ้ม” แห่งหนึ่ง ซึ่งขายเม็ดละ 20 บาท ประกาศว่าจะแบ่งเงินที่ขายได้ 50% เพื่อสนับสนุน “มาช่า” ของพวกเขา

จนกระทั่งถึงเมื่อวานนี้ ก็ยังไม่มีประกาศว่าเธอจะถูกลงโทษให้พักการแข่งขันนานเท่าใด นักวิเคราะห์บางคนกล่าวว่า เธอมีความประพฤติดีมาตลอด และอาจจะเป็นความผิดโดยสุจริตจริงๆก็ได้ ดังนั้นโทษของเธออาจจะเพียงถึงสิ้นปีนี้ เท่านั้น ก็เป็นไปได้

แต่มาเรีย อายุย่างเข้า 29 ปีในเดือนหน้านี้แล้ว ซึ่งในวงการนี้ก็ถือว่าอาวุโส ถ้าต้องเว้นวรรคไป 1-2 ปี การที่จะฟื้นฝีมือกลับมาอีกครั้งอย่างแข็งแกร่งในอนาคต จึงหวังได้ยากทีเดียว ดังนั้นเงินสปอนเซอร์ ก็คงจะเริ่มจางหายไป รอวัยใสวัยสวยคนใหม่ของวงการ คนต่อไป

นี่คือธรรมดาของมนุษย์ เพราะบทบาทของ “เงิน” มีทั้ง ซื้อได้...ซื้อไม่ได้...ไม่ซื้อก็ได้....แม้กระทั่ง มาเรีย ชาราโพว่า ซึ่งวันนี้เธอน่าจะมีเงินเป็นหมื่นล้านบาทแล้ว แต่เงินของเธอก็ “ซื้อ (ความผิดครั้งนี้) ไม่ได้”​....อยู่ดี