วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฟินเทคกับชีวิตการเงิน

กระแสฟินเทคหรือ Financial Technology ที่เข้ามาในขณะนี้

 ทำให้เห็นความตื่นตัวของภาคการเงิน และสร้างความคึกคักในตลาดค่อนข้างมาก 

บริษัทเคพีเอ็มจีและซีบีอินไซต์ ระบุว่าในปีที่ผ่านมาทั่วโลกมีเม็ดเงินลงทุนเพื่อทำธุรกิจปล่อยเงินกู้ บริษัทให้บริการด้านการชำระเงิน และให้ประกันทางอินเทอร์เน็ต เพิ่มขึ้นเป็น 19,100 ล้านดอลลาร์ 60% จากปี 2557 ส่วนเอเชียเองมีเม็ดเงินลงทุนกว่า 4,500 ล้านดอลลาร์ เพื่อก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพ ด้านการเงินเพิ่มขึ้น 4 เท่าจากปีก่อน นำโดยประเทศจีนกับอินเดีย

ในส่วนของประเทศไทยเอง เห็นการตั้งรับของแต่ละสถาบันการเงินและธุรกิจในตลาดทุน และประกัน อย่างหลากหลาย มากน้อยแตกต่างกันไปตามมุมมองของผู้บริหาร ว่าจะให้ความน้ำหนักกับภัยคุกคามครั้งนี้อย่างไร บางแห่งถึงขั้นตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ หรือตั้งสายงานขึ้นรับมือ แต่บางแห่งก็ยังจด ๆ จ้อง ๆ หรือซุ่มเตรียมความพร้อมอยู่ก็มี

ไม่ว่าจะเป็นโมเดลรูปแบบไหน ก็ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จ เพราะจนถึงขณะนี้ธนาคารต่างชาติที่ตื่นตัวเรื่องนี้มาก่อนประเทศไทย ก็ยังไม่เห็นความสำเร็จที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม จนเป็นแม่แบบให้กับสถาบันการเงินยุคใหม่ได้

ในแง่ของผู้บริโภคแล้วเราจะได้รับผลกระทบอะไรบ้างและควรรับมืออย่างไร

ก่อนอื่นคงต้องดูก่อนว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรา ๆ ท่านๆ คืออะไร

เท่าที่เห็นในขณะนี้ธุรกรรมที่ฟินเทคเข้ามามีบทบาทชัดเจนสุด คือการชำระเงินหรือ Payment ที่เราสามารถทำรายการชำระค่าสินค้าและบริการ รวมถึงการโอนเงินให้แก่กันได้อย่างสะดวกผ่านมือถือหรือทางอินเตอร์เน็ต แต่ยังมีธุรกรรมอื่น ๆ ทั้งการให้กู้ (Lending) การระดมทุน (Funding)   

ต้องยอมรับว่าการเป็นตัวกลางในธุรกรรมเหล่านี้มีผู้เล่นรายใหม่เข้ามามาก ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็วทำให้การเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ สะดวกขึ้นโดยที่เราไม่จำเป็นต้องร้องขอจากสถาบันการเงินอีกต่อไป มองแบบนี้แล้วเราก็จะเห็นว่าผู้บริโภคอย่างเราได้ประโยชน์แน่นอน เราสามารถเลือกที่จะโอนเงินได้หลากหลายช่องทาง ในราคาที่จะเกิดการแข่งขันจากผู้เล่นหน้าใหม่

แต่ในแง่ความเสี่ยงแล้วความเสียหายจากธุรกรรมการโอนและชำระเงิน หรือการให้กู้ หากจะมีก็คงไม่น่ากลัวเท่าการระดมทุน ที่ต้องใช้ความไว้วางใจให้บริษัทเหล่านี้นำเงินไปลงทุนแทน  ขณะที่ฟินเทคเหล่านี้หลายรายเป็นสตาร์ทอัพ หรือผู้ให้บริการหน้าใหม่ เกิดและตายได้ง่าย  เราควรเลือกรายที่ไว้ใจได้หรือได้รับการรับรองจากทางการ  ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) หรือแม้แต่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

แม้ว่าในขณะนี้ภาคทางการก็ตื่นตัวมากขึ้นแล้ว แต่ผู้บริโภคก็ต้องคอยติดตามว่าผู้ให้บริการรายใด ที่ได้รับการอนุมัติหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือไม่

นอกจากความเสี่ยงจากฟินเทคแล้ว เราอาจจะกลายเป็นหนูทดลองให้กับสถาบันการเงินเองเสียด้วยซ้ำ โดยเฉพาะการเข้าไปเป็นพันธมิตรกับฟินเทค หรือเข้าไปร่วมทุนกับสตาร์ทอัพที่จะต้องมีความพยายามผลักดันให้ธุรกิจใหม่เหล่านั้นอยู่รอดได้  ทั้งชักชวน หรือสร้างแรงจูงใจให้ใช้บริการหรือลงทุนก็ตาม

ฉะนั้นแล้วผู้บริโภคเองก็ควรเรียนรู้ มองหาโอกาสทางการเงิน พร้อมกับใช้ความระมัดระวังตัวเองไปพร้อม ๆ กัน