เราจะทำการงานอะไร เราจะเลือกหนทางการทำงานตามความเชื่อของเราเกี่ยวกับเรื่องนั้น ถ้าเชื่อว่างานนั้นเป็นงานง่าย
เราจะไม่เสียเวลาคิดค้นหาวิธีทำงานอะไรที่สลับซับซ้อน มักลงมือทำกันไปเลย ถ้างานนั้นง่ายจริง เราก็ไปรอด ถ้าเชื่อผิด ประมาทความยากของงานนั้นต่ำเกินไป วิธีง่ายๆ ของเราก็ไปไม่รอด ในทางตรงข้าม ถ้าเราเชื่อว่างานง่ายเป็นงานยาก กว่าจะลงมือทำงานก็ต้องตระเตรียมกันขนานใหญ่ ถ้างานนั้นง่ายจริงๆ บรรดาที่ตระเตรียมไว้ก็เสียเปล่า ตำราบริหารถึงได้บอกเสมอให้บริหารโดยใช้ข้อมูลจริง อย่าบริหารตามอุปาทานที่เราคิดเราเชื่อ ซึ่งใครๆ ก็รู้ ใครๆ ก็เชื่อตามที่ตำราบอกไว้ เพียงแต่ไม่ค่อยจะทำตามตำรากันเท่าใด
ในบรรดาผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง มีความเชื่อเกี่ยวกับการงานที่คล้ายๆ กันหลายประการ เริ่มจากแทบทุกท่านไม่ได้เชื่อว่าการทำงานแข่งขันกันนั้น ไม่ใช่ทำสงครามกัน ดังนั้น จึงทำงานแข่งขันกันเหมือนการแข่งขันกีฬา ไม่ถึงขั้นที่จะต้องทำลายล้างกัน จนใครที่แพ้แทบจะเหมือนกับต้องล้มตายไปจากวงการนั้น ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จเชื่อว่าการทำงานนั้นเป็นระบบนิเวศระบบหนึ่ง ที่ต่างฝ่ายต่างเป็นประโยชน์ต่อกัน มากบ้างน้อยบ้าง ถ้าทำลายส่วนใดส่วนหนึ่งออกไป อาจทำให้ระบบนิเวศนี้เสียหายในส่วนใดส่วนหนึ่ง จนกระทั่งไม่มีใครชนะในการแข่งขันนั้น
การแข่งขันเป็นเรื่องธรรมดาในวงการทำงาน แต่ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะออกแรงกำจัดผู้เข้าแข่งขันให้หมดไป จนเหลือแต่ผู้ชนะในการแข่งขันเท่านั้น หากมุ่งมั่นที่จะกำจัดสารพัดแมลงให้หมดจากแปลงพืชผล สุดท้ายก็ต้องเสียทั้งเงินทั้งแรงมาทำหน้าที่บางอย่างที่เคยเป็นหน้าที่ของแมลงบางส่วนที่โดนกำจัดไปหมดแล้ว วันนี้เชื่อใหม่กันเถอะว่าการงานคือระบบนิเวศที่ต้องมีการแข่งขัน แต่ไม่ใช่ล้างผลาญกันและกัน
ความเชื่อเกี่ยวกับคนร่วมงานก็เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง หมดยุคไปแล้วที่จะเชื่อว่าคนร่วมงานสั่งได้ดั่งใจ พอสั่งไม่ได้ก็บ่นว่าคนร่วมงานไม่ทุ่มเท การงานไม่สำเร็จก็บอกว่าลูกน้องไม่ทำตามสั่ง ยกความล้มเหลวทั้งปวงให้กับลูกน้องและคนร่วมงาน ยกความสำเร็จไว้ที่ตนเองว่าฉันสั่งเก่ง วันนี้ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จเชื่อว่าทุกคนที่ร่วมงานกันนั้น ต่างเป็นพระเอกนางเอกของงานนั้น ทุกคนก้าวไปข้างหน้าด้วยกันด้วยความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ว่าวันหน้าจะไปถึงอะไร จะเป็นอะไร
ผู้บริหารมีหน้าที่สร้างแรงบันดาลใจให้ต่างคนต่างมุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรของตนให้บรรลุเป้าหมายปลายทางนั้น คนเก่งต้องมองเห็นหนทางข้างหน้าของการงานนั้นได้ยาวไกลกว่าคนอื่น คนเก่งมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นยังมองไม่เห็น และคนเก่งต้องสามารถชักชวนให้คนร่วมงานเชื่อตามที่ตนเองมองเห็น และร่วมกันเดินไปข้างหน้าสู่เป้าหมายปลายทางนั้น ยุคสมัยปัจจุบัน ไม่เคยปรากฏให้เห็นว่าการงานประสบความสำเร็จได้เพราะความเกรงกลัวอำนาจของผู้บริหาร ที่ใดสร้างบรรยากาศความเกรงกลัวมากเท่าไร ที่นั้นจะมีแค่คนที่ทำงานเฉพาะเท่าที่กำหนดไว้ว่าเป็นหน้าที่ต้องทำเท่านั้น ที่ใดใช้ความกลัวในการบังคับบัญชา ที่นั่นจะมีแต่คนทำงานตามหน้าที่ แต่ไม่มีคนที่ให้ใจหมดใจสำหรับงานนั้น
ผู้บริหารที่ไม่เคยทำอะไรสำเร็จสักอย่างกล่าวไว้ว่า ยิ่งเคี่ยวเข็ญหนักเท่าใด การงานก็สำเร็จมากเท่านั้น ผู้บริหารที่ล้มเหลวทั้งชีวิตท่านนี้ ไม่เคยยอมรับผลการสำรวจความไม่พึงพอใจในการงานของบุคลากร โดยยืนยันว่าผู้บริหารมีหน้าที่เคี่ยวเข็ญให้บุคลากรทำงานหนักๆ ดังนั้นจึงไม่มีบุคลากรคนใดจะพึงพอใจกับผู้บริหาร ในทางตรงข้ามผู้บริหารที่มากด้วยความสำเร็จกลับเชื่อว่าการงานที่สำเร็จได้อย่างยอดเยี่ยมนั้น คือการงานที่ทุกคนทำอย่างมีความสุข สนุกที่จะทำ เป็นงานที่ท้าทายความสามารถของทุกคน ตั้งแต่ซีอีโอจนถึงคนลงไม้ลงมือทำงาน
ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ ทุ่มเทสร้างบรรยากาศในการทำงานให้ปราศจากความกลัว ความกังวลใดๆ พร้อมกับใช้ภาวะผู้นำทำให้การงานนั้นแม้จะเป็นงานหนัก แต่เป็นงานหนักที่สนุกที่จะทำให้สำเร็จ เราขี่จักรยานไปไกลๆ ในที่ยากลำบากต่างๆ เราเหนื่อยแต่ก็มีความสุขพร้อมกันไป อย่าคิดว่ามีอำนาจมีกำลังแล้วสร้างบรรยากาศความหวาดกลัวให้เกิดขึ้นในองค์กร อย่าคิดว่าวันนี้คนกลัวจะทำงานให้เป็นเลิศได้ ถ้าคนกลัวจะยังพอทำงานได้ งานนั้นคงมีแต่งานที่ทำได้โดยไม่ต้องใช้สติปัญญาเท่านั้น
ผนวกไปกับความเชื่อว่าบุคลากรเป็นเหมือนเครื่องจักรส่วนหนึ่งในการทำงาน และบุคลากรจะทำงานยากๆ ได้ดีต่อเมื่อมีการเคี่ยวเข็ญอย่างจริงจัง คือความเชื่อในการแสวงหาเทคโนโลยี และสารพัดเครื่องมือสมัยใหม่ มาใช้เป็นเครื่องช่วยควบคุมการทำงานให้เป็นไปตามแนวทางที่ตนคิดตนเองเชื่อ ลงทุนเทคโนโลยีเพื่อช่วยการควบคุมคน แต่ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จเชื่อว่าเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน
เรามีจีพีเอสไว้ช่วยบุคลากรในการเดินทาง เราไม่ได้มีจีพีเอส ไว้สำหรับติดตามจับผิดแต่อย่างใด ต้องเชื่อกันใหม่ว่าเรามีเทคโนโลยีไว้ช่วยเสริมการงานของเรา ไม่ใช่มีเทคโนโลยีไว้เพื่อบังคับเคี่ยวเข็ญหรือใช้จับผิดคนร่วมงาน
แม้ความเชื่อจะอยู่ในใจของเรา ไม่มีใครอ่านใจเราได้ แต่เราเชื่ออย่างไร ในที่สุดแล้ว การกระทำที่ปรากฏจะสะท้อนอะไรก็ตามที่เราเชื่อ ให้ผู้คนเห็นความเชื่อที่ซ่อนไว้ในใจของเราจนได้
เชื่อถูกงานสำเร็จ เชื่อผิดงานล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่ได้ลงมือทำ






