วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความสำคัญของดาต้า อยู่ที่นำไปใช้ได้จริง

ข้อมูลจากนายแมตต์ โรเบิร์ตส์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด

 ด้านบิ๊กดาต้าและนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์ บริษัท แอมดอกซ์ ระบุถึงบิ๊กดาต้าว่า เป็นเทรนด์ที่ถูกกล่าวถึงบ่อยครั้งในสังคมปัจจุบัน แต่หากจะกล่าวว่า บิ๊กดาต้าเข้ามามีบทบาทในทุกสัดส่วนของชีวิตประจำวัน อาจไม่ใช่คำพูดที่ถูกต้องนัก แม้จะได้รับการยอมรับและกล่าวถึง แต่ต้องนำบิ๊กดาต้ามาประยุกต์เข้ากับชีวิตประจำวันมากกว่านี้ พร้อมกับแบ่งบิ๊กดาต้า เป็นสามสัดส่วน ได้แก่ ส่วนแรกหัวใจหลัก ซึ่งเป็นสัดส่วนที่อ้างถึงการวิเคราะห์ หรือเป็นส่วนที่น่าสนใจที่สุดของบิ๊กดาต้า รวมถึงการนำข้อมูลเชิงลึกที่มาจากการวิเคราะห์ชุดข้อมูลจำนวนมาก เพื่อสร้างกลยุทธ์เพื่อผลักดันธุรกิจ โดยข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ จะช่วยบ่งชี้ปัญหาการใช้งานของลูกค้า ก่อนที่พวกเขาเหล่านั้นจะทราบ จึงทำให้ผู้ให้บริการทางโทรคมนาคมแก้ปัญหาได้ ก่อนที่ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ไม่น่าประทับใจ 

ส่วนที่สองของเล่น เป็นสัดส่วนที่อ้างถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยส่วนมากจะเป็นเทคโนโลยีแบบโอเพ่น ซอร์ส โดยแผนกไอทีขององค์กรต่างๆ จะรีบออกไปซื้อของเล่นเหล่านี้ จึงทำให้บริษัทที่นำเสนอบริการรูปแบบนี้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทั้งสองส่วนที่กล่าวถึงเป็นสองหัวข้อหลักที่ขับเคลื่อนความแพร่หลายของบิ๊กดาต้า แต่สัดส่วนที่สาม คือความพยายาม เป็นส่วนที่คนส่วนใหญ่มองข้าม ทั้งๆ ที่ความพยายามเป็นสิ่งจำเป็น ที่จะนำบิ๊ก ดาต้ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ให้บริการทางโทรคมนาคมควรผันตัวเองเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนโดยดาต้า ซึ่งการที่จะได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากบิ๊กดาต้านั้น ปรากฏว่าองค์กรส่วนใหญ่อยู่เพียงขั้นตอนเริ่มต้น แต่หนทางข้างหน้ามีอุปสรรครออยู่มากมาย

การจะจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ ทั้งที่เป็นระเบียบ และไม่เคยจัดระเบียบมาก่อนเลยเป็นเรื่องยุ่งยาก ผู้ให้บริการทางโทรคมนาคมควรพัฒนาระบบการจัดการดาต้าจากรูปแบบเดิมให้กลายเป็นทะเลสาบดาต้า ซึ่งเป็นการผสมผสานฐานข้อมูลขนาดใหญ่เข้ากับคลังข้อมูลที่จับต้องได้ เพื่อใช้งานกับข้อมูลที่มีโครงสร้าง ไม่มีโครงสร้างของบุคคลที่สาม และภายในองค์กร ซึ่งจะทำให้องค์กรเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ความพยายามนั้นอยู่ในขั้นตอนต่อไป ได้แก่ การดึงข้อมูลที่ต้องการจากระบบ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการชำระค่าใช้บริการ เน็ตเวิร์ค ซีอาร์เอ็ม และการดูแลรักษาทะเลสาบดาต้าขององค์กร ซึ่งใช้ทั้งเวลาและเงิน โดยข้อมูลที่ได้มาควรจะเป็นข้อมูลที่อัพเดทและพร้อมสำหรับการวิเคราะห์ในขั้นต่อไป

ยุคหนึ่งเคยพูดกันว่า ผู้ใดครอบครองข้อมูล ผู้นั้นคือพระเจ้า เพราะข้อมูลนำไปสู่การพัฒนาสิ่งต่างๆ ออกมาได้ และยิ่งในยุคของบิ๊กดาต้า ที่ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยียุคใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องกำลังเห็นเด่นชัดมากขึ้น แต่ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ครอบครองข้อมูลจำนวนมหาศาล หรือบิ๊กดาต้าจะบริหาร จัดการอย่างไร เพื่อให้นำข้อมูลขนาดใหญ่เหล่านี้ไปเพิ่มมูลค่า โดยผ่านการย่อย การสังเคราะห์ การประมวลผลอย่างถูกต้อง ถูกวิธี ซึ่งสำนักวิจัยการ์ทเนอร์เคยคาดการณ์ลงทุนประมาณ 4.4 แสนล้านดอลลาร์จะใช้ไปกับโครงการบิ๊กดาต้าในปีนี้ เงินส่วนใหญ่ใช้พัฒนาบริการสำหรับการเปลี่ยนแปลงองค์กรที่ขับเคลื่อนได้ด้วยบิ๊กด้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจต่อไป หากเริ่มจัดระเบียบข้อมูลวันนี้ อนาคตก็มีโอกาสใช้ประโยชน์จากข้อมูลอย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน