วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พัฒนาบนพื้นฐานความเป็นจริง

โลกเปลี่ยนไปแล้ว อัตราการพัฒนายุคอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์

 (ไอโอที) รวดเร็วกว่ายุคเกษตรกรรม ค่อยๆ แปรเปลี่ยนสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ที่แต่ละยุคใช้เวลาพัฒนานับพัน นับร้อยปี ซึ่งเมื่อพัฒนาการของโลกก้าวสู่ยุคทางด่วนสารสนเทศ ยุคอินเทอร์เน็ต หรือยุคอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ ที่อะไรๆ ก็มีอินเทอร์เน็ตเข้าไปเกี่ยวข้อง โลกเชื่อมต่อกันได้เป็นหนึ่งเดียว การใช้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อเป็นไปอย่างหลากหลาย และอำนวยความสะดวกแก่ผู้คนทุกช่วงวัย ทุกอาชีพ ไม่จำกัดว่ายากดีมีจน แถมยังสร้างโอกาส สร้างความทั่วถึง เท่าเทียมกันทุกมุมโลก ประเทศใดที่นำข้อดีของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปใช้ประโยชน์ได้มากเท่าไร ถือเป็นความสำเร็จของมนุษยชาติก็ว่าได้ ดังจะเห็นได้จากการวัด การประเมินคุณค่าขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย  4 หมวดด้วยกัน โดยหมวดโครงสร้างพื้นฐานคือ 1 ใน 4 หมวดดังกล่าว โดยโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีนั้นอันดับลดลงๆ เรื่อยๆ

ใช่ว่าประเทศไทยจะไม่มีเทคโนโลยีเหล่านั้นใช้ เฉกเช่นประเทศที่เจริญแล้วอื่นๆ แต่การนำไปใช้เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ประชาชน อาจทำได้ไม่คล่องแคล่วมากพอ ยังติดกฎหมาย ติดเงื่อนไขต่างๆ เช่น กรณีของบริการแท็กซี่ บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ต่างๆ ที่เรียกใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ถึงแม้กรมการขนส่งจะระบุว่า ไม่ปฏิเสธการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการเรียกใช้บริการรถสาธารณะ แต่ก็ได้เรียกผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นดังกล่าวเข้า“รับทราบ”ข้อกฎหมาย เพราะบริการที่ให้อยู่นั้นขัดต่อกฎหมาย ไม่ใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ไม่มีข้อมูลในศูนย์ประวัติผู้ขับรถสาธารณะ ไม่ได้วิ่งอยู่ในเส้นทาง หรือท้องที่ที่ได้รับอนุญาต รวมทั้งไม่ได้เป็นกลุ่มรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ได้รับการจัดระเบียบจาก คสช.ในช่วงที่ผ่านมา ขอให้บริษัทดังกล่าวยุติการให้บริการตั้งแต่บัดนี้ หากฝ่าฝืนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง จะดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมายในทุกขั้นตอน

หากหน่วยงานของรัฐเปิดกว้างต่อการใช้เทคโนโลยีในการอำนวยความสะดวก และให้บริการต่อประชาชน เพิ่มทางเลือกแก่ผู้ให้บริการ เรื่องนี้ควรแจ้งแก่ผู้ให้บริการไปปรับปรุงแก้ไข ปฏิบัติตามกฎหมายให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ ให้ผู้ขับขี่ไปทำใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ทำประวัติผู้ขับให้เสร็จสมบูรณ์ หรือให้บริษัทผู้ให้บริการจัดการแก้ไข ให้ตรงตามกฎหมายของประเทศภายในกี่วันๆ แล้วกลับมาให้บริการได้ ก็จะเป็นการประสานเทคโนโลยีเข้ากับชีวิตประจำวัน อำนวยความสะดวก เพิ่มทางเลือกแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ และส่วนของผู้ขับขี่จักรยานยนต์กลุ่มนี้ก็จะได้มีรายได้เสริมเพื่อการยังชีพเพิ่มขึ้น น่าจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่งไม่ดีกว่าหรือ เราเห็นด้วยว่า ความปลอดภัยของผู้ใช้บริการเป็นเรื่องที่ต้องตระหนักถึง และควบคุมดูแลให้ผู้ขับขี่รถรับจ้างทุกประเภทต้องมีประวัติความเป็นมาชัดเจน เผื่อเกิดอาชญากรรม หรืออุบัติเหตุใดๆ จะได้ดำเนินการขั้นตอนต่อไปได้อย่างเหมาะสม ซึ่งทางออกของเรื่องนี้ น่าจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย